Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

25 กุมภาพันธ์ 2556 TOT รู้ตัว!! หมดเจ้าสป.AISขาดทุน 1000 ลบ.(โรยมลเสน่ห์ เอาความถี่ 2.1 GHzทดสอบ 4G) ปล่อยเช่าโครงข่าย FTTX


ประเด็นหลัก

"ปีนี้หลังจากทีโอทีต้องนำรายได้จากส่วนแบ่งสัมปทานทั้งหมดส่งคลังโดยตรง จะทำให้งบการเงินของทีโอทีติดลบทันทีกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ถ้าเดินตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ได้ก็จะทำให้ทีโอทีเริ่มมีรายได้สมดุลภายในปี 2557 และมีกำไรได้ในปี 2559 จากปัจจุบันมีรายได้ในส่วนที่ทำมาหาได้เองราว 30% ของรายได้ทั้งหมดหรือราว 30,000 ล้านบาท โดยกว่า 10,000 ล้านบาทเป็นรายได้จากบริการบรอดแบนด์"


นอกจากนี้ ยังจะใช้โมเดลธุรกิจที่เรียกว่า BVNO (Broadband Virtual Network Operator) เพื่อให้พันธมิตรซึ่งเป็นผู้ให้บริการ ADSL รายเล็กเข้ามาเช่าใช้โครงข่าย FTTX โดยทีโอทีขายส่งให้เป็นลอต ลอตละ 10,000 พอร์ต ล่าสุดได้ทำสัญญากับพันธมิตรในจังหวัดใหญ่ ๆ แล้ว 3-4 ราย โดยทีโอทีจะได้ส่วนแบ่งรายได้ 60-70%

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 22 ก.พ.นี้จะเปิดทดลองการให้บริการ 4G ด้วยเทคโนโลยี LTE บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz 100 สถานีฐานในย่านสยามสแควร์ สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นการอัพเกรดจากสถานีฐานเดิมที่ติดตั้งเสร็จแล้วด้วย

"การทดลองครั้งนี้จะดูว่าสามารถให้บริการ 4G บนคลื่น 2.1 GHz ได้ดีแค่ไหน หากทำได้ตามที่วางแผนไว้ก็จะให้บริการได้ด้วยความเร็ว 80 Mbps. สูงกว่าศักยภาพของ 3G เดิมที่ความเร็วสูงสุดที่ 42 Mbps. ถ้าไม่มีปัญหาทางเทคนิคเราวางแผนอัพเกรดโครงการ 3G เฟส 2 ให้เป็นการผสมผสานระหว่าง 3G กับ 4G โดยใช้วิธีบริหารแถบคลื่นความถี่ที่มีอยู่ 15 MHz ให้เหมาะสมตามพื้นที่ใช้งาน จะทำให้บริการ 3G ของทีโอทีแซงหน้ารายอื่นได้"



___________________________________________



ยืดอกรับสัมปทานหายติดลบพันล. "ทีโอที"อัพเกรดโครงข่ายมุ่ง"ควอทเพลย์"ทำเงิน


นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวภายหลังรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก (18 ก.พ. 2556) ที่ผ่านมาว่า ยุทธศาสตร์ใหม่ของทีโอทีที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา มียุทธศาสตร์ที่สำคัญและจะเริ่มดำเนินการทันทีในปีนี้ คือ การเปิดให้บริการแบบ "ควอทเพลย์" บนโครงข่ายเดียวกัน คือมีทั้งบริการด้านเสียง, ดาต้า, วิดีโอ และแอปพลิเคชั่น) และขณะนี้อยู่ระหว่างการผลักดันผ่านโครงการติดตั้งเคเบิลใยแก้วนำแสง (FTTX) จำนวน 420,000 พอร์ต ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารของบริษัทแล้ว และปีนี้จะใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) ระยะสั้นด้วยการเปลี่ยนโครงข่ายทองแดงที่มี 95% เป็นเคเบิลใยแก้วนำแสง

นอกจากนี้ ยังจะใช้โมเดลธุรกิจที่เรียกว่า BVNO (Broadband Virtual Network Operator) เพื่อให้พันธมิตรซึ่งเป็นผู้ให้บริการ ADSL รายเล็กเข้ามาเช่าใช้โครงข่าย FTTX โดยทีโอทีขายส่งให้เป็นลอต ลอตละ 10,000 พอร์ต ล่าสุดได้ทำสัญญากับพันธมิตรในจังหวัดใหญ่ ๆ แล้ว 3-4 ราย โดยทีโอทีจะได้ส่วนแบ่งรายได้ 60-70%

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 22 ก.พ.นี้จะเปิดทดลองการให้บริการ 4G ด้วยเทคโนโลยี LTE บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz 100 สถานีฐานในย่านสยามสแควร์ สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นการอัพเกรดจากสถานีฐานเดิมที่ติดตั้งเสร็จแล้วด้วย

"การทดลองครั้งนี้จะดูว่าสามารถให้บริการ 4G บนคลื่น 2.1 GHz ได้ดีแค่ไหน หากทำได้ตามที่วางแผนไว้ก็จะให้บริการได้ด้วยความเร็ว 80 Mbps. สูงกว่าศักยภาพของ 3G เดิมที่ความเร็วสูงสุดที่ 42 Mbps. ถ้าไม่มีปัญหาทางเทคนิคเราวางแผนอัพเกรดโครงการ 3G เฟส 2 ให้เป็นการผสมผสานระหว่าง 3G กับ 4G โดยใช้วิธีบริหารแถบคลื่นความถี่ที่มีอยู่ 15 MHz ให้เหมาะสมตามพื้นที่ใช้งาน จะทำให้บริการ 3G ของทีโอทีแซงหน้ารายอื่นได้"

ขณะเดียวกัน ทีโอทีจะใช้จุดเด่นเรื่องศักยภาพโครงข่ายที่มีอยู่ครอบคลุมทั่วประเทศ เปิดให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล โดยจะลงนามในบันทึกความตกลงร่วมกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 และช่อง 9 เพื่อให้บริการโครงข่ายสำหรับโทรทัศน์ดิจิทัลในพื้นที่ที่เป็นจุดบอดในการรับสัญญาณ รวมถึงการวางโครงข่ายกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วประเทศ โดยร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อวางสเป็กแพลตฟอร์มกล้อง CCTV ภาครัฐ

นายยงยุทธกล่าวต่อว่า ทรัพย์สินเดิมของทีโอที อาทิ พื้นที่สำนักงานหรือชุมสายในบางพื้นที่ที่ไม่ได้มีการใช้งานจะเปิดให้เช่าเพื่อหารายได้ เช่น พื้นที่คลองเตย งามวงศ์วาน ส่วนตู้โทรศัพท์สาธารณะ ภายในปีนี้จะพลิกฟื้นขึ้นมาใหม่ โดยเปลี่ยนเป็นตู้ที่ให้บริการเติมเงินรูปแบบต่าง ๆ เป็นจุดติดตั้ง WiFi และติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณขนาดเล็ก (Femtocells) ทั้งสำหรับการให้บริการโมบายและอินเทอร์เน็ต รวมถึงใช้เป็นพื้นที่โฆษณาด้วย

"ปีนี้หลังจากทีโอทีต้องนำรายได้จากส่วนแบ่งสัมปทานทั้งหมดส่งคลังโดยตรง จะทำให้งบการเงินของทีโอทีติดลบทันทีกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ถ้าเดินตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ได้ก็จะทำให้ทีโอทีเริ่มมีรายได้สมดุลภายในปี 2557 และมีกำไรได้ในปี 2559 จากปัจจุบันมีรายได้ในส่วนที่ทำมาหาได้เองราว 30% ของรายได้ทั้งหมดหรือราว 30,000 ล้านบาท โดยกว่า 10,000 ล้านบาทเป็นรายได้จากบริการบรอดแบนด์"

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1361533868&grpid=03&catid=06&subcatid=0603

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.