Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

11 มีนาคม 2556 จำดำไร้ผล TRUEต้องทำตามศาลแพ่ง!! ล่าสุด กสทช.ยกร่างประกาศเกี่ยวกับมาตรฐานทางเทคนิคของกล่องรับสัญญาณ


ประเด็นหลัก



นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า ผู้ผลิตค่อนข้างเป็นกังวลเรื่องมาตรฐานที่ไม่สอดคล้องกับสภาพตลาดโดยรวม หากกำหนดเทคโนโลยีล้ำหน้าเกินไปอาจทำให้รายย่อยไม่สามารถทำตลาดต่อได้ ทำให้ กสท.ตัดสินใจเปลี่ยนมาตรฐานเพื่อให้ทุกฝ่ายแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งขณะนี้ กสทช.ยังไม่อนุญาตให้นำเข้ากล่องรับสัญญาณ และเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัลบนเทคโนโลยี DVB-T2 เพราะถ้านำเข้ามาก่อนมีโทษอาญาใน พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ เพื่อให้การรับชมทีวีของผู้บริโภคไม่ต้องเจอปัญหาจอดำ บอร์ด กสท.ได้ยกร่างประกาศเกี่ยวกับมาตรฐานทางเทคนิคของกล่องรับสัญญาณทีวีดาว เทียมแบบบอกรับสมาชิก และกำลังจะบรรจุเป็นวาระให้บอร์ด กสทช.ให้ความเห็นชอบ ส่วนมาตรฐานกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล กำลังจะเสนอให้บอร์ดพิจารณาร่างประกาศก่อนนำเข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ ตามกฎหมายต้องใช้เวลาราว 3 เดือน



__________________________



"กสทช." คุมสเป็กกล่องทีวีดาวเทียมแก้จอดำ


"กสทช." เตรียมปรับแก้มาตรฐานกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม จัดระเบียบ "set-top-box" หลังลดสเป็ก "ดิจิทัลทีวี" ย้ำต้องรอผลทดลองออกอากาศก่อนเคาะราคาตั้งต้นประมูล ฟากผู้ผลิตกล่องกระทุ้ง กสทช.ขอความชัดเจนเรื่องกรอบเวลานำเข้า

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลทั้งโทรทัศน์และ กล่องรับสัญญาณจากเวอร์ชั่น 1.3.1 เป็น 1.2.1 ซึ่งมีการใช้งานแพร่หลายกว่า เพราะมาตรฐานเดิมมีผู้ผลิตชิปเซตไม่กี่ราย ส่วนข้อกำหนดอื่นเป็นเรื่องเทคนิค เช่น ความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่เพิ่มมาตรฐานเดียวกับยุโรป หรือ EN 55013 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่รายที่มีฐานผลิตในต่างประเทศ จะได้ส่งสินค้าไปตรวจสอบยืนยันความถูกต้องกลับมา จากเดิมมีมาตรฐาน "มอก." และ CISPR เป็นต้น

นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า ผู้ผลิตค่อนข้างเป็นกังวลเรื่องมาตรฐานที่ไม่สอดคล้องกับสภาพตลาดโดยรวม หากกำหนดเทคโนโลยีล้ำหน้าเกินไปอาจทำให้รายย่อยไม่สามารถทำตลาดต่อได้ ทำให้ กสท.ตัดสินใจเปลี่ยนมาตรฐานเพื่อให้ทุกฝ่ายแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งขณะนี้ กสทช.ยังไม่อนุญาตให้นำเข้ากล่องรับสัญญาณ และเครื่องรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัลบนเทคโนโลยี DVB-T2 เพราะถ้านำเข้ามาก่อนมีโทษอาญาใน พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ เพื่อให้การรับชมทีวีของผู้บริโภคไม่ต้องเจอปัญหาจอดำ บอร์ด กสท.ได้ยกร่างประกาศเกี่ยวกับมาตรฐานทางเทคนิคของกล่องรับสัญญาณทีวีดาว เทียมแบบบอกรับสมาชิก และกำลังจะบรรจุเป็นวาระให้บอร์ด กสทช.ให้ความเห็นชอบ ส่วนมาตรฐานกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล กำลังจะเสนอให้บอร์ดพิจารณาร่างประกาศก่อนนำเข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ ตามกฎหมายต้องใช้เวลาราว 3 เดือน

นายปัญญา วัฒนวังวกุล วิศวกรผลิตภัณฑ์ แผนกวิศวกรรม บริษัท พานาโซนิค เอวีซี เน็ตเวิร์คส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การปรับมาตรฐานเป็นเรื่องที่รับได้ แต่ติดปัญหาที่การนำโทรทัศน์เข้ามาทำตลาดที่ยังไม่ชัดเจนเรื่องระยะเวลา ทั้งก่อนนำเข้าบริษัทยังไม่สามารถทำการตลาดล่วงหน้าได้ ทั้งที่การโฆษณาจะเข้ามาช่วยกระตุ้นผู้บริโภค ดังนั้นจึงควรอนุญาตให้ผู้ผลิตทุกรายทำโฆษณาสินค้าก่อนได้

ขณะที่นาย ภูทอง มิ่งตระกูล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ด้านผลิตภัณฑ์และการฝึกอบรม แผนกผลิตภัณฑ์ บริษัท ไพโอเนียร์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันมีการลักลอบนำสินค้ามาจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ราคาอยู่ที่ 3-4 พันบาท ถ้า กสท.ยังดึงเรื่องให้ช้าจะทำให้ผู้ประกอบการที่ถูกต้องเสียโอกาสธุรกิจ เพราะไม่สามารถจำหน่ายโทรทัศน์รถรุ่นเก่าได้ ทำให้รายได้ลดลงชัดเจน

นาย สมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า กสทช.ควรสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรฐานด้านอุปกรณ์เครื่องส่งสัญญาณ เพื่อให้ผู้ผลิตอุปกรณ์สามารถผลิตอุปกรณ์ได้ ซึ่งมาตรฐาน DVB-T2 ที่ปรับลดลงจากรุ่น 1.3.1 เป็นรุ่น 1.2.1 ไม่ได้มีผลอะไรกับการผลิตอุปกรณ์ภาครับของบริษัท เพราะการปรับลดรุ่น หรือการตัดฟังก์ชั่นใด ๆ ออก ไม่มีผลกับราคาหรือต้นทุนการผลิตมากเท่ากับปริมาณที่ผลิต แต่ควรคำนึงถึงมาตรฐานโลกที่ใช้กันอยู่ด้วย

สำหรับบริษัทมีการ ผลิตกล่องรับสัญญาณแบบไฮบริดที่รองรับทั้งทีวีดาวเทียมและทีวีดิจิทัล ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าทีวีดิจิทัลไม่ได้ออกอากาศครอบคลุมทั่วประเทศ ต่างจากทีวีดาวเทียมที่ครอบคลุมและมีช่องรายการมากกว่า

นายทวี อุดมกิจโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สามารถ วิศวกรรม จำกัด กล่าวว่า และบริษัทพร้อมวางจำหน่ายกล่องรับสัญญาณ ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 1.3.1 หรือ 1.2.1 เพราะสั่งผลิตอุปกรณ์ไว้แล้ว เพียงแต่ยังจะไม่สั่งจนกว่า กสทช.จะมีความชัดเจนเรื่องสเป็กว่าแบบไหนที่จะผ่านมาตรฐาน

ส่วนราคา กล่องรับสัญญาณ ยังยืนยันว่ากล่องรุ่นต่ำสุดจะราคาอยู่ที่ 1,000-1,500 บาท ขณะที่รุ่นท็อปจะอยู่ราว 2,000 บาท โดยเตรียมนำเข้ามาจำหน่ายประมาณ 1 ล้านกล่อง และในอนาคตหากได้รับความนิยมมียอดผลิตเกินล้านกล่องราคาก็น่าจะปรับลดลงได้ อีก

"ปัจจัยเรื่องราคา หลัก ๆ อยู่ที่ปริมาณการผลิตบวกด้วยต้นทุนภาษีนำเข้า 20% นอกนั้นจะเป็นต้นทุนการตลาด ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะเป็นเท่าใด ต้องรอดูนโยบายการแจกคูปองส่วนลด"

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ยังคงพยายามให้กรอบเวลาต่าง ๆ เดินไปตามกำหนด คือมีการประมูลช่องทีวีดิจิทัลภายใน ส.ค.-ก.ย.นี้ และออกใบอนุญาตช่องสาธารณะในเดือน พ.ค.-มิ.ย. เมื่อเริ่มออกใบอนุญาตช่องสาธารณะแล้วจะหารือกับช่อง 5 ช่อง 11 และไทยพีบีเอส ที่ได้สิทธิ์ทดลองออกอากาศแบบคู่ขนานบนโครงข่ายดิจิทัลในโควตาช่องสาธารณะ ปรับเปลี่ยนผังรายการให้มีสัดส่วนตามเกณฑ์เดียวกับผู้ได้รับใบอนุญาต ช่องบริการสาธารณะรายอื่น

ส่วนการกำหนดราคาตั้งต้นประมูล จะมีการนำผลการศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด กสท.ในวันที่ 11 มี.ค.นี้ แต่คาดว่าจะยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะจำนวนช่องรายการของช่องธุรกิจยังต้องมีการปรับเปลี่ยน โดยการทดลองออกอากาศทำให้ทราบปัจจัยหลายอย่างที่กระทบกับจำนวนช่องรายการ จึงต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์แล้วสรุปจำนวนช่องรายการที่ชัดเจนอีกครั้ง

"เมื่อ ได้ราคาตั้งต้นและจำนวนช่องที่จะประมูลจึงจะนำมากำหนดรายละเอียดที่ต้องระบุ ในร่างหนังสือชี้ชวนการลงทุน เพื่อนำร่างดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ก่อนประกาศใช้"

ทั้ง นี้ ผลการศึกษาของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ้างอิงจากต่างประเทศ และสมมติฐานในประเทศไทยระบุว่า ช่องรายการประเภททั่วไปความละเอียดมาตรฐาน (SD) ราคาต่ำสุด 702 ล้านบาท สูงสุด 2,855 ล้านบาท ช่องรายการข่าว ต่ำสุด 274 ล้านบาท สูงสุด 2,357 ล้านบาท และช่องรายการเด็ก ราคาต่ำสุด 40 ล้านบาท สูงสุด 2,192 ล้านบาท ส่วนช่องรายการประเภทความละเอียดสูง (HD) ราคาต่ำสุด 3,094 ล้านบาท สูงสุด 15,685 ล้านบาท

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1362933983&grpid=00&catid=06&subcatid=0603

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.