Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

4 มีนาคม 2556 เครือเนชั่นเตรียมออกหุ้นกู้ 2 พันล้านบาท (( ยอมรับ กำไร พุ่ง ))


ประเด็นหลัก



"ฐานะการเงินเราดีขึ้น เรทติ้งเราน่าจะดีขึ้น การออกหุ้นกู้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ จะทำให้เราลดต้นทุนทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 7% หากหุ้นกู้กำหนดดอกเบี้ยที่ 5% จะทำให้บริษัทประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้ปีละ 20 ล้านบาท หรือตลอด 5 ปี ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้ 100 ล้านบาท" นางสาวดวงกมล กล่าว พร้อมยืนยันถึงสถานะทางการเงินที่ดีขึ้นต่อเนื่องของ NMG

ล่าสุดบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แถลงผลประกอบการปี 2555 โดย มีกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นถึง 84% จากปี 2554 ที่มีกำไรสุทธิ 104.3 ล้านบาท เพิ่มเป็น 191.3 ล้านบาทในปี 2555 ซึ่งเป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มจาก 2,797.5 ล้านบาท เป็น 3,102.3 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2555 หรือเพิ่มขึ้น 11%

ผลประกอบการที่โดดเด่น ผนวกกับกระบวนการปรับโครงสร้างทางการเงิน ลดขาดทุนสะสม เมื่อต้นปี 2555 ส่งผลให้ฐานะการเงินของเครือเนชั่น กลับมาแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อกำไรจากการดำเนินงาน ก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย หรือ DEBT/EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ 9.21 เท่าในไตรมาส 4 ปี 2555 ส่วนอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงมาอยู่ในระดับ 0.99 เท่า

ก่อนหน้านี้ บริษัทในเครือเนชั่น ทั้ง NMG ,NBC , และ บมจ.เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ หรือ NINE ประกาศแผนเพิ่มทุน โดยคาดจะระดมทุนได้ราว 2,100 ล้านบาท เพื่อรองรับการเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ประเภทบริการธุรกิจซึ่งคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดให้มีการ ประมูลจำนวน 24 ช่องในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

"การออกหุ้นกู้รวมมูลค่า 2,000 ล้านบาทครั้งนี้ บางส่วนนำไปชำระหนี้ ที่เหลือเมื่อรวมกับเงินเพิ่มทุนประมาณ 2,100 ล้านบาท จะทำให้เครือเนชั่น มีทุนมากพอในการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะการประมูลดิจิทัลทีวี" กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว



นอกจากขนาดธุรกิจที่ขยายอย่างรวดเร็ว ธุรกิจดิจิทัลทีวี จะส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจของบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากปัจจุบันรายได้หลักมาจากธุรกิจสิ่งพิมพ์ 2,700 ล้านบาท หรือ 77% ของรายได้รวม 3,500 ล้านบาท ซึ่งจากประมาณการรายได้ดิจิทัลทีวีของเครือเนชั่น ภายใน 5 ปี โครงสร้างรายได้จะพลิกไปตรงข้าม

นางสาวดวงกมล เปิดเผยว่า หากเครือเนชั่น ได้รับใบอนุญาติทีวีดิจิทัล ภายใน 5 ปี สัดส่วนธุรกิจดิจิทัลทีวีจะขึ้นมาอยู่ที่ 40% หรือ 3,800 ล้านบาท จากรายได้รวม 9,400 ล้านบาท และเมื่อรวมกับธุรกิจทีวี ดาวเทียม-เคเบิ้ล รายได้ของธุรกิจทีวีจะสูงถึง 5,300 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 56% ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์ จะลดสัดส่วนลงมาที่ 34% หรือ 3,200 ล้านบาท

"ดิจิทัลทีวี จะทำให้โครงสร้างธุรกิจของเราเปลี่ยนทันที ใน 5 ปี สัดส่วนรายได้ของธุรกิจบรอดคาสท์ จะสูงถึง 56% ซึ่งเป็นการกระจายแหล่งรายได้ ทำให้บริษัท มีความมั่นคงในระยะยาว" นางสาวดวงกมล กล่าว



















_______________________________________



เครือเนชั่นบุกดิจิทัลทีวี คาดกำไรตั้งแต่ปีแรก

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


"เครือเนชั่น"ใช้จังหวะฐานะการเงินแกร่ง-กำไรพุ่ง ออกหุ้นกู้ 2 พันล้านบาท 100 ล้านบาท ผงาดดิจิทัลทีวี คาดกำไรตั้งแต่ปีแรก


บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (NMG) และบริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (NBC) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ วานนี้ (4 มี.ค.) ว่า บริษัทเตรียมขออนุมัติออกหุ้นกู้ จากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2556 ที่จะจัดขึ้นในเดือนเม.ย.นี้ พร้อมขออนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนในคราวเดียวกัน

ทั้งนี้ บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จะออกหุ้นกู้ไม่เกิน 1,500 ล้านบาท นำเงินมาชำระคืนหนี้เดิม เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน รองรับการขยายธุรกิจ ส่วนบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น หรือ NBC จะเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาออกหุ้นกู้ไม่เกิน 500 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน และรองรับการขยายธุรกิจเช่นกัน

นางสาวดวงกมล โชตะนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับโครงสร้างทางการเงินมาต่อเนื่อง และจนถึงขณะนี้ บริษัทมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะระดมเงินทุน ทั้งในรูปแบบหุ้นสามัญ และหุ้นกู้ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจครั้งใหม่ โดยคาดว่าหุ้นกู้ของบริษัทจะได้รับการจัดอันดับเครดิต จากทริส เรทติ้ง เอเยนซี่ ในระดับที่สูงกว่าระดับ BBB เดิมอย่างแน่นอน เพราะผลการดำเนินงานปี 2555 ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

"ฐานะการเงินเราดีขึ้น เรทติ้งเราน่าจะดีขึ้น การออกหุ้นกู้เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้ จะทำให้เราลดต้นทุนทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 7% หากหุ้นกู้กำหนดดอกเบี้ยที่ 5% จะทำให้บริษัทประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้ปีละ 20 ล้านบาท หรือตลอด 5 ปี ประหยัดดอกเบี้ยจ่ายได้ 100 ล้านบาท" นางสาวดวงกมล กล่าว พร้อมยืนยันถึงสถานะทางการเงินที่ดีขึ้นต่อเนื่องของ NMG

ล่าสุดบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แถลงผลประกอบการปี 2555 โดย มีกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นถึง 84% จากปี 2554 ที่มีกำไรสุทธิ 104.3 ล้านบาท เพิ่มเป็น 191.3 ล้านบาทในปี 2555 ซึ่งเป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มจาก 2,797.5 ล้านบาท เป็น 3,102.3 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2555 หรือเพิ่มขึ้น 11%

ผลประกอบการที่โดดเด่น ผนวกกับกระบวนการปรับโครงสร้างทางการเงิน ลดขาดทุนสะสม เมื่อต้นปี 2555 ส่งผลให้ฐานะการเงินของเครือเนชั่น กลับมาแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อกำไรจากการดำเนินงาน ก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย หรือ DEBT/EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ 9.21 เท่าในไตรมาส 4 ปี 2555 ส่วนอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงมาอยู่ในระดับ 0.99 เท่า

ก่อนหน้านี้ บริษัทในเครือเนชั่น ทั้ง NMG ,NBC , และ บมจ.เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ หรือ NINE ประกาศแผนเพิ่มทุน โดยคาดจะระดมทุนได้ราว 2,100 ล้านบาท เพื่อรองรับการเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตโทรทัศน์ระบบดิจิตอล ประเภทบริการธุรกิจซึ่งคณะกรรมการ กิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดให้มีการ ประมูลจำนวน 24 ช่องในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

"การออกหุ้นกู้รวมมูลค่า 2,000 ล้านบาทครั้งนี้ บางส่วนนำไปชำระหนี้ ที่เหลือเมื่อรวมกับเงินเพิ่มทุนประมาณ 2,100 ล้านบาท จะทำให้เครือเนชั่น มีทุนมากพอในการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะการประมูลดิจิทัลทีวี" กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าว

นางสาวดวงกมล กล่าวว่า การขยายธุรกิจสู่ดิจิทัลทีวี จะเป็นสปริงบอร์ดให้เครือเนชั่น เติบโตอย่างรวดเร็ว และมั่นใจผู้ถือหุ้นจะได้ประโยชน์เต็มที่ เพราะเงินลงทุนจะถูกใช้อย่างคุ้มค่า และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ทั้งนี้บริษัทได้ประมาณการผลประกอบการธุรกิจทีวีระบบดิจิทัล โดยประมาณการณ์ว่า ปีแรกเครือเนชั่น จะมีรายได้จากดิจิทัลทีวี 1,397 ล้านบาท มีกำไร 124 ล้านบาท และจะเติบโตได้ในระดับ 20% ต่อปี ซึ่งจะทำให้ในปีที่ 5 ของการทำธุรกิจ รายได้จากธุรกิจดิจิลทีวีเพิ่มขึ้นเป็น 3,846 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ1,300 ล้านบาท

"เรามั่นใจว่า ดิจิทัลทีวีจะเริ่มทำกำไรได้ตั้งแต่ปีแรก จากข้อได้เปรียบด้านความพร้อม ความเชี่ยวชาญของบุคลากร และอุปกรณ์สตูดิโอ ทำให้ไม่ต้องลงทุนใหม่ทั้งหมด เราสามารถเริ่มออกอากาศได้ในทันที ที่ได้รับใบอนุญาต" นางสาวดวงกมล กล่าว พร้อมระบุว่า "เราทำทีวีอยู่แล้วถึง 5 ช่อง พร้อมทุกเมื่อที่จะออกอากาศ ในรูปแบบทีวีดิจิทัล"

นอกจากขนาดธุรกิจที่ขยายอย่างรวดเร็ว ธุรกิจดิจิทัลทีวี จะส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจของบริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากปัจจุบันรายได้หลักมาจากธุรกิจสิ่งพิมพ์ 2,700 ล้านบาท หรือ 77% ของรายได้รวม 3,500 ล้านบาท ซึ่งจากประมาณการรายได้ดิจิทัลทีวีของเครือเนชั่น ภายใน 5 ปี โครงสร้างรายได้จะพลิกไปตรงข้าม

นางสาวดวงกมล เปิดเผยว่า หากเครือเนชั่น ได้รับใบอนุญาติทีวีดิจิทัล ภายใน 5 ปี สัดส่วนธุรกิจดิจิทัลทีวีจะขึ้นมาอยู่ที่ 40% หรือ 3,800 ล้านบาท จากรายได้รวม 9,400 ล้านบาท และเมื่อรวมกับธุรกิจทีวี ดาวเทียม-เคเบิ้ล รายได้ของธุรกิจทีวีจะสูงถึง 5,300 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 56% ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์ จะลดสัดส่วนลงมาที่ 34% หรือ 3,200 ล้านบาท

"ดิจิทัลทีวี จะทำให้โครงสร้างธุรกิจของเราเปลี่ยนทันที ใน 5 ปี สัดส่วนรายได้ของธุรกิจบรอดคาสท์ จะสูงถึง 56% ซึ่งเป็นการกระจายแหล่งรายได้ ทำให้บริษัท มีความมั่นคงในระยะยาว" นางสาวดวงกมล กล่าว

กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป กล่าวด้วยว่า นอกจากดิจิทัลทีวี เครือเนชั่น พร้อมแล้วที่จะลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตรอบใหม่ และอีกหนึ่งทิศทางการลงทุนคือ การร่วมทำธุรกิจสื่อในอาเซี่ยนกับพันธมิตรสื่อมวลชนรอบบ้าน

"เราพร้อมแล้วสำหรับโอกาสที่เปิดกว้าง ทั้งการยกระดับเป็นผู้เล่นในสนามที่ใหญ่ขึ้นอย่างดิจิทัลทีวี และกว้างขึ้น โดยก้าวออกไปทำธุรกิจในอาเซียน" กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายเสริมสิน สมะลาภา กรรมการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น ในฐานะหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ กล่าวว่า ราคาหุ้นของบริษัทเนชั่นในปัจจุบันมองว่ายังไม่สูงเกินพื้นฐาน หากพิจารณาข้อมูลย้อนหลังเปรียบเทียบกับพีอีเรโชของบริษัทในเซท 50 ตั้งแต่ปี 2540 จนถึง เดือนมี.ค.2556 พบว่า ค่าพีอีเรโชมีความผันผวน เคยปรับตัวขึ้นไปสูงถึง 20 เท่า และต่ำสุดที่ 5 เท่า ซึ่งปัจจุบันค่าเฉลี่ยของพีอีเรโชเข้าใกล้ระดับสูงสุดในปี 2540 แล้ว โดยเฉพาะค่าพีอีเรโชของหุ้นหลายๆ ตัว ดังนั้นเมื่อพีอีเรโชของบริษัทใหญ่ๆ อยู่ในระดับสูง ก็ต้องมาเลือกหุ้นที่มีโอกาสที่น่าจะเติบโตได้ในอนาคต

"ปัจจุบันพีอีเรโชของหุ้นเนชั่นอยู่ที่ 24 เท่า หากเทียบกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทบีอีซี (BEC) หรือบริษัทอสมท. (MCOT) ปัจจุบันถือว่าอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกัน แสดงว่า ราคาหุ้นยังไม่สูงเกินไป และถ้าเทียบไปกับบริษัทแกรมมี่ (GRAMMY) เบอร์ลี่ยุคเกอร์ (BJC) พีอีเรโชเกิน 60 เท่า ดังนั้นก็เป็นข้อมูลที่ผู้ถือหุ้นจะใช้ตัดสินใจได้ว่า ควรจะรับซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือไม่ แต่ในฐานะเป็นนักลงทุน และเป็นผู้ถือหุ้น ก็พร้อมจะใส่เงินให้เต็มที่"นายเสริมสินกล่าว

ส่วนนายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการอำนวยการ เครือเนชั่น กล่าวเสริมว่า การรุกธุรกิจสู่กลุ่มประเทศอาเซี่ยน ของเครือเนชั่น ในปีนี้จะเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ทั้งการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในตลาดเกิดใหม่ , การให้บริการคอนเทนท์ข่าว และสารคดี ภายใต้ทีมข่าวที่พรั่งพร้อม และเครือข่ายระดับภูมิภาค ไปจนถึงการให้บริการ ด้านนวัตกรรมสื่อ หรือ Media Innovation ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อในยุค ที่ต้องเร่งปรับตัวจากแรงกดดันของโลกดิจิทัล
"เครือเดอะเนชั่น มุ่งมั่นจะเป็นองค์กรสื่อชั้นนำไม่เฉพาะแต่ในเมืองไทยเท่านั้น แต่พร้อมขยายบทบาทไปยังระดับภูมิภาคเพื่อรองรับการรวมตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 10 ประเทศ โดยผลิตข่าว และสารคดี ภาษาอังกฤษผ่านทาง SEA Channel ในทุกๆ แพลทฟอร์ม ป้อนให้สื่อใน และนอกเครือเนชั่น ไปจนถึง สถานีข่าวทั่วภูมิภาคอาเซี่ยน" นายเทพชัย กล่าว


http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20130304/493242/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A
3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%
B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%
E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B5-
%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8
%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0
%B8%A3%E0%B8%81.html

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.