Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

11 มีนาคม 2556 สรุป!! โทรคมนาคมและการสือสาร (เพิ่มเติม) ประจำวัน 09/03/2556


สรุป!! โทรคมนาคมและการสือสาร (เพิ่มเติม) ประจำวัน 09/03/2556

( ข้อจำกัดด้านข้อความ ข่าวที่เหลือ UP ผ่าน ช่องทางอื่นแทนครับ )

ข่าวหลักที่ได้นำเสนอ!!
1.....  กสทช. (ทำได้เพียงแค่ร้องขอ CAT คืนคลื่น 1800 ทำ 4G ) อ้างนักวิชาการเยอรมนี ต้องทำเพื่อนชาติ
2.....  (เกาะติดประมูลDigital TV) เลื่อนเป็น 2557 สัดส่วนใหม่เป็นเป็นข่าว7ช่องHDช่อง(เป็น3-7-7-7) ตีกลับให้จุฬาตีราคา ใหม่!!
3.....  ธนา กลับมาร่วมงานกับเจ้านายเก่า(พ่อDTACคือTelenor) บุกพม่า ประมูลคลื่นมือถือ



__________________________________



(เพิ่มเติม)
1.....  (เกาะติดประมูลDigital TV) GMMz เตรียมส่งกล่อง HD แบบปรับเป็น TVDigital 5000กล่องกล่องละเกือบ3000บาท//PSIพร้อมปรับเทคโนโลยี//DTVเตรียมทำกล่องไฮบริด
2.....   TRUEONLINE โม้ เน็วที่สุดในโลก!! ความเร็ว 400 Gbps รองรับการใช้งานแบนด์วิธอินเทอร์เน็ตได้อีก 2-3 ปี
3.....   ICT แท็บเล็ต ป.1 รุ่นใหม่!! มีความพิเศษมากกว่าตรงที่มีช่อง HDMI ปากกาสไตลัส และเอสดี การ์ด 8 กิกะไบต์ จำนวน 850,000 เครื่อง
4.....   ตลาดสมาร์ทโฟน THAI สนุก++ LG เช่นโตประมาณ 150% ลดจากปีที่แล้วที่โต 300% เหตุเพราะ 3G // NOKIA เจาะกลุ่มล่าง ไม่เกิน 650 บาท สแตนด์บายได้นานกว่า 37 วัน











11 มีนาคม 2556 TRUEONLINE โม้ เน็วที่สุดในโลก!! ความเร็ว 400 Gbps รองรับการใช้งานแบนด์วิธอินเทอร์เน็ตได้อีก 2-3 ปี

ประเด็นหลัก

ทรู อินเทอร์เน็ต ทุ่มขยายคอร์เน็ตเวิร์กเพิ่มเกือบ 4 เท่าตัวเป็นความเร็ว 400 Gbps ด้วยเทคโนโลยีใหม่จากซิสโก้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงมากกว่า 20% คาดรองรับการใช้งานแบนด์วิธอินเทอร์เน็ตได้อีก 2-3 ปี พร้อมเพิ่มสเถียรภาพในการให้บริการเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าสิ้นปีขึ้นเป็นอันดับ 1 ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในตลาดองค์กร


"จากเดิมระบบสวิตซ์คอร์เน็ตเวิร์กของทรูอินเทอร์เน็ต จะรองรับการส่งผ่านข้อมูลที่ 120 Gbps แต่จากการเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่เป็น Cicco Nexus 7000 ทำให้สามารถรองรับการส่งผ่านข้อมูลเพิ่มเป็น 400 Gbps ซึ่งถือว่าปัจจุบันมีความเร็วสูงที่สุดในโลก"
     
       โดยการลงุทนขยายคอร์เน็ตเวิร์กครั้งนี้ ได้ทำการเปลี่ยนชิปในสวิตซ์จากเดิมที่ใช้เป็น 10 Gbps จำนวน 12 ตัว เป็นชิปรุ่นใหม่ที่รองรับความเร็วในการส่งต่อข้อมูลสูงสุดถึง 100 Gbps 4 ตัว ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายทั้งในแง่การบำรุงรักษา สายไฟเบอร์ และอื่นๆ ได้มากกว่า 20%


สำนักข่าวที่อ้างอิงในประเด็นนี้
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000029962


______________________________________



11 มีนาคม 2556 (เกาะติดประมูลDigital TV) GMMz เตรียมส่งกล่อง HD แบบปรับเป็น TVDigital 5000กล่องกล่องละเกือบ3000บาท//PSIพร้อมปรับเทคโนโลยี//DTVเตรียมทำกล่องไฮบริด

ประเด็นหลัก



- จีเอ็มเอ็มแซทเจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย
    โดยจะเห็นว่าเวลานี้ภาคเอกชนต่างให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ทั้งกลุ่มฟรีทีวีอย่างช่อง 3 และช่อง 7 กลุ่มสามารถ คอร์ปอเรชั่น ที่แสดงความสนใจเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอลด้วย พร้อมทั้งเป็นผู้จัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล หรือ เซ็ต ท็อป บ็อกซ์ครั้งนี้   ขณะที่แกรมมี่ หรือจีเอ็มเอ็มแซทที่ปีนี้เตรียมเดินหน้าเต็มสูบขยายทุกแพลตฟอร์มเจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย
ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม    ล่าสุดนายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มงานแพลตฟอร์ม(Platform) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในปีนี้บริษัทได้วางงบลงทุนของจีเอ็มเอ็มแซทรวมกว่า 3 พันล้านบาท  โดยแบ่งเป็น กล่องที่นำเข้ามาใหม่กว่า 50%  และที่เหลืออีก 50% คือค่าการบริหารจัดการด้านคอนเทนต์(ช่องรายการ) เพื่อรับการขยายตัวของทีวีดาวเทียมและทีวีดิจิตอล

- ปลายปีนี้เปิดขายกล่องเอชดี
    ทั้งนี้ภายในปลายเดือนมีนาคมนี้บริษัทจะเปิดจำหน่ายกล่องเอชดี ที่มีระบบภาพคมชัดสูง  โดยวางราคาแพ็กเกจแตกต่างกัน แบ่งเป็น กล่องเปล่าอย่างเดียว  และกล่องเปล่าพร้อมแพ็กเกจรายเดือน 2 เดือนและ 12 เดือน  ซึ่งกล่องดังกล่าวบริษัทคาดว่าจะจำหน่ายได้ในราคาไม่เกิน 3 พันบาท   อีกทั้งกล่องเอชดีจะสามารถรับชมทีวีดิจิตอลได้ในอนาคต  เพียงแค่ปรับซอฟต์แวร์ในบางส่วนเท่านั้น ซึ่งในปีนี้บริษัทจะนำเข้ากล่องรับสัญญาณล็อตแรกจากประเทศจีนจำนวนทั้งหมดกว่า 5 หมื่นกล่อง  โดยบริษัทมีแผนจ้างเอเยนซีรายใหญ่สร้างการรับรู้  พร้อมทั้งคาดในอนาคตกล่องเอชดีจะขายได้กว่า 60% ของตลาดโมเดิร์นเทรดทั้งหมดสำหรับการขายทีวีในประเทศไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านเครื่อง/ปี
    "บริษัทมองว่าการขยายแพลตฟอร์มกล่องรับสัญญาณไปสู่เอชดีนั้น  เนื่องจากต่อไปในอนาคตทุกอย่างจะก้าวเข้าสู่ระบบเอชดีทั้งหมด  อีกทั้งเทคโนโลยีระบบเอชดีต่างๆถูกลง  ซึ่งหากเปรียบเทียบตลาดต่างประเทศในวันนี้กว่า 90% ระบบการรับชมทีวีก้าวสู่ระบบเอชดีหมดแล้ว  ซึ่งต่อไปหลังจากนี้ประเทศไทยก็จะเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน  อีกทั้งจากการสำรวจตลาดโทรทัศน์ทั้งหมดของประเทศไทยพบว่าปัจจุบันผู้ประกอบการโทรทัศน์เลิกผลิตทีวีจอตู้แล้ว  อีกทั้งสัดส่วนคนดูทั้งหมดกว่า 3% เป็นผู้รับชมระบบเอชดี  ซึ่งบริษัทมองว่าอีก 97% ยังเป็นช่องว่างของตลาดที่สามารถขยายฐานได้อีก" นายฟ้าใหม่กล่าว
    นอกจากนี้ภายในปลายปี 2556  ที่กสทช.จะเปิดประมูลช่องธุรกิจทีวีดิจิตอล  บริษัทสนใจเข้าร่วมการประมูลอย่างแน่นอน  โดยบริษัทสนใจเข้าประมูลช่องธุรกิจ  เนื่องจากสามารถขยายช่องดังกล่าวต่อยอดแพลตฟอร์มได้เป็นจำนวนมาก  เช่น อินเตอร์เน็ต , ไอพีทีวี เป็นต้น

- พีเอสไอลั่นปรับเทคโนโลยีได้ทันที
    นายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง  จำกัด ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจจานดาวเทียม "PSI" ผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียมและกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมทั้งจานเคยูแบนด์และโดยเฉพาะจานซีแบนด์ที่ครองตลาด70- 80% กล่าวว่า การขยับไปสู่ทีวีดิจิตอล ทำให้ผู้ที่ทำธุรกิจกล่องรับสัญญาณดาวเทียมที่มีอยู่ในปัจจุบันมีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น เพราะจะมีผู้ชมส่วนหนึ่งที่ต้องการซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลซึ่งเป็นภาคพื้นดินไปติดตั้งที่บ้านจากเดิมที่รับชมผ่านฟรีทีวีที่ใช้เสาอากาศก้างปลา และยังไม่มีการติดตั้งกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมมาก่อน ดังนั้นพีเอสเอสในฐานะผู้ให้บริการด้านฮาร์ดแวร์ก็ต้องปรับเทคโนโลยีการผลิตจากกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมมายังกลุ่มรับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้ทันทีโดยการปรับเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วด้วยการปรับจูนเนอร์(ภาครับ)ให้เป็นความถี่ภาคพื้นดินได้โดยใส่ซอฟต์แวร์ลงไป  โดยคาดว่าทีวีดิจิตอลจะเข้ามาแชร์ตลาดทีวีดาวเทียมประมาณ 20%  เพราะจะมีกลุ่มผู้ชมที่ไม่อยากติดจานดาวเทียม



- ดีทีวีพร้อมทำกล่องไฮบริด
    นายปราโมทย์ บุญนำสุข ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ดีทีวีเซอร์วิส จำกัด ผู้จำหน่ายจานเหลือง "DTV" ในเครือไทยคม กล่าวในฐานะที่ทำธุรกิจทีวีดาวเทียมว่าการเกิดขึ้นของทีวีดิจิตอล จะไม่กระทบต่อการทำธุรกิจทีวีดาวเทียม แต่จะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ชม โดยเฉพาะการทำธุรกิจของบริษัท เนื่องจากไทยคม 6 จะยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าและพร้อมให้บริการในกลางปี 2556 นี้   แต่เวลานี้มีการจองช่องสัญญาณทำช่องรายการบนดาวเทียมไทยคม 6 เพื่อทำทีวีดาวเทียมไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วจำนวนมาก
    สำหรับดีทีวีปัจจุบันมีสถานะเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม มีฐานลูกค้าจานเหลืองอยู่ที่ 1.7-1.8 ล้านกล่องทั่วประเทศ มีคอนเทนต์ 82 ช่อง  ดังนั้นจะต้องเป็นพันธมิตรได้กับทุกคน เพราะมองว่าในแพลตฟอร์มดาวเทียมตัวสำคัญคือคอนเทนต์ จึงต้องทำหน้าที่หลัก 3 ส่วนคือ  จำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม และถ้าทิศทางตลาดขยับไปยังทีวีดิจิตอลมากขึ้น บริษัทก็สามารถขยับไปที่ทีวีดิจิตอลได้โดยปรับกล่องที่จำหน่ายเป็นรุ่นไฮบริด คือได้ทั้งดูทีวีดาวเทียมและดูทีวีดิจิตอลหรือเป็นรุ่นที่มีส่วนผสมของDVBS กับDVBT2 นอกจากนี้ดีทีวีเป็นแพลตฟอร์มที่จะโปรโมตช่องรายการต่างๆเพื่อเพิ่มมูลค่าโฆษณาให้มากขึ้น รวมถึงช่องเพย์ทีวีสำหรับรายการไฮไลต์จากต่างประเทศก็มาใช้บริการบนแพลตฟอร์มนี้ได้ รวมถึงการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างช่องรายการประเภทความละเอียดสูง(HD) ที่สามารถใช้ได้กับทีวีดาวเทียม ซึ่งเป็นภาคพื้นอากาศและทีวีดิจิตอลที่เป็นภาคพื้นดิน ที่ได้เริ่มดำเนินการมาก่อนตั้งแต่ปี 2555  
    ปัจจุบันมีสัดส่วนผู้ชมทีวีทั่วประเทศ 22 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็น ทีวีดาวเทียม 70%  เคเบิลทีวี 15-20% ที่เหลือเป็นฐานผู้ชมฟรีทีวีที่ยังใช้เสาก้างปลา ในอนาคตฐานผู้ชมทีวีจะเปลี่ยน โดยทีวีดาวเทียมยังเป็นฐานผู้ชมหลัก ที่เหลือจะเป็นฐานผู้ชมผ่านเคเบิลทีวีและทีวีดิจิตอล โดยขึ้นอยู่กับการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนผู้ชม เพราะปัจจุบันวัดตามครัวเรือน แต่ต่อไปจะมีผู้ชมที่อาศัยตามคอนโดมิเนียมมากขึ้น



สำนักข่าวที่อ้างอิงในประเด็นนี้
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=173109:-3&catid=85:2009-02-08-11-22-45&Itemid=417



__________________________


11 มีนาคม 2556 ICT แท็บเล็ต ป.1 รุ่นใหม่!! มีความพิเศษมากกว่าตรงที่มีช่อง HDMI ปากกาสไตลัส และเอสดี การ์ด 8 กิกะไบต์ จำนวน 850,000 เครื่อง

ประเด็นหลัก



“การจัดหาแท็บเล็ตครั้งนี้ แบ่งเป็นแท็บเล็ต ป.1 จำนวน 850,000 เครื่อง ราคากลางเครื่องละ 2,720 บาท ส่วนแท็บเล็ต ม.1 จำนวน 850,000 เครื่อง ครู 54,000 เครื่อง ราคากลางเครื่องละ 2,920 บาท โดยแท็บเล็ตของครูจะมีความพิเศษมากกว่าตรงที่มีช่อง HDMI สามารถต่อสายได้ พร้อมปากกาสไตลัส และเอสดี การ์ด 8 กิกะไบต์”


หากเทียบสเปกแท็บเล็ตในปีที่แล้วกับสเปกแท็บเล็ตลอตใหม่ที่จะออกมาให้ได้ใช้ในเทอมนี้ จะเห็นว่ามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น อาทิ แรมจากเดิม 512 เมกะไบต์ แต่ในปีนี้จะเพิ่มเป็น 1 กิกะไบต์ และเครื่องทั้งหมดใช้หน่วยประมวลผลดูอัลคอร์ 1.5 กิกะเฮิรตซ์ ขนาดจอแท็บเล็ต ป.1 กว้าง 7 นิ้ว ฮาร์ดดิสก์ 8 กิกะไบต์ ในขณะที่แท็บเล็ต ม.1 และแท็บเล็ตของครู หน้าจอขนาด 8 นิ้ว ฮาร์ดดิสก์ 16 กิกะไบต์ ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ต้องเวอร์ชั่น 4.0 ขึ้นไป โดยสเปกทั้งหมดนี้เป็นสเปกที่จะอยู่ในเงื่อนไขการประมูลจริง


สำนักข่าวที่อ้างอิงในประเด็นนี้
http://www.dailynews.co.th/technology/189617


__________________________

11 มีนาคม 2556 ตลาดสมาร์ทโฟน THAI สนุก++ LG เช่นโตประมาณ 150% ลดจากปีที่แล้วที่โต 300% เหตุเพราะ 3G // NOKIA เจาะกลุ่มล่าง ไม่เกิน 650 บาท สแตนด์บายได้นานกว่า 37 วัน

"ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนในไทยปีนี้จะโตประมาณ 150% ลดจากปีที่แล้วที่โต 300% ตลาดในต่างจังหวัดคงเติบโตมากขึ้นจากการเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ทำให้ยอดขายสมาร์ทโฟนมีสัดส่วน 40-50% หรือ 8-9 ล้านเครื่องจากยอดรวม 15 ล้านเครื่อง เพิ่มจากปีที่แล้วที่มีสัดส่วนเพียง 25% ฟีเจอร์โฟน 75% ทั้งพบว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์โตกว่า 200% ขณะที่ระบบอื่นชะลอตัว"

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1362990924&grpid=03&catid=&subcatid=

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.