Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

1 มีนาคม 2556 (บทความ) แบตเตอรี่ สมาร์ทโฟน ทำไมยังไม่พัฒนา ? // แบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน ไม่ใช้ทางออก


ประเด็นหลัก



คนที่ออกแบบอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหลายเขาเลือกอย่างหลังครับ

คำตอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้สุดท้ายแล้วเราต้องเลือกระหว่างสองทางเลือกที่ว่านั้นก็คือ แบตเตอรี่ที่ผลิตโดยเทคโนโลยี ลิเธียม-ไออน บรรลุถึงขีดจำกัดในทางฟิสิกส์ของมันแล้ว

พูดง่ายๆ ก็คือว่า คิดให้หัวแตกก็ไม่สามารถทำให้แบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน มีศักยภาพมากกว่านี้ได้อีกแล้วครับ

ข้อจำกัดมีไว้ให้ทำลายก็จริงครับ แต่เทคโนโลยีต้องเปลี่ยน การเปลี่ยนเทคโนโลยีนั้นหมายความว่า โรงงานผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลก "อาจ" จำเป็นต้องเปลี่ยนตามไปด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม มีแบตเตอรี่ ที่คิดค้นกันใหม่มากมายแต่ยังไม่มีใครผลิตออกมาขาย หรือใช้กับสมาร์ทโฟนกัน

แต่ถึงอย่างไร เรื่องนี้ก็ต้องมีวันสิ้่นสุด ตอนนี้มี "เค2 เอนเนอร์จี" บริษัทวิจัยด้านแบตเตอรี่ในสหรัฐ อเมริกา กำลังเตรียมการผลิตแบตเตอรี่มือถือด้วยเทคโนโลยีใหม่ออกมาให้ใช้กัน อย่างเร็วก็น่าจะวางตลาดได้ในปีหน้า อย่างช้าไม่เกิน 2 ปี

แบตเตอรี่ใหม่ของ เค2 ใช้ "ลิเธียม-ไอออน ฟอสเฟต" ครับ ว่ากันว่า มันสามารถชาร์จซ้ำได้มากกว่า ลิเธียม-ไอออน ได้ราวสองเท่าตัว โดยไม่เสื่อมขีดความสามารถในการเก็บประจุ และสามารถทนต่อความร้อน ที่เป็นตัวการสำคัญในการทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วได้ดีกว่ามาก

นอกจากแบตเตอรี่ของ เค2 แล้ว ยังมีเทคโนโลยีอีกแบบที่ว่ากันว่า สามารถพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้ง่ายกว่า นั่นคือ แบตเตอรี่ ที่ใช้ "ลิเธียม-ไอไมด์" กับ "อะลูมิเนียม ไอออน" ที่ว่ากันว่าให้พลังไฟมากกว่า

ลิเธียม-ไอออนระหว่าง 10-50 เปอร์เซ็นต์ ในขนาดที่เท่ากัน มีอายุการใช้งานนานกว่า ชาร์จเต็มได้เร็วกว่า และตอบสนอง คือ คายความร้อนได้เร็วกว่า

ที่สำคัญที่สุดก็คือ มันสามารถผลิตได้โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่โรงงานแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนใช้อยู่ ทำให้ไม่ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องจักรหรือยกเครื่องโรงงานการผลิตใหม่ แล้วก็ทำให้ในทางทฤษฎีแล้ว "ราคา" ของมันน่าจะอยู่ใกล้เคียงกับแบตฯลิเธียม-ไอออนที่เราใช้กันอยู่ครับ

ผู้ใช้สมาร์ทโฟน ไม่เพียงต้องการโทรศัพท์ที่ไม่ต้องดูแลกันมากตลอดทั้งวันเท่านั้นนะครับ ยังอยากได้ที่เร็วกว่า คมชัดกว่า แล้วก็บางเบากว่าเหมือนเดิม






























____________________________






แบตเตอรี่ สมาร์ทโฟน ทำไมยังไม่พัฒนา ?

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ pairat@matichon.co.th

ผมได้ยินเสียงบ่นเรื่องแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ เสียงถามหาที่ชาร์จ หรือแบตเตอรี่สำรอง อยู่ทุกวัน บางวันมากกว่าหนึ่งครั้ง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ในบรรดาส่วนประกอบของสมาร์ทโฟนที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ สิ่งที่ไม่ได้พัฒนาให้มีขีดความสามารถดีขึ้นกว่าเดิมเลยก็คือ "แบตเตอรี่"




ลองย้อนนึกไปตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนที่ "ไอโฟน" ตัวแรกปรากฏตัวแล้วพลิกโฉมหน้าของสมาร์ทโฟนไปจนไม่เหมือนเดิมอีกเลย โทรศัพท์ตระกูลนี้รวมไปถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ต่างๆ ไม่เพียงแค่มีหน้าจอใหญ่ขึ้น ยังใสแจ่มมากขึ้น โปรเซสเซอร์เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกได้ ความเร็วในการอัพโหลด-ดาวน์โหลด เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก จาก "เอดจ์" เป็น "3จี" แล้วก็กลายเป็น "4จี" ที่กำลังอยู่ระหว่างการทดลองของหลายๆ ค่ายอยู่ในเวลานี้

แต่แบตเตอรี่ไม่เคยอยู่ได้นานเกินกว่าหนึ่งวันเลย ขนาดใช้อย่างมัธยัสถ์แค่ไหนยังไม่เกินวันครึ่ง

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? คำตอบมีอยู่ 2 ทางครับ ทางหนึ่งนั้นในความเป็นจริงแล้ว แบตเตอรี่ "ลิเธียม-ไอออน" ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้พัฒนาไปมากกว่าเมื่อ 5 ปีก่อนไม่น้อย มันให้พลังงานเพิ่มมากขึ้นราว 3 เท่าตัว เก็บประจุได้มากกว่าเดิม 3 เท่า แล้วก็จริงๆ แล้ว มันสามารถอยู่นานกว่าเดิม 3 เท่าตัว แต่มีบางอย่างทำให้มันอยู่ได้แค่วันเศษๆ เหมือนเดิม

อย่างแรกก็คือ ยิ่งโทรศัพท์พัฒนาขีดความสามารถขององค์ประกอบด้านอื่นๆ มากขึ้นเท่าใด ยิ่งกินพลังงานมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าเป็นโปรเซสเซอร์ที่เร็วขึ้น หรือหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น คมชัดและสว่างมากขึ้น เหล่านี้เปลืองแบตเตอรี่มากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ในขณะเดียวกัน "เทรนด์" ของการออกแบบอุปกรณ์ ก็กลายเป็นข้อจำกัดของแบตเตอรี่ไป เพราะเรานิยมอุปกรณ์ที่ออกแบบให้ "บาง-เบา" ตัวแบตเตอรี่ก็ต้อง "บาง-เบา" ตามไปด้วย

นั่นคือ จริงๆ แล้วเราสามารถมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน 3 วัน แต่ต้องมีขนาดเท่าเดิมกับขนาดเมื่อ 5 ปีก่อน หรือไม่ก็มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ 1 วันเท่ากับเมื่อ 5 ปีก่อน แต่มีขนาดเล็กลงหรือบางลงกว่าเดิมเหลือเพียง 1 ใน 3

คนที่ออกแบบอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหลายเขาเลือกอย่างหลังครับ

คำตอบที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้สุดท้ายแล้วเราต้องเลือกระหว่างสองทางเลือกที่ว่านั้นก็คือ แบตเตอรี่ที่ผลิตโดยเทคโนโลยี ลิเธียม-ไออน บรรลุถึงขีดจำกัดในทางฟิสิกส์ของมันแล้ว

พูดง่ายๆ ก็คือว่า คิดให้หัวแตกก็ไม่สามารถทำให้แบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน มีศักยภาพมากกว่านี้ได้อีกแล้วครับ

ข้อจำกัดมีไว้ให้ทำลายก็จริงครับ แต่เทคโนโลยีต้องเปลี่ยน การเปลี่ยนเทคโนโลยีนั้นหมายความว่า โรงงานผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลก "อาจ" จำเป็นต้องเปลี่ยนตามไปด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม มีแบตเตอรี่ ที่คิดค้นกันใหม่มากมายแต่ยังไม่มีใครผลิตออกมาขาย หรือใช้กับสมาร์ทโฟนกัน

แต่ถึงอย่างไร เรื่องนี้ก็ต้องมีวันสิ้่นสุด ตอนนี้มี "เค2 เอนเนอร์จี" บริษัทวิจัยด้านแบตเตอรี่ในสหรัฐ อเมริกา กำลังเตรียมการผลิตแบตเตอรี่มือถือด้วยเทคโนโลยีใหม่ออกมาให้ใช้กัน อย่างเร็วก็น่าจะวางตลาดได้ในปีหน้า อย่างช้าไม่เกิน 2 ปี

แบตเตอรี่ใหม่ของ เค2 ใช้ "ลิเธียม-ไอออน ฟอสเฟต" ครับ ว่ากันว่า มันสามารถชาร์จซ้ำได้มากกว่า ลิเธียม-ไอออน ได้ราวสองเท่าตัว โดยไม่เสื่อมขีดความสามารถในการเก็บประจุ และสามารถทนต่อความร้อน ที่เป็นตัวการสำคัญในการทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วได้ดีกว่ามาก

นอกจากแบตเตอรี่ของ เค2 แล้ว ยังมีเทคโนโลยีอีกแบบที่ว่ากันว่า สามารถพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้ง่ายกว่า นั่นคือ แบตเตอรี่ ที่ใช้ "ลิเธียม-ไอไมด์" กับ "อะลูมิเนียม ไอออน" ที่ว่ากันว่าให้พลังไฟมากกว่า

ลิเธียม-ไอออนระหว่าง 10-50 เปอร์เซ็นต์ ในขนาดที่เท่ากัน มีอายุการใช้งานนานกว่า ชาร์จเต็มได้เร็วกว่า และตอบสนอง คือ คายความร้อนได้เร็วกว่า

ที่สำคัญที่สุดก็คือ มันสามารถผลิตได้โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่โรงงานแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนใช้อยู่ ทำให้ไม่ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องจักรหรือยกเครื่องโรงงานการผลิตใหม่ แล้วก็ทำให้ในทางทฤษฎีแล้ว "ราคา" ของมันน่าจะอยู่ใกล้เคียงกับแบตฯลิเธียม-ไอออนที่เราใช้กันอยู่ครับ

ผู้ใช้สมาร์ทโฟน ไม่เพียงต้องการโทรศัพท์ที่ไม่ต้องดูแลกันมากตลอดทั้งวันเท่านั้นนะครับ ยังอยากได้ที่เร็วกว่า คมชัดกว่า แล้วก็บางเบากว่าเหมือนเดิม

ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตละครับว่า มีแนวคิด "ทางการตลาด" เกี่ยวกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร!




ที่มา : นสพ.มติชน
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1362118688&grpid=03&catid=06&subcatid=0600

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.