Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

26 กุมภาพันธ์ 2556 (ส่งผลให้CATใช้คลื่นอย่างอนุโลม) กสทช(มีมติ)กทค.(บอร์ดมือถือ)ให้ CATคืนคลื่น1800 MHzขู่จำคุก5ปีปรับ10ล้านบาท แต่สะดุขาตัวเอง!!ยังไม่ได้แผนการปรับปรุงการใช้งานคลื่น800-1800


ประเด็นหลัก


พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และในฐานะประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กทค. ครั้งที่ 8/2556 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินการและข้อเสนอแนะในการบริหารคลื่นความถี่ 1800 MHz ของคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารคลื่นความถี่วิทยุคมนาคมระบบ เซลลูล่า DIGITAL PCN 1800


นอกจากนี้ ได้วางกรอบแนวทางการประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรก ภายในไตรมาสแรก เป็นการแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัญญาสัมปทานที่กำลังจะสิ้นสุดลง และระยะที่สอง ภายในไตรมาสที่สอง เป็นการแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ต่างๆในการคุ้มครองสิทธิผู้ใช้บริการ หรือ มาตรการที่ใช้บังคับอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ใช้บริการ




"ประธานอนุกรรมการฯมีข้อแนะนำว่า เนื่องจากตามข้อตกลงในสัญญาสัมปทาน เมื่อสิ้นสุดสัญญาแล้วผู้รับสัมปทานจะต้องส่งมอบทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ โครงข่าย สัญญาณ ฯลฯ มาให้กับบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT อยู่แล้ว การกำหนดให้ CAT ให้บริการในช่วงการเปลี่ยนผ่านในระยะเวลาที่กำหนด จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดี

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ากสทช.จะไปยืดเวลาการอนุญาต
ให้ใช้คลื่นความถี่ให้กับ CAT รวมทั้งไม่ใช่เป็นการจัดสรรการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ใหม่เนื่องจากหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ของ CAT และผู้รับสัมปทานทั้งสองรายหมดไปแล้วโดย CAT จะต้องคืนคลื่นความถี่ซึ่งเป็นสมบัติของชาติกลับมาให้กสทช. หากยื้อไม่ยอมคืนและมีการนำคลื่นความถี่ไปใช้ก็จะเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งในกรณีผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน10 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับการคืนคลื่นความถี่หมายความว่าการจัดสรรและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่นี้กลับมาอยู่ภายใต้อำนาจการบริหารจัดการของ กสทช. เพื่อ กสทช. จะได้นำมาจัดสรรใหม่ ตามที่กฎหมายกำหนด ด้วยวิธีการประมูลคลื่นความถี่


แต่ทั้งนี้ มีผู้เข้าใจผิดว่า เมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุดและคลื่นความถี่กลับมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. แล้ว การให้บริการจะต้องหยุดชะงัก ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการเปลี่ยนผ่านนี้จะทำให้บริการสาธารณะหยุดชะงักและผู้บริโภคเดือดร้อนไม่ได้ กสทช. จำเป็นต้องใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ในการกำหนดมาตรการที่เหมาะสม เพื่อให้มีการให้บริการโทรคมนาคมที่ต่อเนื่องในช่วงรอยต่อนี้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและความจำเป็นในการใช้คลื่นความถี่ แต่จะต้องกำหนดเงื่อนไขกำกับไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งการกำหนดระยะเวลาต้องให้เกิดความเหมาะสมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค มิให้เดือดร้อนจากการกระบวนการคืนคลี่นความถี่นี้" ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ กสทช. ด้านกฎหมายแสดงความเห็น




    นายสุทธิพล กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าในส่วนของแผนแม่บทนั้น มีรายละเอียดที่ไม่ชัดเจน ซึ่งอาจจะต้องมีการประเมินแผนแม่บทใหม่ ทั้งนี้ กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนในมาตรา 48 ว่า ให้ กสทช.ติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่และต้องปรับปรุงแผนแม่บท ซึ่งสิ่งที่ยังขาดไปในแผนแม่บท คือ แนวทางในการคืนคลื่นความถี่เพื่อนำไปจัดสรรใหม่หรือการปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ ในส่วนนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน ดังนั้นเป็นไปได้ที่จะต้องนำมาศึกษาใหม่ แล้วเพื่อความชัดเจนอาจจะต้องมีการปรับปรุงแผนแม่บทใหม่.





แหล่งข่าวจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัทเตรียมส่งหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อชี้แจงเหตุผลที่อาจไม่ส่งคืนคลื่นย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ได้ หลังหมดอายุสัญญาสัมปทาน และเพื่อขอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) พิจารณาคำขอปรับปรุงการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 800 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ อีกครั้ง ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)



ทั้งนี้ ขอให้ กทค.นำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กสทช. เพื่อพิจารณาให้เกิดความชัดเจนในประเด็นข้อกฎหมายที่อนุญาตให้ กสท ปรับปรุงการใช้งานคลื่นความถี่การให้บริการหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานและการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลต่อไปโดยเร็ว และเมื่อมีการประชุมในวาระดังกล่าว ต้องให้ กสท เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วย





สำหรับ หนังสือที่จะส่งไปยัง กสทช. ระบุว่า กสท ได้พิจารณาแล้วมีเห็นว่า ความเห็นของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย กสทช.เป็นการพิจารณาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเฉพาะประเด็นสิทธิ์ในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ เมื่อการอนุญาตสัมปทานหรือสัญญาสิ้นสุดลง แต่ยังไม่ให้ความเห็นในประเด็นบทเฉพาะกาลตามมาตรา 82 มาตรา 83 และมาตรา 84 ของ พ.ร.บ.กสทช. ถึงแม้มาตรา 45 จะบัญญัติให้ผู้ใดประสงค์จะใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม ต้องได้รับอนุญาตให้ดำเนินการโดยวิธีประมูล แต่มาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่ใช้ในกรณีทั่วไป ในการกำกับคลื่นความถี่ใหม่ที่ยังไม่ได้มีการจัดสรรหรือใช้อยู่ก่อน พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553



ขณะที่ กสท ได้ดำเนินตามมาตรา 82 ซึ่งบัญญัติให้ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือผู้ที่ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ หรือใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรคมนาคมอยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ใช้บังคับ มีหน้าที่แจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ รวมทั้งเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ต่อ กสทช.และใน วรรค 4 ได้บัญญัติให้ กสทช.กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการให้ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือใช้คลื่นความถี่ คืนคลื่นความถี่เพื่อ 1. นำไปจัดสรรใหม่ หรือ 2. ปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ตามที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่มาตรา 48 โดยให้นำความในมาตรา 83 วรรค 3 มาบังคับใช้โดยอนุโลม.





















_____________________________________


กสทช.: มติ กทค. ให้ CAT คืนคลื่น 1800 MHz โดยไม่ต่ออายุสัมปทานให้ใช้คลื่นฯ เตือนใช้คลื่นความถี่ โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 10 ล้านบาท พร้อมเห็นชอบกรอบการทำงาน และมอบไอทียู จัดทำหลักเกณฑ์การประมูลและประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ 1800 MHz

 

พันเอก ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และในฐานะประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กทค. ครั้งที่ 8/2556 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2556 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินการและข้อเสนอแนะในการบริหารคลื่นความถี่ 1800 MHz ของคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารคลื่นความถี่วิทยุคมนาคมระบบ เซลลูล่า DIGITAL PCN 1800

"โดยประเด็นที่เร่งด่วนคือการกำหนดมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากการเลิกบริการหลังสัญญาสัมปทานหมดอายุ ได้กำหนดหลักการสำหรับการโอนย้ายผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ว่าต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด โดยจะต้องกระทบต่อผู้ใช้บริการน้อยที่สุดและต้องดำเนินการอย่างไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งยังจะต้องเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ตามข้อเสนอได้วางกรอบหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานหลายประการ เช่น ต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทุกรายทราบถึงวันหมดอายุสัมปทานเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก่อนวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทานผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งทางเว็ปไซด์ ผู้ให้บริการจะต้องไม่ทำสัญญาบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กำหนดวันสิ้นสุดสัญญาหลังวันที่สิ้นสุดสัญญาสัมปทาน นอกจากนี้จะต้องจัดทำแผนการรองรับการโอนย้ายผู้ใช้บริการก่อนที่สัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดเพื่อยื่นต่อ กสทช. ภายในระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ก่อนวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ฯลฯ"

นอกจากนี้ ได้วางกรอบแนวทางการประชาสัมพันธ์ โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรก ภายในไตรมาสแรก เป็นการแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัญญาสัมปทานที่กำลังจะสิ้นสุดลง และระยะที่สอง ภายในไตรมาสที่สอง เป็นการแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ต่างๆในการคุ้มครองสิทธิผู้ใช้บริการ หรือ มาตรการที่ใช้บังคับอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ใช้บริการ

ประเด็นเร่งด่วนเกี่ยวกับมาตรการเพื่อลดผลกระทบยังรวมถึงการเร่งปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการโอนย้ายเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อรองรับการโอนย้ายแบบ Mass Porting โดยจะมีการขยายขีดความสามารถในการให้บริการโอนย้ายเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเข้มงวด ทั้งนี้เห็นควรกำหนดมาตรการเฉพาะเพื่อให้มีผู้ให้บริการดูแลรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการที่ยังเหลือค้างอยู่ในระบบเมื่อสิ้นสุดสัมปทาน

ระยะเวลาเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบใบอนุญาตตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯใช้เวลาอย่างน้อย 11 เดือน นับจากวันที่ กทค. เห็นชอบตามข้อเสนอจนถึงจัดประมูลเสร็จ เมื่อเทียบกับขีดความสามารถในการโอนย้ายเลขหมายในปัจจุบัน ซึ่งรองรับได้ประมาณ 40,000 รายต่อวัน หากมีผู้ใช้บริการ 17 ล้านเลขหมาย ก็จะใช้เวลาโอนย้ายประมาณ 425 วัน โดยคณะอนุกรรมการฯเห็นว่าหากเร่ง จัดประมูลคลื่นความถี่ ก่อนวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทานจะทำให้เกิดปัญหาในความไม่พร้อมและลดประสิทธิภาพในการจัดสรรคลื่นความถี่ย่านนี้ จึงควรดำเนินการโดยใช้กรอบเวลาอย่างน้อย 11 เดือน นั่นหมายถึงว่าหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานแล้ว อาจจะมีผู้ใช้บริการหลงเหลืออยู่ในระบบเป็นจำนวนไม่น้อย เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการและทำให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบใบอนุญาตเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงจำเป็นต้องมีผู้ประกอบการดูแลในช่วงการเปลี่ยนผ่านเพื่อมิให้การให้บริการสาธารณะต้องสะดุดหยุดลง อันจะเกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ

"ประธานอนุกรรมการฯมีข้อแนะนำว่า เนื่องจากตามข้อตกลงในสัญญาสัมปทาน เมื่อสิ้นสุดสัญญาแล้วผู้รับสัมปทานจะต้องส่งมอบทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ โครงข่าย สัญญาณ ฯลฯ มาให้กับบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT อยู่แล้ว การกำหนดให้ CAT ให้บริการในช่วงการเปลี่ยนผ่านในระยะเวลาที่กำหนด จึงน่าจะเป็นทางออกที่ดี

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ากสทช.จะไปยืดเวลาการอนุญาต
ให้ใช้คลื่นความถี่ให้กับ CAT รวมทั้งไม่ใช่เป็นการจัดสรรการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ใหม่เนื่องจากหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานสิทธิในการใช้คลื่นความถี่ของ CAT และผู้รับสัมปทานทั้งสองรายหมดไปแล้วโดย CAT จะต้องคืนคลื่นความถี่ซึ่งเป็นสมบัติของชาติกลับมาให้กสทช. หากยื้อไม่ยอมคืนและมีการนำคลื่นความถี่ไปใช้ก็จะเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานใช้คลื่นความถี่โดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งในกรณีผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน10 ล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับการคืนคลื่นความถี่หมายความว่าการจัดสรรและกำกับดูแลการใช้คลื่นความถี่นี้กลับมาอยู่ภายใต้อำนาจการบริหารจัดการของ กสทช. เพื่อ กสทช. จะได้นำมาจัดสรรใหม่ ตามที่กฎหมายกำหนด ด้วยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ แต่ทั้งนี้ มีผู้เข้าใจผิดว่า เมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุดและคลื่นความถี่กลับมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. แล้ว การให้บริการจะต้องหยุดชะงัก ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะการเปลี่ยนผ่านนี้จะทำให้บริการสาธารณะหยุดชะงักและผู้บริโภคเดือดร้อนไม่ได้ กสทช. จำเป็นต้องใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ในการกำหนดมาตรการที่เหมาะสม เพื่อให้มีการให้บริการโทรคมนาคมที่ต่อเนื่องในช่วงรอยต่อนี้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะและความจำเป็นในการใช้คลื่นความถี่ แต่จะต้องกำหนดเงื่อนไขกำกับไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งการกำหนดระยะเวลาต้องให้เกิดความเหมาะสมเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค มิให้เดือดร้อนจากการกระบวนการคืนคลี่นความถี่นี้" ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ กสทช. ด้านกฎหมายแสดงความเห็น

สำหรับในการขับเคลื่อนการเตรียมการให้เกิดผลในทางปฏิบัตินั้น ที่ประชุม กทค. มีมติตามแนวทาง ดังนี้

1. เห็นชอบให้มีการตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมการเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz โดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่ ประกอบด้วย กทค. ทุกคน โดยมีประธาน กทค. เป็นประธานอนุกรรมการฯ และมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก รวมทั้งหัวหน้าคณะทำงานที่จะแต่งตั้งแต่ละชุดเป็นอนุกรรมการ นอกจากนี้ จะมีเลขาธิการ กสทช. ร่วมเป็นอนุกรรมการด้วย

2. เห็นชอบให้ประสานความร่วมมือกับ ITU ให้ดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และทำการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ พร้อมเสนอกำหนดราคาตั้งต้นการประมูลที่เหมาะสม

โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญที่ กทค.และสำนักงาน กสทช. มอบหมายเป็นคณะผู้ประสานงาน

3. ภายใต้คณะอนุกรรมการเตรียมการฯเห็นชอบแนวทางการแต่งตั้งคณะทำงาน 2 ชุด ได้แก่
3.1 คณะทำงานการมีส่วนร่วมและสร้างความเข้าใจแนวทางการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz
3.2 คณะทำงานเยียวยาผลกระทบอันเกิดจากการสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน
โดยมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. เร่งรัดการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ที่ประชุม กทค. ได้มอบหมายให้ กลุ่มงานกฎหมายโทรคมนาคมศึกษาประเด็นข้อกฎหมาย ดังต่อไปนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน

หลังจากสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง เพื่อมิให้การให้บริการสาธารณะหยุดชะงักและมิให้กระทบต่อผู้ใช้บริการที่ยังเหลือค้างอยู่ในระบบ กสทช.จะสามารถกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว โดยมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบให้บริการเป็นการชั่วคราวได้หรือไม่ โดยอาศัยฐานอำนาจใด

CAT จะสามารถขอปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่หลังจากสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงได้หรือไม่
การ Refarming คลื่นความถี่ที่อยู่ภายใต้ CAT เพื่อให้สามารถ มีการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องประมูลคลื่นความถี่ได้หรือไม่

กรณี ผู้ได้รับสัญญาสัมปทานได้รับการจัดสรรเลขหมายโทรคมนาคมโดยตรง โดยไม่ได้รับการจัดสรรผ่าน CAT จะสามารถดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายได้อย่างไร

ทั้งนี้ ให้เร่งศึกษาข้อกฎหมายและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของที่ประชุม กทค.ในครั้งต่อไป โดย กทค.จะได้ขับเคลื่อนการดำเนินการในส่วนการเรียกคืนคลื่นความถี่ และนำมาจัดสรรใหม่ตามกฎหมายเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.)

บรรยายใต้ภาพ
ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช.

บ้านเมือง
http://www.ryt9.com/s/bmnd/1597413

_______________________________________________



'กสท' ยันไม่คืนคลื่น1800 กสทช.ชี้หมดอายุสัมปทานปรับปรุงไม่ได้



กสท  ยันไม่คืนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ เล็งส่งหนังสือขอปรับปรุงคลื่น ฟาก กสทช. สวนกลับ คลื่นหมดอายุสัญญาสัมปทานปรับปรุงไม่ได้ เปรยปรับแผนแม่บทใหม่...



แหล่งข่าวจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัทเตรียมส่งหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อชี้แจงเหตุผลที่อาจไม่ส่งคืนคลื่นย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ได้ หลังหมดอายุสัญญาสัมปทาน และเพื่อขอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) พิจารณาคำขอปรับปรุงการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 800 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ อีกครั้ง ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)



ทั้งนี้ ขอให้ กทค.นำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กสทช. เพื่อพิจารณาให้เกิดความชัดเจนในประเด็นข้อกฎหมายที่อนุญาตให้ กสท ปรับปรุงการใช้งานคลื่นความถี่การให้บริการหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานและการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลต่อไปโดยเร็ว และเมื่อมีการประชุมในวาระดังกล่าว ต้องให้ กสท เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วย



นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. ด้านกฎหมาย กทค. กล่าวว่า หลัง กสท หมดสัญญาสัมปทาน การเปลี่ยนจากสัญญาสัมปทานมาเป็นใบอนุญาตส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัท แต่วิธีการที่ไม่ให้กระทบนั้น สามารถทำได้ด้วยการปรับปรุงการใช้คลื่น ซึ่งคลื่นที่จะนำมาปรับปรุงจะต้องเป็นคลื่นที่ยังมีอายุสัญญาสัมปทานอยู่ แต่คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะหมดสัญญาสัมปทานนั้น ไม่สามารถนำมาปรับปรุงได้



ทั้งนี้ การปรับปรุงคลื่นสามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่สิทธิ์ในการอนุญาตให้ใช้คลื่นจะต้องไม่หมด แต่กรณีดังกล่าวสัญญาสัมปทานหมด ดังนั้นไม่สามารถนำคลื่นที่จะหมดสัญญามาปรับปรุงเพื่อใช้ต่อได้ ส่วนกรณีที่ทางคณะอนุกรรมการฯ มีข้อเสนอให้ กสท ใช้คลื่นของผู้ประกอบการรายหนึ่งนั้น ในทางกฎหมายสามารถทำได้ แต่ทาง กสท จะต้องไปเจรจาตกลงกับผู้ประกอบการรายนั้นก่อน แล้วทำเรื่องเข้ามาที่ กสทช. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง



กรรมการ กสทช. กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่าในส่วนของแผนแม่บท มีรายละเอียดที่ไม่ชัดเจน ซึ่งอาจจะต้องมีการประเมินแผนแม่บทใหม่ ขณะที่ กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนในมาตรา 48 ว่าให้ กสทช. ติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่และต้องปรับปรุงแผนแม่บท ซึ่งสิ่งที่ยังขาดไปในแผนแม่บท คือ แนวทางในการคืนคลื่นความถี่เพื่อนำไปจัดสรรใหม่หรือการปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่



สำหรับ หนังสือที่จะส่งไปยัง กสทช. ระบุว่า กสท ได้พิจารณาแล้วมีเห็นว่า ความเห็นของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย กสทช.เป็นการพิจารณาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเฉพาะประเด็นสิทธิ์ในการบริหารจัดการคลื่นความถี่ เมื่อการอนุญาตสัมปทานหรือสัญญาสิ้นสุดลง แต่ยังไม่ให้ความเห็นในประเด็นบทเฉพาะกาลตามมาตรา 82 มาตรา 83 และมาตรา 84 ของ พ.ร.บ.กสทช. ถึงแม้มาตรา 45 จะบัญญัติให้ผู้ใดประสงค์จะใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม ต้องได้รับอนุญาตให้ดำเนินการโดยวิธีประมูล แต่มาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่ใช้ในกรณีทั่วไป ในการกำกับคลื่นความถี่ใหม่ที่ยังไม่ได้มีการจัดสรรหรือใช้อยู่ก่อน พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553



ขณะที่ กสท ได้ดำเนินตามมาตรา 82 ซึ่งบัญญัติให้ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือผู้ที่ได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ หรือใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรคมนาคมอยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ใช้บังคับ มีหน้าที่แจ้งรายละเอียดการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ รวมทั้งเหตุแห่งความจำเป็นในการถือครองคลื่นความถี่ต่อ กสทช.และใน วรรค 4 ได้บัญญัติให้ กสทช.กำหนดระยะเวลาที่แน่นอนในการให้ผู้ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่หรือใช้คลื่นความถี่ คืนคลื่นความถี่เพื่อ 1. นำไปจัดสรรใหม่ หรือ 2. ปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ตามที่กำหนดไว้ในแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่มาตรา 48 โดยให้นำความในมาตรา 83 วรรค 3 มาบังคับใช้โดยอนุโลม.


http://www.thairath.co.th/content/tech/329034

_________________



กสทช.ชี้CAT หมดสิทธิ์ปรับ ใช้คลื่น1800



  กสทช. ยืนยัน CAT ปรับปรุงคลื่นที่หมดสัญญาสัมปทานไม่ได้ เผย อาจต้องประเมินแผนแม่บทใหม่
    นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้านกฎหมายในกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. กล่าวว่า จากกรณีที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ต้องการปรับปรุงคลื่นย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ หลังหมดสัญญาสัมปทานนั้น โดยให้เหตุผลว่า การเปลี่ยนจากสัญญาสัมปทานมาเป็นใบอนุญาต ส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัท โดยวิธีการถ้าจะไม่ให้กระทบนั้น สามารถทำได้ด้วยการปรับปรุงการใช้คลื่น ซึ่งคลื่นที่จะนำมาปรับปรุงจะต้องเป็นคลื่นที่ยังมีอายุสัญญาสัมปทานอยู่ แต่คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะหมดสัญญาสัมปทานนั้น ไม่สามารถนำมาปรับปรุงได้
    “การปรับปรุงคลื่นสามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่สิทธิในการอนุญาตให้ใช้คลื่นจะต้องไม่หมด แต่กรณีนี้เป็นกรณีที่สัญญาสัมปทานหมด ดังนั้นไม่สามารถนำคลื่นที่จะหมดสัญญามาปรับปรุงเพื่อใช้ต่อได้ ส่วนกรณีที่ทางคณะอนุกรรมการฯ มีข้อเสนอให้ CAT ใช้คลื่นของผู้ประกอบการรายหนึ่งนั้น ในทางกฎหมายสามารถทำได้ แต่ทาง CAT จะต้องไปเจรจาตกลงกับผู้ประกอบการรายนั้นก่อน แล้วทำเรื่องเข้ามาที่ กสทช. เพื่อพิจารณาอีกครั้ง” นายสุทธิพล กล่าว
    นายสุทธิพล กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าในส่วนของแผนแม่บทนั้น มีรายละเอียดที่ไม่ชัดเจน ซึ่งอาจจะต้องมีการประเมินแผนแม่บทใหม่ ทั้งนี้ กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนในมาตรา 48 ว่า ให้ กสทช.ติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่และต้องปรับปรุงแผนแม่บท ซึ่งสิ่งที่ยังขาดไปในแผนแม่บท คือ แนวทางในการคืนคลื่นความถี่เพื่อนำไปจัดสรรใหม่หรือการปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ ในส่วนนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน ดังนั้นเป็นไปได้ที่จะต้องนำมาศึกษาใหม่ แล้วเพื่อความชัดเจนอาจจะต้องมีการปรับปรุงแผนแม่บทใหม่.

http://www.thaipost.net/news/260213/70116


ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.