Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

7 กุมภาพันธ์ 2556 (ขี้โม)(+++ ไม่ให้เลขหมายใหม่ +++) (บอร์ดมือถือ) บอกว่า ค่าเหมาจ่าย(โปรโมชั่น)เฉลี่ยแล้วเกิน 99 สตางค์/นาที ก็จะไม่ให้เลขหมายใหม่


ประเด็นหลัก

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกิจการกระจายเสียง กิจการเสียงโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ตามที่ กสทช.ได้ดำเนินการเพื่อให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองของ กสทช. ทั้งเรื่องการห้ามผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เรียกเก็บค่าบริการประเภทเสียงภายในประเทศ อัตราค่าบริการเกิน 99 สตางค์/นาที และค่าบริการในลักษณะเหมาจ่าย (โปรโมชั่น) เฉลี่ยแล้วเกิน 99 สตางค์/นาที เรื่องการห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่กำหนดวันหมดอายุในระบบสำหรับหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน (พรีเพด) และเรื่องการกำหนดให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในการขอเปิดหมายเลขใหม่เพื่อใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบเติมเงิน (พรีเพด) ทุกครั้ง


_____________________________

ขู่ไม่ให้เลขหมายใหม่ ค่ายมือถือฝ่าฝืนกฎ พรีเพด-99สต.

กสทช.ขู่ค่ายมือถือ ไม่ให้อนุมัติเลขหมายโทรใหม่ตามที่ขอเข้ามา หากพบแหกกฎเก็บค่าบริการเกิน 99 สตางค์/นาที และกำหนดวันอายุพรีเพด แนะประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่ คอลเซ็นเตอร์ 1200...

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกิจการกระจายเสียง กิจการเสียงโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ตามที่ กสทช.ได้ดำเนินการเพื่อให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองของ กสทช. ทั้งเรื่องการห้ามผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เรียกเก็บค่าบริการประเภทเสียงภายในประเทศ อัตราค่าบริการเกิน 99 สตางค์/นาที และค่าบริการในลักษณะเหมาจ่าย (โปรโมชั่น) เฉลี่ยแล้วเกิน 99 สตางค์/นาที เรื่องการห้ามไม่ให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่กำหนดวันหมดอายุในระบบสำหรับหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน (พรีเพด) และเรื่องการกำหนดให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในการขอเปิดหมายเลขใหม่เพื่อใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบเติมเงิน (พรีเพด) ทุกครั้ง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.ได้มีหนังสือขอให้ชำระค่าปรับทางปกครองไปยังผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค บริษัท ทรู มูฟ จำกัด เพื่อขอให้ชำระค่าปรับทางปกครองกรณีที่บริษัทยังกำหนดระยะเวลาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเก็บเงินล่วงหน้า (กำหนดวันหมดอายุโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน) และแจ้งว่า สำนักงานฯ จะดำเนินการติดตามตรวจสอบว่าบริษัทได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อ 11 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 และแจ้งสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าปรับทางปกครองกับบริษัท ต่อไปหากผลการติดตามตรวจสอบพบว่า บริษัทยังคงฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 11 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ให้ถูกต้องครบถ้วน รวมถึงยังได้แจ้งผ่านสื่อมวลชนว่า หากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใดยังไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของ กสทช. สำนักงาน กสทช. จะนำเรื่องเสนอคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ไม่ให้อนุมัติเลขหมายโทรคมนาคมใหม่ตามที่ผู้ให้บริการฯ ขอเข้ามา ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร้องเรียนมาที่คอลเซ็นเตอร์ 1200 ได้

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.และประธาน กทค. กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ด กทค.(6 ก.พ.) ว่า ในการประชุมที่ผ่านมา กทค.มีมติให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ซึ่งเป็นผู้ให้สัญญาสัมปทาน แก่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ลูกค้าจำนวน 17 ล้านราย และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือ ดีพีซี ลูกค้าจำนวน 8 หมื่นราย ที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2 จี โดยจะหมดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย.2556 คืนคลื่นมายัง กสทช.ตามกฎหมาย และจะดำเนินการส่งหนังสือไปยัง กสท ทรูมูฟ และดีพีซี เพื่อให้รับทราบถึงข้อกฎหมายและทำแผนเยียวยามาตราการดูแลลูกค้าในระบบมายัง กสทช. ภายในเดือน เม.ย.2556

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ได้รายงานผลการศึกษาต่อ กทค.ไปพิจารณารายละเอียด โดยเสนอการนำคลื่นความถี่ที่ได้คืนมาเตรียมประมูล เป็น 2 ช่วงคือ ช่วง ก.ย.2556 และช่วงก่อนหมดสัญญาปี 2561 ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค นอกจากนี้ ยังเสนอมาตรการเยียวยาลูกค้า เรื่อง การคงสิทธิเลขหมาย หรือโอนย้ายลูกค้า ในรูปแบบบริการออนไลน์ เนื่องจากในปัจจุบันขีดความสามารถการโอนย้ายอยู่ที่ 4 หมื่นเลขหมาย/วัน และหากจะโอนย้ายครบหมดจะใช้เวลานานกว่า 425 วัน และต้องมีมาตรการดูแลความเสียหายและผู้ใช้บริการต้องโอนย้ายอย่างสมัครใจ รวมทั้งต้องคุ้มครองลูกค้าในระบบเติมเงินและระบบรายเดือนอีกด้วย ซึ่งสำนักงาน กสทช.ต้องเตรียมความพร้อมเรื่องการโอนย้ายเลขหมายให้แก่ผู้บริโภครับทราบ ถึงข้อเท็จจริงการหมดสัญญาสัมปทานมือถือคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์

ส่วนความคืบหน้าเรื่องประกาศ กสทช. ห้ามกำหนดวันหมดอายุระบบพรีเพดนั้น การเสนอเงื่อนไขรายละเอียดการกำหนดวันหมดอายุไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยบริษัท ทรูมูฟ จำกัด (มหาชน) และเอไอเอส ได้ส่งหนังสือเงื่อนไขมาเรียบร้อย ส่วนดีแทคยังไม่ได้ส่งเงื่อนไขมาให้สำนักงาน กสทช. โดยทั้งนี้มั่นใจว่า หลังจากนี้ แพ็กเกจ โปรโมชั่น ค่าบริการมือถือจะดีขึ้นตามศักยภาพการแข่งขันค่ายมือถือ รวมทั้งความคืบหน้าผู้บริหารเอไอเอส ที่ยินดีถอนฟ้องคดีหมายเลขดำที่ 56/2556 ที่เอไอเอส ฟ้อง กสทช.และบอร์ด กทค. เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงาน กสทช. ที่เรียกค่าปรับจากผู้ให้บริการที่ยังกำหนดวันหมดอายุในการให้บริการระบบเติมเงิน.

http://www.thairath.co.th/content/tech/325274

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.