Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

5 มีนาคม 2556 TRUE จัดหนัก ให้ชาว นครนายก++จัดให้ทุกหน่วยงานความเร็วNETขั้นต่ำ 1-2 กิกะบิต // ผู้ว่าต้องการ 100 เมก ไปจนถึง 2 กิกะบิต


ประเด็นหลัก


นายธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ ผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม สายงานธุรกิจภาครัฐ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) กับผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ในเบื้องต้นทรูจะเป็นผู้วางโครงข่ายหลัก (คอร์ เน็ตเวิร์ก) ความเร็วขั้นต่ำ 1-2 กิกะบิต เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่หน่วยราชการต่าง ๆ ของจังหวัดรวม 21 แห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพเครือข่ายสื่อสารให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วจังหวัดซึ่งคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.นี้


โดยจะใช้ความถนัดและศักยภาพของกลุ่มทรูด้านการให้บริการไอซีทีแบบครบวงจร เพื่อผลักดันให้นครนายกเป็นจังหวัดต้นแบบ หรือจังหวัดอัจฉริยะ (Smart Province) ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเบื้องต้นจะขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด ทั้งโครงข่าย 3จีของทรูมูฟ เอชทั้งบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งปัจจุบันทรูมูฟ เอช มีสัญญาณครอบคลุมถึง 90% ของประชากรในจังหวัดนครนายก

ด้าน ดร.สุรชัย ศรีสารคาม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวว่า การนำไอซีทีเข้ามาบริหารจัดการจะช่วยให้จังหวัดนครนายกมีการบริหารงานที่ดีขึ้น และก่อให้เกิดการเติบโตอย่างมั่นคงมีคุณภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการภาครัฐ สร้างการเติบโตให้เกิดการแข่งขันรองรับการเปิดประเทศโดยเฉพาะการเข้าสู่เออีซี นอกจากนี้ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ช่วยให้สินค้าของแต่ละหมู่บ้านนำเสนอออกไปสู่ชาวโลกได้ดีขึ้น สร้างโอกาสในการให้ความรู้และการศึกษาที่ต้องกระจายไปสู่สังคม ส่งผลให้เศรษฐกิจรายได้ของจังหวัดดีขึ้น

"เราจะเป็นท่อกลางสำหรับให้บริการด้านไอซีทีทุกประเภท ในอนาคตทางจังหวัดต้องการหาพันธมิตรด้านอื่นๆ ก็มาปลั๊กอินจากโครงข่ายที่เราวางไว้ได้ ซึ่งการปล่อยความเร็วจากแบรนด์วิธก็จะไล่ตั้งแต่ 100 เมก ไปจนถึง 2 กิกะบิต โดยดูความต้องการใช้งานในพื้นที่นั้นๆ ส่วนงบการดำเนินการ คาดว่าจะใช้ไม่เยอะ เพราะส่วนใหญ่ เราต่อยอดจาก 3จีที่มีอยู่เดิม"


    โดยจะขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด ทั้งโครงข่าย 3G+ ทรูมูฟ เอช ที่ปัจจุบันครอบคลุมถึง 90% ของประชากรในจังหวัดนครนายก รวมไปถึงการต่อเชื่อม Core Data Network ขนาด 1.2 Gbps เข้าสู่ศาลากลางจังหวัด เพื่อให้สามารถให้บริการในด้านต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาการสื่อสารระหว่างหน่วยงานราชการ โดยคาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคมนี้
     
       การขยายระบบโครงข่ายไฟเบอร์หลักเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงดังกล่าว จะใช้เทคโนโลยี DOCSIS 3.0 ที่สามารถให้บริการแบบ Triple Play (อินเทอร์เน็ตทีวี และโทรศัพท์) ที่จะสามารถสร้างบริการและช่วยทำให้การทำงานต่างๆ ของหน่วยงานราชการมีความรวดเร็วและทันสมัยมากขึ้น






____________________________________


ทรู" หนุนนครนายก "จังหวัดอัจฉริยะ"

ทรูลงนามเอ็มโอยูร่วม "นครนายก" หนุนจังหวัดต้นแบบด้านไอซีที ต่อยอดจากข่ายสายบริการ 3จี ยันพร้อมให้บริการครอบคลุม 90% ของจำนวนประชากร


นายธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ ผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม สายงานธุรกิจภาครัฐ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) กับผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ในเบื้องต้นทรูจะเป็นผู้วางโครงข่ายหลัก (คอร์ เน็ตเวิร์ก) ความเร็วขั้นต่ำ 1-2 กิกะบิต เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่หน่วยราชการต่าง ๆ ของจังหวัดรวม 21 แห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพเครือข่ายสื่อสารให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วจังหวัดซึ่งคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.นี้

โดยจะใช้ความถนัดและศักยภาพของกลุ่มทรูด้านการให้บริการไอซีทีแบบครบวงจร เพื่อผลักดันให้นครนายกเป็นจังหวัดต้นแบบ หรือจังหวัดอัจฉริยะ (Smart Province) ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเบื้องต้นจะขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด ทั้งโครงข่าย 3จีของทรูมูฟ เอชทั้งบนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งปัจจุบันทรูมูฟ เอช มีสัญญาณครอบคลุมถึง 90% ของประชากรในจังหวัดนครนายก

"เราจะเป็นท่อกลางสำหรับให้บริการด้านไอซีทีทุกประเภท ในอนาคตทางจังหวัดต้องการหาพันธมิตรด้านอื่นๆ ก็มาปลั๊กอินจากโครงข่ายที่เราวางไว้ได้ ซึ่งการปล่อยความเร็วจากแบรนด์วิธก็จะไล่ตั้งแต่ 100 เมก ไปจนถึง 2 กิกะบิต โดยดูความต้องการใช้งานในพื้นที่นั้นๆ ส่วนงบการดำเนินการ คาดว่าจะใช้ไม่เยอะ เพราะส่วนใหญ่ เราต่อยอดจาก 3จีที่มีอยู่เดิม"

นอกจากนี้ กลุ่มทรูและจังหวัดนครนายก จะร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานของจังหวัด การสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ปรับรูปแบบการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นของสหกรณ์ชุมชนผ่านช่องทางการตลาด ซึ่งการทำงานจะให้ประชาชน หรือ เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศ และบริการด้านไอซีทีมากขึ้น โดยมีแผนที่จะติดตั้งจุดไว-ไฟฮอตสปอตราว 1,000 จุดในปีนี้ จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 200 จุด พร้อมกับวางสายด็อกซิส 3.0 เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์)

ขณะที่นายสุรชัย ศรีสารคาม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวว่า ความร่วมมือกับกลุ่มทรูจะเข้ามาเป็นเครื่องมือในการบริหารงานแบบบูรณาการอย่างมีคุณภาพ พัฒนาระบบเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลภาครัฐ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย ระบบเชื่อมโยงโครงข่ายเพื่อใช้ในระบบ คลาวด์ คอมพิวติ้ง, ระบบการส่งเสริมการใช้ พีซี สมาร์ทโฟน หรือ แทบเล็ต รวมถึงระบบเว็บไซต์หลักของจังหวัดอัจฉริยะต้นแบบ เพื่อสนับสนุนให้มีการปรับระบบบริหารจัดการในมิติใหม่ เพิ่มการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน พัฒนาการเรียนรู้บุคลากรในจังหวัด

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20130305/493308/%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B9-
%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8
%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81-
%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B
8%B1%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%B0.html

________________________________________________



ทรูเพิ่ม Core Data Network อัปนครนายกสู่ “Smart Province”



       ทรูร่วมพัฒนานครนายกขึ้นสู่จังหวัดอัจฉริยะด้วยการเพิ่ม Core Data Network ขนาด 1.2 Gbps เข้าสู่ศาลากลางจังหวัด นำเสนอเทคโนโลยี DOCSIS 3.0 ที่สามารถให้บริการแบบ Triple Play เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการด้วยไอทียุคใหม่ พร้อมร่วมมือพัฒนาโซลูชันและแอปพลิเคชันต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งานของจังหวัดได้ความต้องการ ด้านนครนายกเตรียมต่อยอดลงสู่อบต.และสหกรณ์จังหวัดเพื่อเชื่อมทุกอย่างเข้าถึงกัน ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเพิ่มโอกาสทางการขายสินค้าชาวบ้านไปสู่ตลาดโลก
     
       นายธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ ผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม สายงานธุรกิจภาครัฐ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรูได้เตรียมความพร้อมด้านเครือข่ายการสื่อสารเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้จังหวัดนครนายกเป็นต้นแบบ “จังหวัดอัจฉริยะ” หรือ “Smart Province” ตามนโยบายของรัฐบาล
     
       โดยจะขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด ทั้งโครงข่าย 3G+ ทรูมูฟ เอช ที่ปัจจุบันครอบคลุมถึง 90% ของประชากรในจังหวัดนครนายก รวมไปถึงการต่อเชื่อม Core Data Network ขนาด 1.2 Gbps เข้าสู่ศาลากลางจังหวัด เพื่อให้สามารถให้บริการในด้านต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดการพัฒนาการสื่อสารระหว่างหน่วยงานราชการ โดยคาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคมนี้
     
       การขยายระบบโครงข่ายไฟเบอร์หลักเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงดังกล่าว จะใช้เทคโนโลยี DOCSIS 3.0 ที่สามารถให้บริการแบบ Triple Play (อินเทอร์เน็ตทีวี และโทรศัพท์) ที่จะสามารถสร้างบริการและช่วยทำให้การทำงานต่างๆ ของหน่วยงานราชการมีความรวดเร็วและทันสมัยมากขึ้น
     
       จึงขึ้นอยู่กับว่าทางจังหวัดจะนำอะไรเข้ามาเชื่อมต่อ นอกจากนี้ด้วยความเชี่ยวชาญทางด้านการวางเน็ตเวิร์ก 3G ไฟเบอร์ การให้บริการไฮสปีดอินเทอร์เน็ต และความความเชี่ยวชาญในการทำคอนเทนต์ที่มีอยู่ จะทำให้ทรูสามารถร่วมกับจังหวัดนครนายกในการพัฒนาโซลูชันและแอปพลิเคชันต่างๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานของจังหวัดได้เป็นอย่างดี
     
       “ทรูมีประสบการณ์เรื่องการพัฒนาโซลูชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ ที่จะสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพเครือข่ายสื่อสารให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วจังหวัด เพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตออนไลน์ได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ผ่านอุปกรณ์สมาร์ทโฟน ที่มีการใช้งานอยู่แพร่หลายในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังสามารถสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ปรับรูปแบบการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นของสหกรณ์ชุมชนผ่านช่องทางการตลาดยุคใหม่ให้สินค้าพื้นบ้านสามารถก้าวขึ้นสู่สากลโดยที่ไม่ต้องมีการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่”
     
       นายธิติฏฐ์กล่าวต่อว่า ทรูจะเข้ามาเติมเต็มโซลูชันทำให้การทำงานของจังหวัดมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น การประชุมทางไกลผ่านเว็บไซต์ สร้างช่องทางใหม่ให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีการจัดจำหน่ายที่ทันสมัย ในส่วนของทรูปลูกปัญญา ทรูจะทำให้ทุกโรงเรียนที่ด้อยโอกาสมีโอกาสเท่ากับในเมืองด้วยการมอบสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมเปิดโลกทัศน์แห่งการเรียนรู้ผ่านโครงการทรูปลูกปัญญา และส่งมอบชุดอุปกรณ์ 3G+ เพื่อโรงเรียนและชุมชนในจังหวัดเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการใช้งานด้านสาธารณสุขชุมชน
     
       “มั่นใจว่าความตั้งใจของกลุ่มทรูที่จะร่วมมือกับจังหวัดครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการในจังหวัดนครนายกให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของการเป็นจังหวัดอัจฉริยะต้นแบบได้อย่างแน่นอน”
     
       ด้าน ดร.สุรชัย ศรีสารคาม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวว่า การนำไอซีทีเข้ามาบริหารจัดการจะช่วยให้จังหวัดนครนายกมีการบริหารงานที่ดีขึ้น และก่อให้เกิดการเติบโตอย่างมั่นคงมีคุณภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการภาครัฐ สร้างการเติบโตให้เกิดการแข่งขันรองรับการเปิดประเทศโดยเฉพาะการเข้าสู่เออีซี นอกจากนี้ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ช่วยให้สินค้าของแต่ละหมู่บ้านนำเสนอออกไปสู่ชาวโลกได้ดีขึ้น สร้างโอกาสในการให้ความรู้และการศึกษาที่ต้องกระจายไปสู่สังคม ส่งผลให้เศรษฐกิจรายได้ของจังหวัดดีขึ้น
     
       “เราต้องการเชื่อมโยงทุกภาคเข้าหากันด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายสื่อสารข้อมูล โทรศัพท์ แท็บเล็ตของนักเรียน การใช้งานติดต่อสื่อสาร การประชุมถึงกัน การะประชาสัมพันธ์โฮมสเตย์รีสอร์ท เพื่อเปิดช่องทางสู่ตลาดโลกได้ ทรู เป็นบริษัทหนึ่งที่สนับสนุนในเรื่องนี้”
     
       ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกกล่าวอีกว่า เครือข่ายที่จะทำการติดตั้งนี้ทางจังหวัดจะขยายการติดตั้งเพิ่มเติมไปยังยังเทศบาล อบต.ทุกแห่ง เพื่อใช้งานในเรื่องของระบบหนังสือราชการ การประชุมร่วมกัน การลงทะเบียนผู้สูงอายุ เกษตร ทำได้ง่ายและประสานกันดีขึ้น ในขณะเดียวกัน อบต.เองก็จะติดตั้งฟรีไว-ไฟให้ประชาชนได้ใช้ ในส่วนของสหกรณ์ต้องมีการเชื่อมโยงเป็นระบบเครือข่าย ใช้ระบบไอทีเป็นตัวตรวจเช็คว่ามีสินค้าใดขาดหรือต้องการสินค้าใด นอกจากนี้ยังร่วมมือกับไปรษณีย์ ตลาดกลาง เพื่อเป็นการสั่งซื้อและกระจายสินค้า
     
       “ด้วยศักยภาพของจังหวัดนครนายกทั้งความเหมาะสมของขนาดพื้นที่ ความพร้อมด้านสถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว การเกษตร จังหวัดนครนายกจึงได้รับพิจารณาให้เป็นจังหวัดต้นแบบ 'จังหวัดอัจฉริยะ' ซึ่งได้ดำเนินการพัฒนาด้านต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดการร่วมมือกับกลุ่ม ทรู ผู้ให้บริการการสื่อสารครบวงจรจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือในการบริหารงานแบบบูรณาการอย่างมีคุณภาพก่อให้เกิดพลังขับเคลื่อนงานให้เดินไปข้างหน้าอย่างมีทิศทาง สร้างระบบเศรษฐกิจจังหวัดแบบบูรณาการ รวมทั้งสร้างความยั่งยืนให้แก่จังหวัดได้เป็นอย่างดี”
     

http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9560000027327

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.