Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

25 กุมภาพันธ์ 2556 ข่าวค่ำ!! TECHTVTHAILAND โทรคมนาคมและการสือสาร 3 ข่าวเด่น ประจำวันที่ 22/02/2556 By So Magawn ( โส มกร )

ข่าวค่ำ!! TECHTVTHAILAND โทรคมนาคมและการสือสาร 3 ข่าวเด่น ประจำวันที่ 22/02/2556 By So Magawn ( โส มกร )

1... (เป็นลูกค้าต้องอดทน)!! DTAC จะสร้างโครงข่าย 2.1 GHz ทำไม ในพื้นที่ที่ยังมีผู้ใช้ไม่เพียงพอลงทุนเสียเปล่า!! เพิ่มทำแพ็กเกจบริการใหม่ดีกว่า
2... เตรียมงาน“i-mobile Day”พร้อมให้บริการ3Gผ่านTOT3Gสัญญาใหม่และทดลอง4G++ รายได้ให้TOT50-60 % ++ ต่อยอดเตรียมเครื่อง4Gให้ลูกค้าได้4G
3... CAT กอด 1800 ไว้ด้วยอีกมุก!!! ( สัมปทานระบุชัดเจนว่ามีสิทธิ์บริหารต่อได้อีก 2 ปี ) พร้อมใช้มาตรา++พรบ.กสทช.82,83,84






(เป็นลูกค้าต้องอดทน)!! DTAC จะสร้างโครงข่าย 2.1 GHz ทำไม ในพื้นที่ที่ยังมีผู้ใช้ไม่เพียงพอลงทุนเสียเปล่า!! เพิ่มทำแพ็กเกจบริการใหม่ดีกว่า

ประเด็นหลัก


"จอน" พูดถึงการลงทุนโครงข่ายโทรศัพท์มือถือระบบ 3G ว่า พอใจกับการอัพเกรดเน็ตเวิร์ก 3G บนคลื่น 850 MHz ซึ่งเสร็จตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่จะพัฒนาต่อแค่ไหนขึ้นอยู่กับจำนวนอุปกรณ์ที่รองรับการใช้งาน เพราะปัจจุบันมีน้อยกว่า 20% ดังนั้นปีนี้จึงจะไม่ลงทุนใน 850 MHz มากกว่านี้ ขณะที่ความจุคลื่นและพื้นที่ครอบคลุมเพียงพอแล้ว แต่จะหันไปลงทุนคลื่น 2.1 GHz และทำให้ทั้ง 2 โครงข่ายมาบรรจบกัน

หากผู้บริโภคมีความต้องการใช้ 3G คลื่น 850 MHz เพิ่มเติมในบางพื้นที่อาจขยายเพิ่มเป็นจุด ๆ ไป พร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพบริการหากมีปัญหา

"กลยุทธ์ 3G ของดีแทคคือ ทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีโดยไม่สนใจว่าจะใช้บนโครงข่าย 850 หรือ 2.1 GHz เราจะใช้เงินลงทุนในปีนี้ ประมาณ 8,000 ล้านบาทนี้เพื่อพัฒนาโครงข่าย 3G และจะเพิ่มเป็น 34,000 ล้านบาท ภายในเวลา 3 ปี ซึ่งจุดเด่นเดียวที่คลื่น 2.1 GHz ทำประโยชน์ให้ดีแทคขณะนี้คือ ทำให้บริษัทหลุดพ้นจากระบบสัมปทานมาสู่ระบบใบอนุญาต ทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายน้อยลง ส่วนผู้บริโภคได้ประโยชน์จากการใช้บริการคล่องตัวขึ้น เพราะมีความจุคลื่นมากกว่าเดิม"

สำหรับเงื่อนไขใบอนุญาตที่กำหนดว่า ต้องสร้างโครงข่ายให้ครอบคลุม 50% ของประชากรภายในเวลา 2 ปี และครอบคลุมถึง 80% ภายในเวลา 4 ปี ไม่ใช่ปัญหา เพราะดีแทคมีแผนขยายโครงข่ายให้ครอบคลุม 80% ภายในเวลา 3 ปีอยู่แล้ว

"จะสร้างโครงข่าย 2.1 GHz ทำไม ในพื้นที่ที่ยังมีผู้ใช้ไม่เพียงพอ ทำแบบนั้นลงทุนเสียเปล่า สู้ไปลงทุนบริการเพิ่มทำแพ็กเกจบริการใหม่ หรือเพิ่มข้อเสนออื่นให้ลูกค้าดีกว่า หากถึงเวลาที่ไทยมีอุปกรณ์รองรับ 3G คลื่น 2.1 GHz มากกว่านี้เราจะขยายไป ปัจจุบันยอดขายสมาร์ทโฟนในไทยอยู่ที่ 6-10 ล้านเครื่องหากถึง 10 ล้านเครื่องคงจะลงทุน 3G คลื่น 2.1 เร็วกว่านี้ เราขยายโครงข่ายตามจำนวนอุปกรณ์ที่มีในประเทศ"

ดีแทคจะเน้นการสร้างระบบหลังบ้าน HLR (Home Location Register) และ Core Network ให้เสร็จโดยเร็ว เพราะต้องการทำให้คุณภาพการให้บริการดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วนการติดตั้งเสาสัญญาณสำหรับการให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1 GHz มีสถานีฐาน 1,000 แห่ง ที่พร้อมสำหรับการติดตั้งใช้เวลา 3-4 สัปดาห์เท่านั้น จึงไม่เป็นเรื่องเร่งด่วน

"เราสามารถจดจ่อเรื่องการทำประโยชน์กับผู้ลงทุนและผู้บริโภคได้ดีกว่าการหว่านทำโครงข่ายไปทั่ว เรารู้ว่าอุปกรณ์ชิ้นใดอยู่ที่ไหนบ้างในประเทศ และเจ้าของมีพฤติกรรมการใช้งานอย่างไร ส่วนใหญ่ยังเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองใหญ่ที่หลายคนคงรู้ การขยายโครงข่าย 3G ต้องลงทุนต่อเนื่องครบวงจร ไม่ใช่ลงทุนเป็นจุด ๆ ไป"

"ซีอีโอ" ดีแทคมองว่า ในไตรมาส 2 โอเปอเรเตอร์ทุกรายคงเปิด 3G คลื่นใหม่พร้อมกันแต่ใครจะให้บริการได้ก่อนคงไม่ทำให้เกิดความได้เปรียบ ปัจจัยที่น่าจะมีผลกับการแข่งขันคืิอราคา, คุณภาพ, บริการ และแอปพลิเคชั่นที่นำเสนอลูกค้ามากกว่า

"จุดเด่นของเราตอนนี้คือ มีโครงข่าย 850 MHz ครอบคลุม 60% ของประชากร เรื่องที่สองมีอายุสัมปทานถึงปี 2561 เรื่องที่ 3 มีคลื่นมากกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคลื่น 850 ความจุ 10 MHz คลื่น 1800 ความจุ 25 MHz และ 2.1 ความจุ 15 MHz หากประเทศไทยมี 4G ก็ใช้คลื่น 2.1 เปิดให้บริการได้ทันที"


ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

15 กุมภาพันธ์ 2556 DTAC ไม่สน!!(ตัดสินใจเปิด 3G ช้ากว่า AIS DTAC)(ไม่เปิดเผยลง3G2100ที่ใด)(ย้ำลูกค้าใช้ได้3คลื่น)(ยุติลงทุน2G)
http://somagawn.blogspot.com/2013/02/15-2556-dtac-3g-ais-dtac3g210032g.html

18 กุมภาพันธ์ 2556 DTAC (ทำปืนลั่น เปิด3Gช้าแน่นอน) วันนี้ DTAC รีบเปิดบ้านด่วนมั่นใจโครงข่ายที่ดีที่สุด ( ลูกค้าจะได้เสียงชัด เน็ตเร็วกว่าเดิม)
http://somagawn.blogspot.com/2013/02/18-2556-dtac-3g-dtac.html

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1361723846&grpid=09&catid=06&subcatid=0603






________________________


เตรียมงาน“i-mobile Day”พร้อมให้บริการ3Gผ่านTOT3Gสัญญาใหม่และทดลอง4G++ รายได้ให้TOT50-60 % ++ ต่อยอดเตรียมเครื่อง4Gให้ลูกค้าได้4G

ประเด็นหลัก



เขาคาดว่าทีโอทีจะมีความจุโครงข่ายทั้งหมด 7.2 ล้านเลขหมาย โดยจะขอทำตลาดรวม 2.8 ล้านเลขหมาย หรือคิดเป็น 40 ของโครงข่ายทั้งหมด พร้อมทั้งคาดหวังจะเพิ่มลูกค้าอีก 1 ล้านราย จากเดิมที่มี 2-3 แสนราย

ทั้งนี้ ภายในเดือนมี.ค.หลังจากลงนามสัญญาเอ็มวีเอ็นโอฉบับใหม่เสร็จ บริษัทจะจัดงาน “ไอ-โมบาย เดย์” เพื่อเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แสดงถึงความพร้อมที่จะให้บริการ 3จีในย่านความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ และเปิดให้ลูกค้าทดลองใช้บริการ 4จีแอลทีอี ในย่านความถี่ดังกล่าวด้วย

"ภายในงานจะเปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่รองรับเทคโนโลยีแอลทีอีด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ1 - 3 รุ่นให้ก่อนในช่วงแรก พร้อมเร่งให้โรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือที่รองรับ4จีให้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน"

สิ้นปี 2555 บริษัทติดตั้งสถานีฐาน 3จี ระยะ (เฟส) แรกให้ทีโอทีแล้วกว่า 3,800 สถานีฐาน และเดือน ก.พ.2556 จะติดตั้งเป็น 4,000 สถานีฐาน คาดว่าจะครบ 5,320 สถานีฐานภายในเดือน พ.ค.นี้

พร้อมทั้งจะเดินหน้าติดตั้ง 3จี เฟส 2 อีก 15,000 สถานีฐาน ซึ่งมีมูลค่าทั้งโครงการรวม 30,000 ล้านบาท โดยสามารถตั้งเป้าเป็นผู้ติดตั้งสถานีฐานให้ได้ 50% ของโครงการทั้งหมด ซึ่งจะประมูลเดือน เม.ย.นี้ และจะเริ่มดำเนินการติดตั้งได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้


นายวัฒน์ชัย กล่าวถึงการเป็นผู้ให้บริการขายต่อ และขายส่งในโครงข่ายเสมือน (เอ็มวีเอ็นโอ) หรือขอเช่าโครงข่ายของ ทีโอที เพื่อให้บริการ3G ในชื่อ i-mobile 3GX นั้น คาดว่าการลงนามในสัญญาฉบับใหม่กับ บริษัท ทีโอที จะสามารถสรุปได้ในเร็วๆ นี้ ภายในเดือน มีนาคม 2556 ในเบื้องต้น สัญญาฉบับใหม่ ทางคณะกรรมการ(บอร์ด) ทีโอที ที่มีนายอุดม พัวสกุล เป็นประธาน ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว โดยสัดส่วนรายได้ และกำไรที่ทีโอทีจะได้รับจากบริษัทที่เข้าร่วม ราว 50-60 % ของรายได้รวม และหลักประกันรายได้ รวมถึงสัญญาฉบับใหม่จะลงนามในสัญญาระยะยาวไม่ถึง 15 ปี และทบทวนสัญญาทุก 2 ปี?? คาดว่าทีโอที จะมีความจุของโครงข่ายทั้งหมด 7.2 ล้านเลขหมาย โดยจะบริษัทขอทำตลาดรวม 2.8 ล้านเลขหมาย หรือคิดเป็น 40 ของโครงข่ายทั้งหมด พร้อมทั้งคาดหวังจะเพิ่มลูกค้าอีก 1 ล้านราย จากปัจจุบันที่มี 2-3 แสนราย


ทั้งนี้ ภายในเดือนมีนาคม บริษัท จะจัดงาน “i-mobile Day” เพื่อเป็นการเปิดตัวบริการอย่างเป็นทางการหลังเซ็นเอ็มวีเอ็นโอฉบับใหม่กับทีโอที โดยภายในงานจะเปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่รองรับเทคโนโลยีแอลทีอี หรือ? 4G? บนคลื่น2.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz) ด้วย คาดว่าจะมีประมาณ1 - 3 รุ่นให้ก่อนในช่วงแรก พร้อมเร่งให้โรงงานผลิตโทรศัพท์มือถือที่รองรับ4G ให้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน



http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130225/491961/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0
%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B
8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A
5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0
%B9%87%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%AD-%E0%B8%A1%E0%B8%B5.%E0%B8%84..html
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000023601
http://www.ryt9.com/s/nnd/1596715

________________________


CAT กอด 1800 ไว้ด้วยอีกมุก!!! ( สัมปทานระบุชัดเจนว่ามีสิทธิ์บริหารต่อได้อีก 2 ปี ) พร้อมใช้มาตรา++พรบ.กสทช.82,83,84

ประเด็นหลัก

กิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐชี้ต้องการให้ กทค.พิจารณาร่างบทเฉพาะกาลตามมาตรา 82,83 และ 84 ที่ชงเรื่องให้พิจารณาก่อนหน้านี้ งัดกฎหมายรอบด้านรักษาสิทธิ์ยันเหตุที่ทำเพื่อปกป้องลูกค้า 18 ล้านราย เตรียมปรึกษากฤษฎีกาหาช่องทางนำเรื่องเข้า ครม.พิจารณา ด้าน "กสทช." เผยหากไม่คืนคลื่นต้องบอกเหตุผล ชี้เรื่องนี้ต้องเจรจาหลายรอบ




ทั้งนี้ กสท เห็นว่าแม้มาตรา 45 บทบัญญัติให้ผู้ใดประสงค์จะใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม ต้องได้รับใบอนุญาตดำเนินการโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ แต่มาตราดังกล่าวเป็นบทบัญญัติกรณีทั่วไปเพื่อให้ กสทช.ใช้เป็นแนวทางในการกำกับกิจการโทรคมนาคมในส่วนของคลื่นความถี่ใหม่ที่ยังไม่ได้มีการจัดสรรหรือใช้อยู่ก่อนพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 ใช้บังคับต้องดำเนินการตามวิธีการประมูลคลื่นความถี่




ในขณะที่บทบัญญัติในมาตรา 82, มาตรา 83 และ มาตรา 84 เป็นบทเฉพาะกาล ของ พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯพ.ศ.2553 ที่บัญญัติไว้เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านเมื่อมีการตรากฎหมายหรือเปลี่ยนแปลงกฎหมายใหม่ เนื่องจากพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 มีการพัฒนาและเชื่อมโยงมาจากพระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พ.ศ.2477 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 และ พระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียง และ กิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ดังนั้นพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 จึงได้บัญญัติให้มีการรองรับสิทธิและหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายเดิมเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการบังคับใช้กฎหมายในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน


โดยในมาตรา 82 ได้บัญญัติให้ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือผู้ที่ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ หรือ ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรคมนาคมอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้มีใช้บังคับหน้าที่แจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ รวมทั้งเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ต่อ กสทช.และในมาตรา 84 วรรค 4 ได้บัญญัติให้ กสทช. กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการให้ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือใช้คลื่นความถี่คืนคลื่นความถี่เพื่อนำไปจัดสรรใหม่ หรือ ปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ตามที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่มาตรา 48 โดยให้นำความในมาตรา 83 วรรค 3 มาบังคับใช้โดยอนุโลม



นายกิตติศักดิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐได้ดำเนินการตามมาตรา 82 ก็ถือว่าหน่วยงานดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ตามกฎหมายฉบับนี้แล้ว โดยมาตรา 84 วรรค 4 บัญญัติให้ กสทช.กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนของการใช้คลื่นความถี่ที่ได้รับการจัดสรรข้างต้นตามความจำเป็นที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ หน่วยงานของรัฐ ได้แจ้งตามมาตรา 82 มาประกอบการพิจารณา ดังนั้น กสท จึงได้มีหนังสือที่อ้างถึงแจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่รวมทั้งเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ต่อ กสทช. และ มีหนังสือที่อ้างถึงขอปรับปรุงการใช้งานคลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ย่าน 800 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ตามนัยมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 เพื่อรองรับการให้บริการหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่


" กสท ทำตามหลักกฎหมายทุกอย่าง กสท ไม่ได้เป็นเด็กเกเรแต่เราจำเป็นต้องใช้กลไกกฎหมายที่มีอยู่เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์และไม่ได้ทิ้งลูกค้าที่มีอยู่จำนวน 18 ล้านราย และ กสท กำลังหาทางเอาความถี่มาเพื่อให้ กสท เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของลูกค้า เช่นเดียวกับสัญญาแนบท้ายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน กสท ระบุชัดเจนว่ามีสิทธิ์บริหารต่อได้อีก 2 ปี ซึ่งจะใช้วิธีการว่าจ้างให้เอกชนมาดำเนินการ"


นอกจากนี้แล้ว กสท ได้ชี้แจ้งในเรื่องนี้ต่อ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที รับทราบแล้วและกำลังอยู่ระหว่างการประสานเพื่อขอคำปรึกษากับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลเพื่อนำเรื่องการคืนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา



ซึ่ง CAT ได้ดำเนินตามมาตรา 82 ก่อนที่ พ.ร.บ.ฉบับนี้จะถูกบังคับใช้ และในวรรค 4 ได้บัญญัติให้ กสทช.กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการคืนคลื่นความถี่ ดังนั้น CAT จึงได้มีหนังสือถึง กสทช.โดยอ้างตามบทบัญญัติข้างต้น ในการขอปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ย่าน 800 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อรองรับการใช้งานหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=170436%3A1800&catid=123%3A2009-02-08-11-44-33&Itemid=491
http://www.ryt9.com/s/bmnd/1596799
http://www.thaipost.net/news/250213/70060

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.