Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

14 มีนาคม 2556 (เกาะติดตัวประกัน18ล้าน) จะบ้าตายกสทช.งง ลูกค้า18ล้านคนเป็นของCATหรือไม(กลับไปดูสป.นะ)//หมอลี่ กสทช. ชี้ คนไทยจะไม่มีวันเห็น SIM ดับแน่นอน


ประเด็นหลัก


นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า ทางออกที่ดีที่สุดในการรองรับกรณีการสิ้นสุดสัมปทานของคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัททรูมูฟและบริษัทดิจิตอลโฟนในวันที่ 15 ก.ย.56 นี้ ก็คือ กสทช.ต้องเร่งจัดการประมูลคลื่นเพื่อให้เกิดบริการรายใหม่เข้าสู่ตลาด ซึ่งจะเป็นทางเลือกของผู้บริโภคต่อไป ควบคู่กับการเร่งรัดให้ผู้ประกอบการขยายขีดความสามารถการโอนย้ายค่าย รองรับผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องการเสียสิทธิ์ในเลขหมายเดิม



“ถึงอย่างไรซิมก็ต้องดับ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง การขยายเวลาจึงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรแก่ผู้บริโภค แต่แน่นอนว่าจะช่วยผู้ประกอบการให้หารายได้กันต่อไป ปัญหาก็คือในการขยายเวลาบริการก็เท่ากับการไปขยายเวลาการใช้คลื่นความถี่และขยายอายุการอนุญาต รวมทั้งขยายอายุสัมปทานด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องขัดกฎหมาย ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้กิจการโทรคมนาคมไทยต้องหลุดพ้นจากยุคสัมปทานเสียที” นายประวิทย์ กล่าว



  น.พ.ประวิทย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในเรื่องสัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ 1800 MHzระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม กับบริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) ที่จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 15 ก.ย.2556 นั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปใดๆว่า ใครจะบริหารคลื่นความถี่ต่อหลังวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน แล้วลูกค้าควรจะทำอย่างไรในช่วงการเปลี่ยนผ่าน (ทรานซิซั่น พีเรียด) จากบอร์ดกทค.ที่เคยออกมาพูดว่าจะให้กสท เป็นผู้ดูแลลูกค้าต่อหลังวันหมดสัญญาในวันที่ 15 ก.ย. 56 อีก 1 ปี
     
       'ที่ประชุมได้ส่งเรื่องให้สำนักงาน กสทช.กลับไปดูรายละเอียดในประเด็นข้อกฏหมาย และในแง่การให้บริการ ว่า กสท จะสามารถเป็นผู้ให้บริการได้หรือไม่ และเลขหมายที่กสทมีอยู่ราว 17 ล้านเลขหมาย จะต้องคืนไปที่ใคร'
     
       อย่างไรก็ตามบอร์ดยังเป็นกังวลว่าหากกทค.ขยายระยะเวลาให้กสท เป็นผู้ดูแลต่ออีก 1 ปี จะผิดกฏหมายหรือไม่ ซึ่งกสท เองก็ต้องการให้บริการต่อไป อีก 13 ปี อย่างแน่นอน โดยก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กสทช. ก็เคยออกมาชี้ชัดแล้วว่าเมื่อสัมปทานสิ้นสุดลง สิทธิในการใช้งานคลื่นความถี่ก็ถือว่าสิ้นสุดลงด้วย และสิทธิในการใช้งานคลื่นความถี่ย่อมต้องกลับคืนไปยังสาธารณะ โดย กสทช. หรือ กทค. มีหน้าที่ในการเข้าไปบริหารจัดการคลื่นความถี่ดังกล่าว









______________________________________


แนะประมูล 1800 แก้ซิมดับ



นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า ทางออกที่ดีที่สุดในการรองรับกรณีการสิ้นสุดสัมปทานของคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัททรูมูฟและบริษัทดิจิตอลโฟนในวันที่ 15 ก.ย.56 นี้ ก็คือ กสทช.ต้องเร่งจัดการประมูลคลื่นเพื่อให้เกิดบริการรายใหม่เข้าสู่ตลาด ซึ่งจะเป็นทางเลือกของผู้บริโภคต่อไป ควบคู่กับการเร่งรัดให้ผู้ประกอบการขยายขีดความสามารถการโอนย้ายค่าย รองรับผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องการเสียสิทธิ์ในเลขหมายเดิม


ทั้งนี้ การยืดสิทธิ์ถือครองคลื่นโดยอ้างว่าเป็นการเยียวยาผู้บริโภคนั้นทำไม่ได้ โดยยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวคือการทำผิดกฎหมายและจะไม่ส่งผลดีต่อผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง โดยจะเป็นเพียงการยืดเวลาของเหตุการณ์ซิมดับออกไป แต่เมื่อไรที่การจัดประมูลคลื่นเสร็จสิ้นและมีการอนุญาตใช้คลื่นความถี่และการอนุญาตประกอบกิจการแก่ผู้ชนะการประมูลแล้ว การให้บริการในระบบเดิมนั้นก็ต้องยุติลงอยู่ดี เนื่องจากสิทธิ์ถือครองและใช้คลื่นความถี่ย่อมเป็นของผู้ชนะการประมูลที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้ ดังนั้นถึงอย่างไรก็ย่อมจะเกิดช่องว่างหรือภาวะซิมดับในช่วงเวลาระหว่างที่รอผู้ชนะการประมูลเตรียมการจัดสร้างโครงข่ายและระบบต่างๆ สำหรับบริการใหม่

"ผมบอกได้เลยว่าการอ้างเรื่องป้องกันซิมดับเป็นเรื่องหลอกลวง เพราะถึงอย่างไรซิมก็ต้องดับ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง การขยายเวลาจึงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรแก่ผู้บริโภค แต่แน่นอนว่าจะช่วยผู้ประกอบการให้หารายได้กันต่อไป ปัญหาก็คือในการขยายเวลาบริการก็เท่ากับการไปขยายเวลาการใช้คลื่นความถี่และขยายอายุการอนุญาต รวมทั้งขยายอายุสัมปทานด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ขัดกฎหมาย ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้กิจการโทรคมนาคมไทยต้องหลุดพ้นจากยุคสัมปทานเสียที" นายประวิทย์ กล่าว

บ้านเมือง
http://www.ryt9.com/s/bmnd/1609265

_____________________________________



แนะประมูล 1800 แก้ซิมดับ


ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม 2556 00:00:15 น.
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า ทางออกที่ดีที่สุดในการรองรับกรณีการสิ้นสุดสัมปทานของคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัททรูมูฟและบริษัทดิจิตอลโฟนในวันที่ 15 ก.ย.56 นี้ ก็คือ กสทช.ต้องเร่งจัดการประมูลคลื่นเพื่อให้เกิดบริการรายใหม่เข้าสู่ตลาด ซึ่งจะเป็นทางเลือกของผู้บริโภคต่อไป ควบคู่กับการเร่งรัดให้ผู้ประกอบการขยายขีดความสามารถการโอนย้ายค่าย รองรับผู้ใช้บริการที่ไม่ต้องการเสียสิทธิ์ในเลขหมายเดิม


ทั้งนี้ การยืดสิทธิ์ถือครองคลื่นโดยอ้างว่าเป็นการเยียวยาผู้บริโภคนั้นทำไม่ได้ โดยยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวคือการทำผิดกฎหมายและจะไม่ส่งผลดีต่อผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง โดยจะเป็นเพียงการยืดเวลาของเหตุการณ์ซิมดับออกไป แต่เมื่อไรที่การจัดประมูลคลื่นเสร็จสิ้นและมีการอนุญาตใช้คลื่นความถี่และการอนุญาตประกอบกิจการแก่ผู้ชนะการประมูลแล้ว การให้บริการในระบบเดิมนั้นก็ต้องยุติลงอยู่ดี เนื่องจากสิทธิ์ถือครองและใช้คลื่นความถี่ย่อมเป็นของผู้ชนะการประมูลที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้ ดังนั้นถึงอย่างไรก็ย่อมจะเกิดช่องว่างหรือภาวะซิมดับในช่วงเวลาระหว่างที่รอผู้ชนะการประมูลเตรียมการจัดสร้างโครงข่ายและระบบต่างๆ สำหรับบริการใหม่

"ผมบอกได้เลยว่าการอ้างเรื่องป้องกันซิมดับเป็นเรื่องหลอกลวง เพราะถึงอย่างไรซิมก็ต้องดับ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง การขยายเวลาจึงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรแก่ผู้บริโภค แต่แน่นอนว่าจะช่วยผู้ประกอบการให้หารายได้กันต่อไป ปัญหาก็คือในการขยายเวลาบริการก็เท่ากับการไปขยายเวลาการใช้คลื่นความถี่และขยายอายุการอนุญาต รวมทั้งขยายอายุสัมปทานด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ขัดกฎหมาย ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้กิจการโทรคมนาคมไทยต้องหลุดพ้นจากยุคสัมปทานเสียที" นายประวิทย์ กล่าว

บ้านเมือง
http://www.ryt9.com/s/bmnd/1609265

_________________________________________

เตือนผู้ใช้ “ทรูมูฟ-ดีพีซี” รับมือ อีก6เดือนโทร.ใช้งานไม่ได้


นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ? (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า สัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ บริษัททรูมูฟ จำกัด และบริษัทดิจิตอลโฟน จำกัด(ดีพีซี) ทำไว้กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน)กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 กันยายน 2556นี้ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุการณ์สำคัญของกิจการโทรคมนาคมที่จะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในลักษณะที่บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จะยุติลง ซึ่งจะทำให้การบริการของค่ายมือถือ2 รายหายไป หรืออาจเรียกได้ว่า “ซิมดับ” คือใช้การไม่ได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องท้าทาย กสทช. โดยเฉพาะกรรมการด้านกิจการโทรคมนาคม(กทค.) ที่จะต้องแสดงฝีมือให้ปรากฏ นั่นคือทำอย่างไรที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างเรียบร้อย


  
“เรื่องซิมดับไม่ใช่เรื่องเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นไม่ได้ แต่ก็ยอมรับว่าจะมีผลกระทบจริง สิ่งที่สำคัญจึงอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคไม่เดือดร้อน”

ทั้งนี้ เกี่ยวกับการเตรียมการเรื่องดังกล่าว กสทช. ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารคลื่นความถี่วิทยุคมนาคมระบบเซลลูล่า DIGITAL PCN (Personal Communication Network) 1800? ซึ่งคณะอนุกรรมการก็ได้จัดทำข้อเสนอต่อ กทค. แล้ว โดยแนะนำให้เน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลผู้บริโภคแต่เนิ่นๆ และการเพิ่มประสิทธิภาพการคงสิทธิเลขหมาย เช่นเดียวกัน

พร้อมกันนั้น คณะอนุกรรมการฯ ยังได้เสนอให้ กทค. จัดหาและมอบหมายผู้รับผิดชอบในการดำเนินการสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ ซึ่งจะต้องดำเนินการในสองส่วน ได้แก่ การจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz และการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ ซึ่งที่ประชุม กทค. เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบต่อข้อเสนอของคณะอนุกรรมการฯ แล้ว แต่ในทางปฏิบัติกลับพบว่า มีการสั่งการนอกรอบให้คณะอนุกรรมการฯ จัดทำแนวทางการโอนย้ายผู้ใช้บริการและแนวทางป้องกันซิมดับ โดยยังไม่ต้องคำนึงถึงประเด็นข้อกฎหมาย อันเป็นที่มาให้คณะอนุกรรมการเสนอว่า เห็นควรให้มีการขยายการให้บริการอย่างต่อเนื่องต่อไป ซึ่งอาจทำโดยบริษัท กสท และยังเริ่มเปิดช่องเพิ่มไปถึงทรูมูฟด้วย พร้อมยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวคือการทำผิดกฎหมายและจะไม่ส่งผลดีต่อผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง โดยจะเป็นเพียงการยืดเวลาของเหตุการณ์ซิมดับออกไป

“ถึงอย่างไรซิมก็ต้องดับ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง การขยายเวลาจึงไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรแก่ผู้บริโภค แต่แน่นอนว่าจะช่วยผู้ประกอบการให้หารายได้กันต่อไป ปัญหาก็คือในการขยายเวลาบริการก็เท่ากับการไปขยายเวลาการใช้คลื่นความถี่และขยายอายุการอนุญาต รวมทั้งขยายอายุสัมปทานด้วย ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องขัดกฎหมาย ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้กิจการโทรคมนาคมไทยต้องหลุดพ้นจากยุคสัมปทานเสียที” นายประวิทย์ กล่าว

http://www.ryt9.com/s/nnd/1609163

_____________________________



กทค.เห็นชอบแนวทางคิดค่าบริการเฉลี่ย 3G ลดลง15%



       บอร์ดกทค.เห็นชอบแนวทางคิดอัตราค่าเฉลี่ยบริการ3G ความถี่ 2.1 GHz ตามประกาศที่ต้องลดลง15% แต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลข ได้แต่ขู่หากเอกชนไม่ปรับตามประกาศยึดใบอนุญาติ ส่วนกรณี 1800 MHz ยังเงียบ
     
       น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่าที่ประชุมบอร์ดกทค.เมื่อวันที่ 13 มี.ค. มีมติเห็นชอบแนวทางการคิดคำนวณอัตราค่าเฉลี่ยการให้บริการโทรศัพท์มือถือระบบ 3G บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz ของสำนักงาน กสทช. โดยได้คิดคำนวณจากฐานตัวเลขเฉลี่ยทุกบริการ ได้แก่ 1. บริการด้านเสียง (วอยซ์) 2.บริการข้อความสั้น (SMS) 3.บริการรับส่งข้อความ ภาพ และ4.บริการสื่อสารข้อมูล (ดาต้า)
     
       ทั้งนี้การคิดค่าเฉลี่ยดังกล่าว สำนักงาน กสทช.คิดค่าเฉลี่ยจากผู้ให้บริการทุกรายที่มีอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส) ,บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และบริษัท ทรูมูฟ ณ วันที่ 7 ธ.ค.55 นับจากวันที่ได้ใบอนุญาติซึ่งการคิดคำนวณอัตราเฉลี่ยดังกล่าวนั้นถือเป็นการคิดค่าเฉลี่ยสำหรับผู้บริโภค ซึ่งผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่ได้รับไลเซ่นส์ 3G จะต้องมีการปรับลดตามเงื่อนไขที่ กสทช.ประกาศไว้ ว่าจะต้องมีการลดค่าบริการไม่ต่ำกว่า15%
     
       'ในเบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้ในตอนนี้ เนื่องจากจะทำให้ผู้ให้บริการแต่ละรายฉวยโอกาสได้ แต่กสทช.จะติดตามตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีการปรับลดราคาตามประกาศหรือไม่ หากไม่ปรับลดตามประกาศดังกล่าว สำนักงาน กสทช.จะดำเนินการส่งหนังสือเตือน และหากยังไม่ปรับลด ก็จะดำเนินการปรับ ไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป'
     
       ขณะที่กรณีผู้ประกอบการยืนยันว่าจะเปิดให้บริการ 3G ได้ภายในเดือน เม.ย.56 นั้น ล่าสุดยังไม่มีผู้ให้บริการรายใดส่งสัญญาให้บริการตามกฏหมายมายังกสทช. เพื่อลงมติเห็นชอบก่อนเปิดให้บริการ ตามมาตรา 51 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544ซึ่งระบุว่าผู้ประกอบการจะต้องส่งสัญญาให้บริการก่อนเปิดให้บริการ ดังนั้นหากผู้ให้บริการมั่นใจจะเปิดบริการเดือนเม.ย.นี้ จะต้องส่งสัญญาภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้
     
       น.พ.ประวิทย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในเรื่องสัญญาสัมปทานคลื่นความถี่ 1800 MHzระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม กับบริษัท ทรูมูฟ และบริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) ที่จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 15 ก.ย.2556 นั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปใดๆว่า ใครจะบริหารคลื่นความถี่ต่อหลังวันสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน แล้วลูกค้าควรจะทำอย่างไรในช่วงการเปลี่ยนผ่าน (ทรานซิซั่น พีเรียด) จากบอร์ดกทค.ที่เคยออกมาพูดว่าจะให้กสท เป็นผู้ดูแลลูกค้าต่อหลังวันหมดสัญญาในวันที่ 15 ก.ย. 56 อีก 1 ปี
     
       'ที่ประชุมได้ส่งเรื่องให้สำนักงาน กสทช.กลับไปดูรายละเอียดในประเด็นข้อกฏหมาย และในแง่การให้บริการ ว่า กสท จะสามารถเป็นผู้ให้บริการได้หรือไม่ และเลขหมายที่กสทมีอยู่ราว 17 ล้านเลขหมาย จะต้องคืนไปที่ใคร'
     
       อย่างไรก็ตามบอร์ดยังเป็นกังวลว่าหากกทค.ขยายระยะเวลาให้กสท เป็นผู้ดูแลต่ออีก 1 ปี จะผิดกฏหมายหรือไม่ ซึ่งกสท เองก็ต้องการให้บริการต่อไป อีก 13 ปี อย่างแน่นอน โดยก่อนหน้านี้คณะอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กสทช. ก็เคยออกมาชี้ชัดแล้วว่าเมื่อสัมปทานสิ้นสุดลง สิทธิในการใช้งานคลื่นความถี่ก็ถือว่าสิ้นสุดลงด้วย และสิทธิในการใช้งานคลื่นความถี่ย่อมต้องกลับคืนไปยังสาธารณะ โดย กสทช. หรือ กทค. มีหน้าที่ในการเข้าไปบริหารจัดการคลื่นความถี่ดังกล่าว
     

http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000031175


ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.