Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

6 กุมภาพันธ์ 2556 เอกฉันท์!! บังคับ TRUEMOVE GSM1800 หลังหมดสัปทานต้องส่งคลื่นให้ กสทช.//เตรียมเปิดบริการย้ายโครงข่ายONLINEให้17ล้านเบอร์// ปลัดและรตว.ICT ไม่ยอมเดินหน้าเจรจาให้ CAT ทำต่อเอง


ประเด็นหลัก


         "ทาง กทค.มีมติเอกฉันท์ให้ผู้ที่ถือครองคลื่น 1800 ส่งคลื่นคืนมาที่ กสทช.เมื่อหมดสัญญาสัมปทาน ทั้งนี้ จะให้ทางผู้ที่ถือครองคลื่นทำหนังสือเกี่ยวกับแผนมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งแบบเติมเงินและรายเดือนมาที่ กทค.ให้เร็วที่สุด ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถสรุปมาตรการเยียวผู้บริโภคได้ก่อนที่จะหมดสัญญาสัมปทาน 6 เดือน" พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว


    ปัจจุบันคลื่น 1800 มีผู้ให้บริการอยู่ประมาณ 17 ล้านเลขหมาย หากมีการโอนย้าย จะสามารถย้ายได้ 40,000 เลขหมายต่อวัน หากจะต้องทำการโอนย้ายทั้ง 17 ล้านเลขหมาย จะกินระยะเวลามากถึง 425 วัน ซึ่งในเรื่องนี้จะมีการประชุมในบอร์ด กทค.ครั้งหน้า เพื่อหาข้อสรุปในการโอนย้ายเลขให้รวดเร็วที่สุด
    ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ได้มีการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ กับนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกสทช. ว่า ทางกระทรวงไอซีทีมีความยินดีที่จะคืนคลื่นกลับมาที่กสทช. หากจะมีการขอใช้คลื่นต่อไป ทางกระทรวงไอซีทีจะมีหนังสือแจ้งมาที่ กสทช.แน่นอน






ขณะที่มาตรการเยียวยาผลกระทบหลังหมดสัญญาสัมปทานนั้น คณะอนุกรรมการฯ ได้มีข้อเสนอเรื่องการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ตบิลิตี) โดยเห็นว่าควรเปิดให้มีการโอนเลขหมายในระบบออนไลน์ และเพิ่มความจุในการโอนย้ายเลขหมายในแต่ละวันให้มีความจุที่เพียงพอต่อเลขหมายที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน และให้กลุ่มงานเลขหมายของสำนักงาน กสทช.ประเมินเลขหมายที่จะมีการโอนย้ายจริงเสนอให้บอร์ด กทค. ซึ่งแผนดังกล่าวจะต้องมีแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคในระบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด) และระบบจดทะเบียนรายเดือน (โพสต์เพด)
     


       ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ยังระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้เข้าพบเลขาธิการ กสทช.เพื่อชี้แจงกรณีการคืนคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่จะหมดสัญญาสัมปทาน โดยกระทรวงไอซีทีพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย และเงื่อนไขของ กสทช.ทั้งหมด ส่วนการขอใช้คลื่นความถี่หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกระทรวงไอซีทีจะมาทำข้อตกลงกับ กสทช.คราวหน้า




รมว.ไอซีที กล่าวถึงการคืนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ที่ บริษัท กสท ให้สัมปทานกับทรูมูฟ และจะสิ้นสุดสัมปทานในวันที่ 15กันยายน 2556 นั้น  เป็นหน้าที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เป็นผู้กำหนดเงื่อนไข ขณะที่ กระทรวงไอซีที ไม่สามารถไปกำหนดได้ .

อย่างไรก็ตาม สิ่งเป็นห่วงคือเมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทานแล้ว ผู้บริโภคไม่สามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อได้ จะส่งผลผลกระทบต่อผู้บริโภค ซึ่ง กระทรวงไอซีที ในฐานะเป็นผู้ดูแลหน่วยงานในสังกัดเป็นห่วงเรื่องนี้ และจะให้ตอบกับผู้บริโภคว่าอย่างไร ดังนั้นอยากให้ กสทช.รีบสรุปในเรื่องนี้







_________________________________




กทค.ร่อนหนังสือทวงความถี่ 1800 MHz


       บอร์ด กทค.มีมติเห็นชอบส่งหนังสือทวงความถี่ 1800 MHz จาก กสท หลังสัญญาสัมปทานทรูมูฟและดีพีซีสิ้นสุดลงในเดือน ก.ย. 56 ระบุ กสท ต้องส่งแผนเยียวยาผู้บริโภคกลับมา กสทช.ภายในเดือน เม.ย.นี้ ด้าน “ฐากร” แย้มปลัดไอซีทีย่องพบยินดีคืนความถี่ 1800 MHz ตามกฎหมาย แต่สงวนสิทธิ์ขอเจรจาใช้ความถี่คราวหน้า ด้านเอไอเอสเตรียมถอนฟ้อง พร้อมจ่ายค่าปรับพรีเพด
     
       พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า บอร์ด กทค.ได้มีการจัดประชุมสัญจรที่จังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ส่งหนังสือไปยังเจ้าของสัญญาสัมปทาน คือ บริษัท กสท โทรคมนาคม (กสท) และบริษัทคู่สัญญาสัมปทาน ได้แก่ บริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอลโฟน ที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือในย่านความถี่ 1800 MHz ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย. 2556 นี้เพื่อให้รับทราบและปฏิบัติตามกฎหมายหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานที่จะต้องนำความถี่ส่งคืนกลับมายัง กสทช. ซึ่งสำนักงาน กสทช.จะส่งหนังสือดังกล่าวไปภายในสัปดาห์หน้า
     
       “หลังจาก กสท ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วจะต้องสรุปมาตรการเยียวยาผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบหลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงภายในเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้เป็นอย่างช้า เนื่องจากแผนการเยียวยาลูกค้าจะต้องเสร็จก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน 6 เดือน โดยสัญญาดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งบอร์ด กทค.ก็จะทำแผนเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาคู่ขนานไปพร้อมกันด้วย”
     
       ในเบื้องต้นคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมรองรับสัญญาสัมปทานความถี่ 1800 MHz ได้สรุปผลการศึกษาให้บอร์ด กทค.พิจารณา โดยแบ่งผลการศึกษาออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. การประมูลคลื่นความถี่ 2. การเยียวยาผลกระทบหลังหมดสัญญาสัมปทาน โดยเรื่องการประมูลความถี่แยกออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงแรก เตรียมการประมูลสำหรับความถี่ที่จะหมดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย. 2556 (ทรูมูฟกับดีพีซี) ส่วนช่วงที่ 2 คือช่วงก่อนหมดสัญญาสัมปทานของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2561
     
       ขณะที่มาตรการเยียวยาผลกระทบหลังหมดสัญญาสัมปทานนั้น คณะอนุกรรมการฯ ได้มีข้อเสนอเรื่องการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ตบิลิตี) โดยเห็นว่าควรเปิดให้มีการโอนเลขหมายในระบบออนไลน์ และเพิ่มความจุในการโอนย้ายเลขหมายในแต่ละวันให้มีความจุที่เพียงพอต่อเลขหมายที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน และให้กลุ่มงานเลขหมายของสำนักงาน กสทช.ประเมินเลขหมายที่จะมีการโอนย้ายจริงเสนอให้บอร์ด กทค. ซึ่งแผนดังกล่าวจะต้องมีแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคในระบบบัตรเติมเงิน (พรีเพด) และระบบจดทะเบียนรายเดือน (โพสต์เพด)
     
       นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช.จะต้องเตรียมการประชาสัมพันธ์เรื่องการโอนย้ายลูกค้าที่จะหมดสัญญาสัมปทาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือระยะแรกให้มีการเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายละเอียดสัญญาสัมปทานที่จะหมดลง และระยะที่ 2 แจ้งให้ทราบถึงหลักเกณฑ์การคุ้มครองผู้บริโภค
     
       ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ยังระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้เข้าพบเลขาธิการ กสทช.เพื่อชี้แจงกรณีการคืนคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่จะหมดสัญญาสัมปทาน โดยกระทรวงไอซีทีพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย และเงื่อนไขของ กสทช.ทั้งหมด ส่วนการขอใช้คลื่นความถี่หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกระทรวงไอซีทีจะมาทำข้อตกลงกับ กสทช.คราวหน้า
     
       ***เอไอเอสถอนฟ้อง กสทช. พร้อมปฏิบัติตาม
     
       ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ได้แจ้งมายังสำนักงาน กสทช.ถึงการยอมปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครอง และยินดีชำระค่าปรับวันละ 100,000 บาท กรณีการกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน ซึ่งมีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 2555 และยินดีถอนฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 56/2556 ที่เอไอเอสฟ้อง กสทช.และบอร์ด กทค.เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงาน กสทช.ที่เรียกค่าปรับจากผู้ให้บริการที่ยังกำหนดวันหมดอายุในการให้บริการระบบเติมเงิน
     

http://manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000015557

______________________________


กทค.จ่อส่งหนังสือเรียกคลื่น1800 เมกะเฮิรตซ์คืน

กทค.มีมติเตรียมส่งหนังสือ กสท เรียกคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซกลับคืน กสทช. ตีกรอบส่งแผนเยียวยาลูกค้าเม.ย.56 ด้านอนุกรรมการฯ เสนอ มาตราการดูแลผู้บริโภคให้กทค.พิจารณา
วันนี้(6ก.พ.)ที่สำนักงานคณะกรรมกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมเมื่อวันที่30 ม.ค. 56  ที่ผ่านมา กทค. มีมติให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ให้สัญญาสัมปทาน แก่ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ลูกค้าจำนวน 17 ล้านราย และ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือ ดีพีซี ลูกค้าจำนวน 80,000 ราย ที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2 จี คลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ โดยจะหมดสัญญาสัมปทานในเดือนก.ย.56  ส่งคืนคลื่นกลับมายังกสทช.ตามกฎหมาย และจะดำเนินการส่งหนังสือไปยังกสท ทรูมูฟ และดีพีซี  เพื่อให้รับทราบถึงข้อกฎหมายและทำแผนเยียวยามาตราการดูแลลูกค้าในระบบมายัง กสทช. ภายในเดือนเม.ย.56


ในขณะเดียวกันคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารคลื่นความถี่ 1800  เมกะเฮิรตซ์ ได้รายงานผลการศึกษาต่อกทค.ไปพิจารณารายละเอียด โดยเสนอการนำคลื่นความถี่ที่ได้คืนมาเตรียมประมูล เป็น2ช่วงคือ ช่วงก.ย.56และช่วงก่อนหมดสัญญาปี 2561 ของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค  นอกจากนี้ยังเสนอมาตราการเยียวยาลูกค้า เรื่อง การคงสิทธิเลขหมาย หรือโอนย้ายเลขหมาย ในรูปแบบบริการออนไลน์เนื่องจากในปัจจุบันขีดความสามารถการโอนย้ายอยู่ที่ 40,000 เลขหมาย / วัน  ซึ่งหากจะโอนย้ายครบหมดจะใช้เวลานานกว่า 425 วัน  และต้องมีมาตรการดูแลความเสียหายและผู้ใช้บริการต้องโอนย้ายอย่างสมัครใจ รวมทั้งต้องคุ้มครองลูกค้าในระบบเติมเงินและระบบรายเดือนอีกด้วย  ซึ่งสำนักงานกสทช.ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องการโอนย้ายเลขหมายให้แก่ผู้บริโภครับทราบถึงข้อเท็จจริงการหมดสัญญาสัมปทานมือถือคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์


สำหรับเรื่องประกาศกสทช. มาตราฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคมพ.ศ.2549ที่ระบุห้ามกำหนดวันหมดอายุระบบพรีเพด ซึ่งความคืบหน้าการเสนอเงื่อนไขรายละเอียดการกำหนดวันหมดอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยบริษัท ทรูมูฟ จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ได้ส่งหนังสือเงื่อนไขมาเรียบร้อย ส่วนดีแทคยังไม่ได้ส่งเงื่อนไขมาให้สำนักงานกสทช.  โดยทั้งนี้มั่นใจว่าหลังจากนี้แพ็กเกจ โปรโมชั่นค่าบริการมือถือจะดีขึ้นตามศักยภาพการแข่งขันค่ายมือถือ รวมทั้งความคืบหน้าผู้บริหารเอไอเอสที่ยินดีถอนฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 56/2556 ที่เอไอเอส ฟ้องกสทช.และบอร์ด กทค. เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงาน กสทช.ที่เรียกค่าปรับจากผู้ให้บริการที่ยังกำหนดวันหมดอายุในการให้บริการระบบเติมเงิน


http://www.dailynews.co.th/technology/183006


________________________________



เร่งกสทช.สรุปแผนเรียกคืนคลื่น


น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที)  เปิดเผยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 นี้จะมีความชัดเจนในการจัดตั้งบริษัทลูกของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย บริษัท ทาวเวอร์โค จำกัด และบริษัท ไฟเบอร์โค จำกัด โดยทั้ง2บริษัทจะดำเนินธุรกิจบริหารจัดการเสาโทรคมนาคม ที่จะมาจากการโอนทรัพย์สินตามสัญญาสัมปทาน (BTO) ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐพ.ศ.2553                    

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบัน  บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส คู่สัญญาสัมปทานทีโอที มีเสาโทรคมนาคมทั้งหมดมากกว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ ที่ผ่านมา โอนให้ทีโอทีแล้ว  13,000 แห่ง บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด  (ดีพีซี) มีเสาโทรคมนาคม 2,000 แห่ง โอนให้กสท 180 แห่ง ขณะที่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค มีเสาโทรคมนาคม 12,000 แห่ง แต่โอนให้กสท 1,100 แห่งเท่านั้น ส่วนกลุ่มทรูมีเสาโทรคมนาคม 11,000 แห่งแต่ยังไม่ได้โอนให้กสท แต่อย่างใด

รมว.ไอซีที กล่าวถึงการคืนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ที่ บริษัท กสท ให้สัมปทานกับทรูมูฟ และจะสิ้นสุดสัมปทานในวันที่ 15กันยายน 2556 นั้น  เป็นหน้าที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เป็นผู้กำหนดเงื่อนไข ขณะที่ กระทรวงไอซีที ไม่สามารถไปกำหนดได้ .

อย่างไรก็ตาม สิ่งเป็นห่วงคือเมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทานแล้ว ผู้บริโภคไม่สามารถใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อได้ จะส่งผลผลกระทบต่อผู้บริโภค ซึ่ง กระทรวงไอซีที ในฐานะเป็นผู้ดูแลหน่วยงานในสังกัดเป็นห่วงเรื่องนี้ และจะให้ตอบกับผู้บริโภคว่าอย่างไร ดังนั้นอยากให้ กสทช.รีบสรุปในเรื่องนี้

http://www.naewna.com/business/40296


_____________________________



กสทช.เคาะมติขอคืนคลื่น1800 ทรูออนไลน์ลงทุนบรอดแบนด์หมื่นล.



  มติเอกฉันท์ คืนคลื่น 1800 มาที่ กสทช. ย้ำต้องสรุปมาตรการเยียวยาผู้บริโภคก่อนหมดสัญญาสัมปทาน 6 เดือน ทรูออนไลน์ ทุ่มงบ 4-5 พันล้านบาท ลุยบรอดแบนด์ คาดสิ้นปี 56 ลูกค้า 1.9 ล้านครัวเรือน
         พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. เปิดเผยว่า ผลการประชุม กทค. ครั้งที่ 6/2556 เห็นชอบเรื่องการให้บริการโทรคมนาคมแบบพรีเพด คือการเติมเงินเข้าสู่ระบบของผู้ให้บริการในทุกมูลค่า ที่เคยให้บริการอยู่ก่อน ผู้ใช้บริการต้องได้รับวันใช้งานไม่ต่ำกว่า 30 วัน เติมเงินเท่าไหร่ใน 1 ครั้ง ต้องได้ 30 วัน โดยสะสมวันได้ไม่น้อยกว่า 365 วัน หรือมากกว่านั้น ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ
    ส่วนในเรื่องของการคืนคลื่นสัญญาสัมปทาน 1800 ในไตรมาสแรก ต้องทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัญญาสัมปทานที่กำลังจะหมดในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งทาง กสทช.จะทำหนังสือไปยังผู้ที่ถือครองคลื่น ในเรื่องการพิจารณาเตรียมการการคืนคลื่นให้มีความเรียบร้อย ในไตรมาสสอง จะมีการแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์หรือมาตรการหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ส่วนกลไกการโอนย้าย การอนุญาตให้มีการให้บริการต่อไปแบบชั่วคราว ในช่วงการเปลี่ยนผ่านนั้น และการใช้ประโยชน์จากคลื่น 1800 จะเข้าบอร์ด กทค.ไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการประชุมแบบเฉพาะเรื่องอย่างแน่นอน
    "ทาง กทค.มีมติเอกฉันท์ให้ผู้ที่ถือครองคลื่น 1800 ส่งคลื่นคืนมาที่ กสทช.เมื่อหมดสัญญาสัมปทาน ทั้งนี้ จะให้ทางผู้ที่ถือครองคลื่นทำหนังสือเกี่ยวกับแผนมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งแบบเติมเงินและรายเดือนมาที่ กทค.ให้เร็วที่สุด ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถสรุปมาตรการเยียวผู้บริโภคได้ก่อนที่จะหมดสัญญาสัมปทาน 6 เดือน" พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว
    ปัจจุบันคลื่น 1800 มีผู้ให้บริการอยู่ประมาณ 17 ล้านเลขหมาย หากมีการโอนย้าย จะสามารถย้ายได้ 40,000 เลขหมายต่อวัน หากจะต้องทำการโอนย้ายทั้ง 17 ล้านเลขหมาย จะกินระยะเวลามากถึง 425 วัน ซึ่งในเรื่องนี้จะมีการประชุมในบอร์ด กทค.ครั้งหน้า เพื่อหาข้อสรุปในการโอนย้ายเลขให้รวดเร็วที่สุด
    ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ได้มีการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ กับนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกสทช. ว่า ทางกระทรวงไอซีทีมีความยินดีที่จะคืนคลื่นกลับมาที่กสทช. หากจะมีการขอใช้คลื่นต่อไป ทางกระทรวงไอซีทีจะมีหนังสือแจ้งมาที่ กสทช.แน่นอน
    นายเจริญ ลิ่มกังวาฬมงคล ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจทรูออนไลน์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้ ทิศทางการดำเนินธุรกิจของทรูออนไลน์ ยังให้ความสำคัญเรื่องการขยายบริการอัลตร้าไฮ
สปีด อินเทอร์เน็ต สู่ต่างจังหวัดเพื่อครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วยเงินลงทุนรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อติดตั้งโครงข่าย ครอบคลุมมากกว่า 4 ล้านครัวเรือน ใน 61 จังหวัด ด้วยเทคโนโลยีเคเบิลอินเทอร์เน็ต DOCSIS 3.0 ที่พร้อมรองรับการให้บริการ ทริปเปิ้ล เพลย์ ซึ่งได้แก่ ไฮสปีด อินเตอร์เน็ต
ทรูวิชั่น และการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน ตามยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ ของกลุ่มทรู รวมถึงการนำจุดเด่นของบริการในกลุ่ม สร้างมูลค่าเพิ่มให้ลูกค้า
    “งบลงทุนรวมในปีนี้อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ในส่วนบรอดแบนด์นั้น อยู่ที่ราว 4-5 พันล้านบาท ซึ่งปี 56 นี้จะเน้นการขยายโครงข่ายออกไปสู่ต่างจังหวัดให้ครอบคลุมมากขึ้น โดนปีนี้คาดว่าจะสามารถขยายได้ถึง 61 จังหวัด และจะครอบคลุม 77 จังหวัดในปี 57 สำหรับจำนวนลูกค้ารวมได้ตั้งเป้าของปี 56 ไว้ที่ 1.9 ล้านครัวเรือน จากเดิมปี 56 ที่มีอยู่ 1.6 ล้านครัวเรือน” นายเจริญ กล่าว  
    ภายในงาน ทรูออนไลน์ ได้เปิดตัว นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์คนใหม่ โดยนายมนัสส์ ได้ร่วมงานกับกลุ่มทรู ตั้งแต่ปี 2543.

http://www.thaipost.net/news/070213/69178


ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.