Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

14 มีนาคม 2556 DTAC (มั่นใจระบบไม่ล้ม!!คุย)ติดตั้ง3G2100 Q3 (ใช้เวลาสั่นๆติดที่เดิม850) //สร้างความเชื่อมั่น ลดราคา3Gคลื่น850และ2100 15%ทันที (คุย 3G 850 2100 ไม่ได้ต่างอะไรกันเลย)


ประเด็นหลัก


นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องการเปิดใช้งาน 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ โดยยอมรับว่าปัจจุบันดีแทคเป็นเพียงรายเดียว ที่ขณะนี้ยังคงไม่มีการติดตั้งสถานีฐานเพิ่มเติมสำหรับ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพราะไม่รีบร้อนเนื่องจากปัจจุบัน ดีแทคมีคลื่นใช้งานทั้งใน1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 850 เมกะเฮิรตซ์ การให้บริการ 3จี คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์เองมีศักยภาพไม่ต่างกับคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์มากนัก ซึ่งปัจจุบันการใช้งานคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์มีความพร้อมใช้งานที่ดีอยู่แล้ว ครอบคลุมทั้ง 5,200 สถานีฐาน

อย่างไรก็ตาม บริการ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ยืนยันว่า จะสามารถติดตั้งอุปกรณ์บนเสาสัญญาณได้รวดเร็ว แค่ส่งทีมวิศวกรไปติดตั้งอุปกรณ์รับส่งสัญญาณสำหรับคลื่นความถี่ 2.1กิกะเฮิรตซ์ ที่เสาสัญญาณคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ทั้ง 5,200 สถานีฐาน พร้อมปรับระบบเพียงเวลาไม่นานก็สามารถใช้งานได้ ส่วนการให้บริการคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในไตรมาส 3 ทั้งนี้ขอให้มั่นใจเรื่องระบบการทำงานของดีแทคจะไม่ล่มอีก


"ส่วนการให้บริการ3จี เราไม่ได้แยกว่าลูกค้า 3จี คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพราะถือเป็นลูกค้า 3จีเหมือนกัน ดังนั้นการที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กำหนดให้ลดราคาลง 15% เราก็จะลดเหมือนกันทั้งระบบโดยไม่แบ่งคลื่นความถี่” นายปกรณ์ กล่าว



ด้านนายกวี มานิตสุภวงษ์  ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเชีย พลัส กล่าวว่า ผลประกอบการของ DTAC จะกลับมาเติบโตได้ดีขึ้นในปี 56 ตามรายได้จากการให้บริการที่ไม่ใช่ประเภทเสียง(non-voice)ที่ปกติจะเติบโตประมาณ 20-30% ซึ่งปีนี้รายได้จาก non-voice คงจะเติบโตเด่นภายหลังเปิดให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1 GHz ช่วงไตรมาส 2/56

โดยเฉพาะถ้ามีการโอนลูกค้าเดิมที่ใช้บนคลื่น 1800, 850 เข้ามาใช้ 3G บนคลื่น 2.1 GHz ได้มากเท่าไร ต้นทุนของ DTAC ก็จะยิ่งลดลงมาก คาดว่าจะมีลูกค้าโอนมาใช้กันมาก เนื่องจาก 3G บนคลื่น 2.1 GHz มีประสิทธิภาพการให้บริการที่ดีกว่า เร็วกว่า ดังนั้นแนวโน้มรายได้ที่มาจาก non-voice น่าจะมีแนวโน้มเติบโตมากกว่า เมื่อเทียบกับรายได้ที่มาจากการให้บริการประเภทเสียง(voice)ที่น่าจะเติบโตทรงตัวที่ 3-4% เนื่องจากคนนิยมใช้บริการน้อย

นอกจากนี้ DTAC ยังมีการจ่ายเงินปันผลที่สูงด้วย โดยมีอัตราการจ่ายปันผล 80% ของกำไร และมีการจ่ายทุกไตรมาส ซึ่งปีนี้คาดว่าจะจ่ายปันผล 4.6 บาท/หุ้น ซึ่งถือว่าจ่ายปันผลได้ดี







________________________



'ดีแทค'พร้อมลดราคา 3จี 15%


"ดีแทค"พร้อมลดราคา 3จี 15% ทุกคลื่น ทั้งคลื่น 850 เมกะเฮิรตช์ และ2.1 กิกะเฮิรตช์ เล็งชูกลยุทธ์ เจาะตลาดลูกค้าพรีเพดเพิ่ม

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องการเปิดใช้งาน 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ โดยยอมรับว่าปัจจุบันดีแทคเป็นเพียงรายเดียว ที่ขณะนี้ยังคงไม่มีการติดตั้งสถานีฐานเพิ่มเติมสำหรับ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพราะไม่รีบร้อนเนื่องจากปัจจุบัน ดีแทคมีคลื่นใช้งานทั้งใน1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 850 เมกะเฮิรตซ์ การให้บริการ 3จี คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์เองมีศักยภาพไม่ต่างกับคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์มากนัก ซึ่งปัจจุบันการใช้งานคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์มีความพร้อมใช้งานที่ดีอยู่แล้ว ครอบคลุมทั้ง 5,200 สถานีฐาน

อย่างไรก็ตาม บริการ 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ยืนยันว่า จะสามารถติดตั้งอุปกรณ์บนเสาสัญญาณได้รวดเร็ว แค่ส่งทีมวิศวกรไปติดตั้งอุปกรณ์รับส่งสัญญาณสำหรับคลื่นความถี่ 2.1กิกะเฮิรตซ์ ที่เสาสัญญาณคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ทั้ง 5,200 สถานีฐาน พร้อมปรับระบบเพียงเวลาไม่นานก็สามารถใช้งานได้ ส่วนการให้บริการคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในไตรมาส 3 ทั้งนี้ขอให้มั่นใจเรื่องระบบการทำงานของดีแทคจะไม่ล่มอีก

"ส่วนการให้บริการ3จี เราไม่ได้แยกว่าลูกค้า 3จี คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เพราะถือเป็นลูกค้า 3จีเหมือนกัน ดังนั้นการที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กำหนดให้ลดราคาลง 15% เราก็จะลดเหมือนกันทั้งระบบโดยไม่แบ่งคลื่นความถี่” นายปกรณ์ กล่าว

ส่วนการตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเติมเงิน (พรีเพด) เขากล่าวว่า ปัจจุบันอยู่ในช่วงอิ่มตัว เนื่องจากส่วนใหญ่ในตลาดมีเบอร์โทรศัพท์มือถือใช้งานสูงกว่า 125% ขณะที่ ผู้ประกอบการอื่นพุ่งความสนใจไปที่การใช้งานระบบ 3จี เท่านั้น ในส่วนบริการพรีเพด ดีแทคยังคงให้ความสำคัญ ซึ่งปีที่ผ่านมาในด้านการตลาดถือว่าประสบความสำเร็จ โดยปี 2555 ลูกค้ารวมดีแทคมีทั้งสิ้นราว 25 ล้านคน แบ่งเป็นลูกค้าพรีเพด 22.5 ล้านเลขหมาย และลูกค้าระบบรายเดือน(โพสต์เพด) 2.5 ล้านเลขหมาย จึงจะเห็นได้ว่าลูกค้าในระบบโพสเพดของดีแทคเองถึงมียอดเติบโตถึง 1.7 ล้านเลขหมาย

อย่างไรก็ตามในปี 2556 และในปีต่อไป ดีแทค ยังเน้นกลยุทธ์เจาะลูกค้าพรีเพดต่อเนื่อง ด้วยการออกแพ็คเกจบริการที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าในราคาเบาๆ ทั้งการใช้บริการแบบเสียง (วอยซ์) และบริการเสริมด้านข้อมูล (ดาต้า) เริ่มต้นค่าบริการที่ 5 บาทใน "แฮปปี้ ซูเปอร์จิ๋ว" พร้อมออกบริการเสริมด้านดาต้าเฉพาะการใช้งานเฟซบุ๊คโดยเฉพาะ หรือส่งเอสเอ็มแนะนำบริการแพ็คเกจต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าในระบบกดส่งเอสเอ็มเอสตอบตกลงการใช้งานดาต้าในอัตราราคาพิเศษ เช่น อัตราการใช้งาน 7 บาทต่อ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ ในปี 2556 คาดจะมีฐานลูกค้าพรีเพดเพิ่มขึ้นเป็น 10 ล้านเลขหมาย

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130313/494900/%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%81%
E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%
B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2-3%E0%B8%88%E0%B8%B5-15.html

_____________________________________________


ดีแทคคุยลูกค้า “พรีเพด”พุ่ง เปิดทางคู่แข่งบริการ3Gก่อน




นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันลูกค้ารวมของดีแทคมีทั้งสิ้นราว 25 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้าพรีเพด(เติมเงิน) 22.5 ล้านเลขหมาย และลูกค้าในระบบรายเดือน(โพสต์เพด) 2.7 ล้านเลขหมาย จึงจะเห็นได้ว่าลูกค้าในระบบโพสเพดของดีแทคเองถึงมียอดเติบโตถึง 1.7 ล้านเลขหมาย


 
ส่วนการเปิดให้บริการ3G ?บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz)ดีแทคไม่รีบร้อนเนื่องจากบริการ 3G ?ในคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ZMHz) ยังมีศักยภาพไม่แตกต่างกับคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์มากนัก ?ซึ่งปัจจุบันการใช้งาน 850 เมกะเฮิรตซ์มีความพร้อมใช้งานที่ดีอยู่แล้ว ภายใต้การงานครอบคลุมทั้ง 5,200 สถานีฐาน โดยปัจจุบัน มีจำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ 3 จี บนคลื่น 850 MHz ราว 3.5 ล้านเลขหมาย

“ยอมรับว่าปัจจุบันดีแทค เป็นเพียงรายเดียว(จากทั้งหมด3ราย)ที่ยังไม่มีการติดตั้งสถานีฐานเพิ่มเติมสำหรับ 3G บนคลื่น 2.1 GHz เนื่องจากทางดีแทคไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเปิดให้บริการ 3จี เนื่องจากปัจจุบัน ดีแทคมีคลื่นใช้งานทั้งในคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz)? และคลื่นความถี่ 850 MHz แต่คาดว่าบริการ3G ใหม่ของดีแทคจะเกิดขึ้นในไตรมาส3/2556” นายปกรณ์ กล่าว

แนวหน้า
http://www.ryt9.com/s/nnd/1609166

_____________________________________


โบรกฯเชียร์ซื้อDTAC เล็งงบฯปีนี้โตหลังเปิด 3G คลื่น 2.1 GHz/ปันผลสูง

 

โบรกเกอร์เห็นพ้อง"ซื้อ"หุ้น บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น(DTAC)มองราคาหุ้นยัง Laggard และผลการดำเนินงานของปีนี้น่าจะเติบโตได้ดีกว่าปีก่อนจากความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นจากรายได้ non-voice และบริษัทยังควบคุมค่าใช้จ่าย แม้ต้องลงทุนด้าน Network แต่จะไม่ทำแบบ aggresive มาก โดยตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 34,000 ล้านบาทในการขยายให้ครอบคลุม 80% ของประชากรภายใน 3 ปี


 
อีกทั้งในช่วงไตรมาส 2/56 ทาง DTAC เตรียมเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz หลังจากนั้นคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใข้จ่ายได้มากพอควร โดยเฉพาะถ้ามีการโอนลูกค้าเดิมที่ใช้บนคลื่น 1800 และ 850 เข้ามาใช้บริการคลื่นใหม่ได้มากเท่าใด ต้นทุนก็จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น

การจ่ายเงินปันผลของ DTAC ถือว่าอยู่ในระดับสูง ตามนโยบาย 80% ของกำไรสุทธิ ซึ่งงวดปี 55 จ่ายกว่า 100% ดังนั้นปีนี้ก็คาดว่าจะรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลที่ 100% ได้ หรืออัตรา 4.6-5.09 บาท/หุ้น จาก 5.6 บาท/หุ้นในปี 55

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปี 56 ในช่วง 12,070-13,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 55 ที่มีกำไรสุทธิ 11,278 ล้านบาท

โบรกเกอร์                       คำแนะนำ                     ราคาเป้าหมาย(บาท/หุ้น)
บล.ยูโอบี เคย์เฮียน                   ซื้อ                                 120.00
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส                  ซื้อ                                112.00
บล.ทรีนีตี้                            ซื้อ                                 110.00
บล.เอเชีย พลัส                          ซื้อ                                108.00
บล.ธนชาต                           ซื้อ                                105.00
บล.เกียรตินาคิน                      ซื้อ                                100.00
บล.เคที ซีมิโก้                        ซื้อ                                  98.00
น.ส.มินทรา รัตยาภาส รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เกียรตินาคิน เชียร์"ซื้อ"หุ้น DTAC ด้วยเหตุผลว่า ราคาหุ้น DTAC ยัง Laggard อยู่ และปีนี้ก็น่าจะเติบโตได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับ ADVANC จากความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นจากรายได้ non-voice และบริษัทฯก็ไม่พยายามที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายสูง แม้ว่ายังต้องมีการลงทุนด้าน Network ใหม่ แต่ก็จะไม่ทำแบบ aggresive มาก โดยลงทุนในลักษณะทยอยเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ตั้งงบ 34,000 ล้านบาทเพื่อขยายให้ครอบคลุม 80% ของประชากรภายใน 3 ปี

นอกจากนี้ EBITDA margin ของ DTAC ในปีนี้(2556)ก็จะมีประมาณ 30-33% ซึ่งดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2555 ที่โดนกระทบจากการขยายการลงทุน อีกทั้งในช่วงไตรมาส 2/56 ทาง DTAC เตรียมจะเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ซึ่งภายหลังเปิดให้บริการแล้วก็คาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใข้จ่ายได้มากพอควร

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ารายได้จาก non-voice ของ DTAC ในปีนี้จะมีประมาณ 17,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มี 15,174 ล้านบาท ขณะที่รายได้จาก voice ที่ปีนี้คาดว่าจะมี 44,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับกับปีที่แล้วที่มี 43,348 ล้านบาท จะเห็นว่าได้รายได้จาก non-voice จะมีการเติบโตที่ดีกว่ารายได้จาก voice

ด้านอัตราการจ่ายเงินปันผลของ DTAC ก็คาดว่าจะรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลที่ 100% ได้ในปีนี้ คาดจ่าย 5.09 บาท/หุ้น ขณะที่ปี 55 จ่าย 5.6 บาท/หุ้น โดยจ่ายปันผลทุกไตรมาส ซึ่งในแง่การจ่ายปันผลของ DTAC ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปี 56 ไว้ที่ 12,070 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปี 55 ที่มีกำไรสุทธิ 11,278 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมของ DTAC คาดว่าจะเติบโตประมาณ 6%

ด้านนายกวี มานิตสุภวงษ์  ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเชีย พลัส กล่าวว่า ผลประกอบการของ DTAC จะกลับมาเติบโตได้ดีขึ้นในปี 56 ตามรายได้จากการให้บริการที่ไม่ใช่ประเภทเสียง(non-voice)ที่ปกติจะเติบโตประมาณ 20-30% ซึ่งปีนี้รายได้จาก non-voice คงจะเติบโตเด่นภายหลังเปิดให้บริการ 3G บนคลื่น 2.1 GHz ช่วงไตรมาส 2/56

โดยเฉพาะถ้ามีการโอนลูกค้าเดิมที่ใช้บนคลื่น 1800, 850 เข้ามาใช้ 3G บนคลื่น 2.1 GHz ได้มากเท่าไร ต้นทุนของ DTAC ก็จะยิ่งลดลงมาก คาดว่าจะมีลูกค้าโอนมาใช้กันมาก เนื่องจาก 3G บนคลื่น 2.1 GHz มีประสิทธิภาพการให้บริการที่ดีกว่า เร็วกว่า ดังนั้นแนวโน้มรายได้ที่มาจาก non-voice น่าจะมีแนวโน้มเติบโตมากกว่า เมื่อเทียบกับรายได้ที่มาจากการให้บริการประเภทเสียง(voice)ที่น่าจะเติบโตทรงตัวที่ 3-4% เนื่องจากคนนิยมใช้บริการน้อย

นอกจากนี้ DTAC ยังมีการจ่ายเงินปันผลที่สูงด้วย โดยมีอัตราการจ่ายปันผล 80% ของกำไร และมีการจ่ายทุกไตรมาส ซึ่งปีนี้คาดว่าจะจ่ายปันผล 4.6 บาท/หุ้น ซึ่งถือว่าจ่ายปันผลได้ดี

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปี 56 ไว้ที่ 13,600 ล้านบาท เติบโต 20% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 11,200 ล้านบาท

ด้านบล.ทรีนีตี้ ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ"ซื้อ"หุ้น DTAC ด้วยราคาเป้าหมาย 110 บาท/หุ้น  ในปี 56 บริษัทตั้งงบลงทุนเบื้องต้นขั้นต่ำ 8 พันล้านบาท เน้นการขยายโครงข่าย 3G บน license ใหม่เป็นหลัก และตั้งเป้าว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 2/56 มุ่งเน้นในพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นและมีกำลังในการใช้บริการ 3G ก่อน (โดยเฉพาะใน กทม. และหัวเมืองใหญ่)

ทั้งนี้ บริษัทอาจปรับเม็ดเงินลงทุนข้างต้นให้สูงขึ้น เพื่อสอดคล้องกับอัตราการใช้มือถือที่รองรับคลื่น 2.1 GHz ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เชื่อว่าแผนการลงทุนที่ยืดหยุ่นดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเพิ่มต้นทุน แต่ไม่ได้รับประโยชน์จากต้นทุนค่าส่วนแบ่งที่ลดลงอย่างเต็มที่ เพราะหากลูกค้าส่วนใหญ่ยังมีอุปกรณ์ไม่รองรับคลื่น 2.1 GHz ก็จะต้องโรมมิ่งกับคลื่นบนสัมปทานเดิม ซึ่งบริษัทยังคงมีต้นทุนค่าส่วนแบ่งค่าบริการในอัตราเท่าเดิมที่ 30% ของรายได้

สำหรับอุตสาหกรรมการให้บริการมือถือยังคงมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง ตามอุปสงค์การใช้อินเทอร์เน็ตมือถือที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับฐานลูกค้าของ DTAC ยังมีอัตราการใช้ 3G และอัตราการใช้สมาร์ทโฟนอยู่ในระดับต่ำเพียง 9% และ 22.6% ตามลำดับ ส่งผลให้คาดรายได้จาก Non-Voice และรายได้จากการขายมือโดยเฉพาะสมาร์ทโฟนจะเป็นแรงผลักดันให้กำไรเติบโต 16% YoY ในปี 56 ส่วนผลประโยชน์จากต้นทุนค่าส่วนแบ่งที่ลดลงนั้น เชื่อว่าจะช่วยหนุนกำไรให้เติบโตอย่างมีนัยฯ ตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นไป หลังลูกค้ามาบนโครงข่ายใหม่ที่มีอุปกรณ์รองรับคลื่น 2.1 GHz เพิ่มมากขึ้น

พร้อมคาดการณ์กำไรสุทธิปี 56 ไว้ที่ 13,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 55 ที่มีกำไรสุทธิ 11,278 ล้านบาท

อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq05/1609470

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.