Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

25 มีนาคม 2556 สรุป!! โทรคมนาคมและการสือสาร (เพิ่มเติม) ประจำวัน 25/03/2556


สรุป!! โทรคมนาคมและการสือสาร (เพิ่มเติม) ประจำวัน 25/03/2556

( ข้อจำกัดด้านข้อความ ข่าวที่เหลือ UP ผ่าน ช่องทางอื่นแทนครับ )

1....    สารีและพวกแฉ!! AIS ไม่ทำตามกฏ ค่าบริการไม่เกิน 0.99 บาทต่อนาที(โดยเฉพาะPROคุยสะใจ)/เสนอกสทช.ออกPROเบสิคแพ็คเกจคุมPROมั่ว
2....   (เกาะติดประมูลDigital TV) ThaiPBSได้2ช่องหลังยอมแลกคลื่น UHF/เรียงช่องใหม่Digital ช่อง3แรก(5-NBT-ThaiPBS) ที่เหลือ12ช่อง
3....   ไทยคมมั่นใจชี้แจง ไทยคม7 จ่ายแค่ใบอบุญาติ ไม่ได้จ่ายค่าสป.แล้ว!! (ดวงเก่าจ่ายค่าสป.) ชี้ได้ใบอนุญาติถูกม.แล้ว




______________________________________


(เพิ่มเติม)
1.....    (บทความ) บทเรียนจาก "แดนปลาดิบ" ทำไม 3G ต้องคู่กับ 4G // คืน1800บ้านเราทำ4Gไม่ได้ // ราคา3Gต้องเท่า4Gเพื่อจูงใจ++
2.....    (แก้ CAT TRUEผ่านไป268วันแล้ว) ฐากร ให้ กทค.อ่านก่อน 7วันสัปดาห์หน้าฟันเอง // ฐากรเห็นต่างจากคณะสอบบีเอฟเคที
3.....    รู้ผลอย่างช้า iPhone 5 ระเบิด++ พฤหัสนี้!! ส่งตรวจLABสหรัฐหาเหตุบึ้ม
4.....    TOT โม้ครั้งที่2 ปลุกผี 300000 เสาปูน(เสาโทรคมนาคมของTOT)ติด TOT3G // ไกล้หมดยุด AIS จ่ายค่าสป. 20000 ลบ.


_____________________________________________


25 มีนาคม 2556 (บทความ) บทเรียนจาก "แดนปลาดิบ" ทำไม 3G ต้องคู่กับ 4G // คืน1800บ้านเราทำ4Gไม่ได้ // ราคา3Gต้องเท่า4Gเพื่อจูงใจ++

ประเด็นหลัก


บ้านเราเพิ่งมี 3G คลื่นใหม่ บ้านอื่นโดยเฉพาะญี่ปุ่นเริ่มเปิดให้บริการ 4G ด้วยเทคโนโลยี LTE มาตั้งแต่ปี 2554 และ
ถือเป็นโครงข่ายแรก ๆ ของโลกที่เปิดให้บริการ (4G ในบ้านเราต้องรอลุ้นว่าคลื่น 1800 MHz ที่จะหมดอายุเดือน ก.ย.นี้จะดึงคืนมาประมูลใหม่ได้เร็วแค่ไหน)

กลับมาที่แดนปลาดิบอีกครั้ง 4G ในญี่ปุ่นที่ให้บริการอยู่ในขณะนี้เชิงพาณิชย์ ค่ายมือถืออันดับ 1 "NTT Docomo" ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดระบบ 3G ถึง 48% หรือ 61 ล้านราย จากประชากรทั้งหมดกว่า 128 ล้านราย ปัจจุบันมีพื้นที่บริการ LTE แล้วประมาณ 40% กระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ มีลูกค้ากว่า 10 ล้านราย ซึ่งภายในปี 2558 จะขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพิ่มยอดลูกค้าเป็น 30 ล้านราย

โดย 4G ที่ว่าทำงานบนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ใช้แถบความถี่กว้าง 10 MHz ควบคู่กันกับ 3G เพื่อให้มีบริการครอบคลุมทั่วประเทศ ถ้าอยู่ในพื้นที่บริการ 4G ในแง่ความเร็วจะสูงกว่า 3G ถึง 10 เท่า จึงเหมาะกับการใช้ Data เป็นหลัก มีทั้งผ่านสมาร์ทโฟน และเครื่องแปลงสัญญาณ WiFi (MiFi) ซึ่งได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเข้ามาทดแทนการใช้บรอดแบนด์ผ่านสายในรูปแบบต่าง ๆ ที่ยุ่งยากในการขอติดตั้ง และเชื่อมต่อสมาร์ทดีไวซ์ ได้พร้อมกันหลายเครื่องตามเทรนด์ผู้บริโภคที่นิยมพกพาสารพัดอุปกรณ์ไฮเทค

กลยุทธ์ที่ NTT Docomo ใช้จูงใจลูกค้าให้เปลี่ยนมาใช้บริการ หนีไม่พ้นโปรโมชั่น โดยกำหนด "ราคา" เท่ากับบริการ 3G เช่น โปรโมชั่น 5,000 เยนต่อเดือน สำหรับใช้ Data ได้ไม่อั้น


ขณะเดียวกัน ด้วยรูปแบบธุรกิจแบบ MVNO ที่เปิดให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง เข้ามาเช่าใช้โครงข่ายเพื่อไปเปิดให้บริการในหลากหลายรูปแบบภายใต้แบรนด์อื่น ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ทั้งรูปแบบบริการและแพ็กเกจราคาที่หลากหลาย อย่างกรณี "b-Mobile" ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว เนื่องจากให้บริการแบบเติมเงิน (พรีเพด) ใช้โครงข่าย NTT มาให้บริการ แต่ดำเนินงานโดย Japan Communications Inc.ฝ่ายวิจัยของบริษัท NEC ผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบโครงข่ายโทรคมนาคมและบรอดแคสต์ชั้นนำของญี่ปุ่น มองว่า LTE จะเป็เทคโนโลยีบรอดแบนด์ไร้สายที่เข้ามาครองตลาดบรอดแบนด์ในไม่ช้า เนื่องจากแบบมีสายข้อจำกัดในการลากสายเพื่อขยายโครงข่ายในพื้นที่ต่าง ๆ แม้ว่าปัจจุบันจะมีโครงข่าย LTE ทั่วโลกแล้ว 145 โครงข่ายใน 66 ประเทศ แต่ LTE ในญี่ปุ่นแตกต่างออกไป เนื่องจากเปิดให้บริการบนคลื่น 2.1 GHz ขณะที่ในยุโรปมักใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz

แม้ต้นทุนแต่ละสถานีฐานไม่แตกต่างกัน แต่ย่านความถี่ที่ต่างกันมีศักยภาพในการครอบคลุมพื้นที่ต่างกัน เป็นตัวแปรสำคัญของต้นทุนในการขยายโครงข่าย โดยทางทฤษฎีคลื่นความถี่ย่านต่ำ เช่น 700 MHz ส่วนใหญ่ยังใช้สำหรับให้บริการทีวีระบบแอนะล็อก โดยเฉพาะในเอเชีย เหมาะสมที่จะนำมาให้บริการ LTE เนื่องจากมีศักยภาพในการครอบคลุมพื้นที่มากกว่า ดังนั้น NEC จึงมองว่า ตั้งแต่ปีหน้าในเอเชียจะเริ่มทยอยนำคลื่นความถี่ย่านนี้มาให้บริการ LTEฝ่ายวิจัย NEC ยังพูดถึงคลื่น 2.1 GHz ที่ไทยเพิ่งให้ใบอนุญาตไปว่า เป็นย่านความถี่ที่ดีที่สุดที่จะนำมาให้บริการ LTE เนื่องจากมีจำนวนอุปกรณ์รองรับการใช้งานมากที่สุด จึงเป็นประโยชน์ในการขยายตลาด LTE ของค่ายมือถือ แต่ถ้าในแง่การประหยัดเงินลงทุนโครงข่ายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ การเลือกใช้คลื่นความถี่ย่านต่ำกว่าจะตอบโจทย์ให้ดีกว่า

ส่วนศักยภาพของแต่ละย่านความถี่ ในทางทฤษฎีไม่ได้มีผลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความเร็วของบริการดาต้าที่จะเปิดให้บริการ แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณแถบความถี่ที่นำมาใช้ ซึ่งต้องมีความกว้าง 10 MHz ขึ้นไปถึงจะเพียงพอสำหรับให้บริการ LTE อย่างมีประสิทธิภาพ แม้เทคโนโลยีปัจจุบันต่อให้มีคลื่นกว้างแค่ 1.4 MHz ก็ให้บริการได้ แต่กรณีคลื่น 1800 MHz ของไทยที่กำลังจะหมดสัมปทานมีแถบความถี่ 2 ช่วงแยกจากกัน โดยแต่ละช่วงกว้าง 12.5 MHz กรณีที่แถบคลื่นไม่ติดกัน หากจะรวมคลื่นเพื่อไปใช้ให้บริการ LTE ต้องเว้นว่างทีละ 5 MHz ดังนั้น แถบคลื่นที่กำลังจะหมดสัมปทานจึงมีเศษคลื่นเหลือช่วงละ 2.5 MHz ที่จะไม่มีการนำไปใช้งาน



สำนักข่าวที่อ้างอิงในประเด็นนี้
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1364199832&grpid=&catid=06&subcatid=0603
_________________________________________

(แก้ CAT TRUEผ่านไป268วันแล้ว) ฐากร ให้ กทค.อ่านก่อน 7วันสัปดาห์หน้าฟันเอง // ฐากรเห็นต่างจากคณะสอบบีเอฟเคที

ประเด็นหลัก



สำหรับความคิดเห็นในส่วนของเลขาธิการซึ่งเป็นหนึ่งในข้อมูลเพิ่มเติมที่บอร์ด กทค.ให้คณะทำงานกลับไปรวบรวมใหม่นั้น ได้ระบุว่าตนมีความเห็นต่างจากความเห็นของคณะทำงานฯบีเอฟเคทีในประเด็นใหญ่ๆ หลายส่วน เนื่องจากคณะทำงานมองเพียงประเด็นเดียวในการตรวจสอบ
   
       “ในตอนนี้ผมไม่สามารถเปิดเผยความคิดเห็นส่วนตัวได้ เพราะต้องรอเข้าบอร์ด กทค.ก่อน แต่พูดได้เพียงว่าไม่สอดคล้องกับคณะทำงานบีเอฟเคทีแน่นอน ดังนั้นคงต้องรอเพียงมติบอร์ด กทค.ว่าจะเลือกเชื่อใคร”
   
       ก่อนหน้านี้ บอร์ด กทค.สั่งให้คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) จำกัด สอบในประเด็นกรณีการทำสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่บนคลื่นความถี่ 850 MHz กับบริษัท กสท โทรคมนาคม ว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 67 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 หรือไม่ (ประกอบการโดยไม่มีใบอนุญาต)
   
     ทั้งนี้ การสอบสวนข้อเท็จจริงบีเอฟเคทีนั้น บอร์ดกทค.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของบีเอฟเคที กรณีการทำสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่บน คลื่นความถี่ 850 MHz กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ว่า เป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคมตาม 67 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 หรือไม่ และได้รับอนุญาตหรือไม่ โดยการทำสัญญาทรูกับกสท เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2554 ที่ผ่านมา และได้มีการยื่นฟ้องร้องในหลายประเด็น ซึ่งบอร์ดกทค.ก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาดังกล่าวเช่นกัน









สำนักข่าวที่อ้างอิงในประเด็นนี้
http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000036182
http://m.thairath.co.th/content/eco/334775
_________________________________________

TOT โม้ครั้งที่2 ปลุกผี 300000 เสาปูน(เสาโทรคมนาคมของTOT)ติด TOT3G // ไกล้หมดยุด AIS จ่ายค่าสป. 20000 ลบ.

ประเด็นหลัก



The AIS concession is set to expire in 2015. The country's largest mobile operator provides second-generation (2G) service on the 900-megahertz frequency for 35 million subscribers.

AIS pays about 20 billion baht in concession revenue per year.




He suggested TOT quickly set up two units as network service providers.

Mr Panthep previously outlined a plan to gather all 15,000 base stations from its concessionaire AIS along with TOT's 3G base stations and its existing 300,000 cement telecom poles nationwide and rent them to telecom network operators.

สำนักข่าวที่อ้างอิงในประเด็นนี้
http://www.bangkokpost.com/business/telecom/342210/tot-mulls-early-end-to-concession


_________________________________________

รู้ผลอย่างช้า iPhone 5 ระเบิด++ พฤหัสนี้!! ส่งตรวจLABสหรัฐหาเหตุบึ้ม

ประเด็นหลัก

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีไอโฟน 5 ระเบิดหลังจากที่เจ้าของเครื่องกำลังโทรออกไม่ถึง 30 วินาทีว่า ก่อนหน้านี้สำนักงาน กสทช. ได้มีหนังสือไปถึงบริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด (บริษัทนำเข้า) ให้ส่งโทรศัพท์เครื่องที่ระเบิดมาให้สำนักงาน กสทช.ตรวจสอบ ซึ่งบริษัทฯ ก็ได้ส่งเครื่องมา แต่เมื่อสำนักงาน กสทช. นำเครื่องมาตรวจสอบพบว่า เครื่องต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะในการเปิดเครื่อง ประกอบกับทางบริษัท แอปเปิ้ลฯ ได้มีหนังสือลงวันที่ 22 มี.ค.2556 เรื่อง ขอให้ส่งเครื่องโทรคมนาคมตรวจสอบ มาถึงสำนักงานฯ เพื่อขอนำไอโฟน 5 เครื่องที่มีปัญหาให้ทางบริษัท เพื่อทางบริษัทจะได้ส่งเครื่องไปตรวจสอบที่บริษัท Exponent ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาอิสระที่มีความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือและมีห้องทดลองที่ทันสมัยได้มาตรฐาน และเมื่อบริษัทที่ปรึกษาอิสระดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว บริษัทฯ จะนำส่งรายงานผลการตรวจสอบแก่สำนักงาน กสทช. โดยคาดว่าน่าใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์



เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า เมื่อบริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย (ประเทศไทย) ส่งโทรศัพท์เครื่องที่มีปัญหา พร้อมผลการตรวจสอบของบริษัท Exponent มายังสำนักงาน กสทช. ก็จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของสำนักงาน กสทช. ซึ่งผลการตรวจสอบของสำนักงานฯ จะสอดคล้องกับผลการตรวจสอบของบริษัท Exponent หรือไม่นั้นทางสำนักงานฯ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง


สำนักข่าวที่อ้างอิงในประเด็นนี้
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000036084&Keyword=%a1%ca%b7
http://www.ryt9.com/s/nnd/1616679
http://www.ryt9.com/s/prg/1616618
http://www.thairath.co.th/content/tech/334707
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1364189500&grpid=03&catid=06&subcatid=0600
http://www.dailynews.co.th/technology/192888

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.