Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

11 มีนาคม 2556(เกาะติดประมูลDigital TV)เลื่อนเป็น 2557 สัดส่วนการประมูลช่องDigital TVใหม่เป็น เป็นข่าว 7ช่อง HD ช่อง(เป็น3-7-7-7) ตีกลับให้จุฬา ใหม่!!


ประเด็นหลัก


โดยเมื่อนำผลการทดลองทดสอบออกอากาศที่ได้ร่วมมือกับช่อง 5 ช่อง 9 ช่อง 11 และไทยพีบีเอสมาสรุปแล้วจะปรับสัดส่วนช่องรายการบริการธุรกิจที่จะต้องนำออกประมูลทั้ง 4 ประเภทออกเป็น ช่องรายการเด็กและเยาวชน 3 ช่อง รายการข่าว 7 ช่อง รายการวาไรตี้ SD  7 ช่อง วาไรตี้ HD 7 ช่อง
“การปรับสัดส่วนช่องใหม่เป็นไปตามผลการทดลองทดสอบ ผลจากการเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ และการประเมินความต้องการของตลาด  ซึ่งจะส่งให้ต่อการปรับเพิ่มและลดราคาตั้งต้นประมูลด้วย จึงได้มอบหมายให้คณะศึกษาและประเมินมูลค่าคลื่นของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปปรับแก้สัดส่วนมูลค่าใหม่ โดยจะพยายามให้เสร็จภายในต้นเดือนหน้า”


น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยในงานประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดเห็นผู้บริโภคกับทีวีดิจิตอล ในหัวข้อ "ทีวีสาธารณะและชุมชนที่อยากเห็น" ว่า จากกรณีที่การให้ใบอนุญาตทีวีดิจิตอลในกลุ่มช่องสาธารณะจำนวน 12 ช่อง ในเดือนพฤษภาคมนี้ หากใช้เกณฑ์พิจารณาตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปี 2551 ถือเป็นเกณฑ์ที่กว้างมาก ดังนั้นจึงต้องระดมความเห็นภาคประชาชนนำเสนอต่อบอร์ด กสท.เพื่อให้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการพิจารณาใบอนุญาต



  ขณะเดียวกันที่ประชุมยังมีความเห็นให้คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ทำหน้าที่ศึกษา และประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ นำผลการศึกษาที่ได้กลับไปปรับปรุงใหม่และให้กลับมาเสนอบอร์ดอีกครั้งไม่เกินช่วงต้นเดือน เม.ย. เพื่อเป็นการรักษากรอบเวลาการจัดประมูลช่องบริการธุรกิจทั้ง 24 ช่องที่เดิมกำหนดไว้ในช่วงเดือน ส.ค.- ก.ย.นี้


"การปรับสัดส่วนครั้งนี้ ในฐานะเป็นผู้ประเมิน ถ้าจะทำให้ละเอียด ต้องให้ทีมของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กลับไปศึกษาราคารอบใหม่ ซึ่งอาจกระทบกับกรอบเวลาประมูลเดิมไตรมาส 4 นี้เป็นปี 2557" นายธวัชชัย กล่าว



__________________________



กสทช.ปรับใหม่สัดส่วนช่องธุรกิจ"ดิจิทัลทีวี"ขีดเส้นเลือกประมูลช่อง"ข่าว"หรือ"วาไรตี้"


รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวันนี้(11 มี.ค.) เวลา 13.30 น. พ.อ.นที  ศุกลรัตน์  รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ด กสท. วันนี้ได้ตัดสินใจปรับสัดส่วนจำนวนช่องรายการโทรทัศน์ประเภทบริการธุรกิจในระบบดิจิทัลใหม่ จากเดิมกำหนดให้ช่องรายการเด็กและเยาวชน 5 ช่อง รายการข่าว 5 ช่อง รายการวาไรตี้ความละเอียดมาตรฐาน(SD) 10 ช่อง รายการวาไรตี้ความละเอียดสูง(HD) 4 ช่อง
โดยเมื่อนำผลการทดลองทดสอบออกอากาศที่ได้ร่วมมือกับช่อง 5 ช่อง 9 ช่อง 11 และไทยพีบีเอสมาสรุปแล้วจะปรับสัดส่วนช่องรายการบริการธุรกิจที่จะต้องนำออกประมูลทั้ง 4 ประเภทออกเป็น ช่องรายการเด็กและเยาวชน 3 ช่อง รายการข่าว 7 ช่อง รายการวาไรตี้ SD  7 ช่อง วาไรตี้ HD 7 ช่อง
“การปรับสัดส่วนช่องใหม่เป็นไปตามผลการทดลองทดสอบ ผลจากการเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ และการประเมินความต้องการของตลาด  ซึ่งจะส่งให้ต่อการปรับเพิ่มและลดราคาตั้งต้นประมูลด้วย จึงได้มอบหมายให้คณะศึกษาและประเมินมูลค่าคลื่นของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปปรับแก้สัดส่วนมูลค่าใหม่ โดยจะพยายามให้เสร็จภายในต้นเดือนหน้า”
ส่วนเพดานจำนวนช่องรายการ บอร์ด กสท. ได้ลงมติให้ผู้ประกอบการแต่ละรายถือครองช่องรายการแต่ละประเภทได้ไม่เกิน 1 ช่อง แต่มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีช่องข่าวและช่องรายการวาไรตี้ HD ที่ผู้ประกอบการจะต้องเลือกแค่เพียงช่องใดช่องหนึ่ง ห้ามถือครองพร้อมกัน ดังนั้นผู้ประกอบการแต่ละรายจึงถือครองช่องรายการได้ไม่เกิน 3 ช่อง

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1362991655&grpid=&catid=06&subcatid=0600


__________________________



กสท. ปรับสัดส่วนทีวีดิจิตอลช่องธุรกิจใหม่ ดันช่องเอชดี-ข่าว เพิ่มเป็น 7 ช่อง


 
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) กสท.ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาผลการพิจารณาการทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล หรือทีวีตอล ของช่องฟรีทีวีเดิม ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา ประกอบกับการที่ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้ทำการส่งมอบโครงข่ายเพื่อให้บริการ(มัลติเพล็กเซอร์) ที่นำมาใช้เป็นความจุโครงข่ายสำหรับการออกอากาศทีวีดิจิตอล ทางบอร์ด กสท. จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ในการปรับเปลี่ยนสัดส่วนของกลุ่มช่องรายการในกลุ่มช่องบริการธุรกิจทั้ง 24 ช่องใหม่

อย่างไรก็ตามสัดส่วนที่มีการปรับใหม่ในครั้งนี้ ประกอบด้วย ช่องรายการประเภทเด็ก เยาวชน และครอบครัวมี 5 ช่อง เปลี่ยนเป็น 3 ช่อง ช่องรายการประเภทข่าวจากเดิมมี 5 ช่อง เปลี่ยนเป็น 7 ช่อง ช่องรายการประเภททั่วไปจากเดิม 10 ช่องเปลี่ยนเป็น 7 ช่อง และประเภทช่องรายการทั่วไปความคมชัดสูง(เอชดีจากเดิม 4 ช่องเปลี่ยนเป็น 7 ช่อง ทั้งนี้ในส่วนของช่องเด็กที่มีการลดสัดส่วนลง เนื่องจากบอร์ดมีความต้องการนำไปเพิ่มสัดส่วนประเภทช่องรายการในกลุ่มช่องประการสาธารณะแทน ซึ่งคณะขณะนี้ยังไม่ได้มีการพิจารณาสัดส่วนช่องรายการในกลุ่มช่องธุรกิจแต่อย่างใด

พ.อ.นที กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีมติเพิ่มในเรื่องของเพดานการถือครองช่องรายการของผู้เข้าประมูลทีวีดิจิตอลในกลุ่มช่องธุรกิจ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการ 1 ราย สามารถถือครองช่องรายการสูงสุดได้ไม่เกิน 3 ช่องรายการ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนด ได้แก่ ผู้ประกอบการในแต่ละรายต้องถือครองช่องรายการในแต่ละประเภทประกอบด้วย เด็ก ข่าว ทั่วไป และเอชดี ไม่เดินรายละ 1 ช่อง รวมทั้งผู้ที่ถือครองช่องรายการเอชดีจะไม่สามารถถือครองช่องข่าว และผู้ที่ถือครองช่องข่าวไม่สามารถถือครองช่องเอชดีได้ เนื่องจากช่องรายการข่าวและเอชดีมีผู้ประกอบการให้ความสนใจหลายราย ทาง กสท. จึงต้องการให้มีผู้ให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น

พ.อ.นที กล่าวว่า นอกจากนี้ในการประชุมยังมีการเสนอการพิจารณาในเรื่องราคาตั้งต้นการประมูลทีวีดิจิตอลในกลุ่มช่องธุรกิจทั้ง 24 ช่อง แต่จากการที่บอร์ดมีมติในการปรับสัดส่วนประเภทช่องรายการในกลุ่มช่องบริการธุรกิจใหม่ และมีมติในเรื่องเพดานการถือครองช่องรายการ บอร์ด กสท. จึงมีความเห็นให้ทางคณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ทำหน้าที่ศึกษาและประมูลค่าเมินคลื่นความถี่ นำผลการศึกษาที่ได้กลับไปปรับใหม่อีกครั้ง โดยกำหนดให้อย่างช้าที่สุดต้องนำเสนอผลการประเมินมาเสนอยังบอร์ด กสท. ไม่เกินช่วงต้นเดือนเมษายน เพื่อเป็นการรักษากรอบเวลาการจัดประมูลช่องบริการธุรกิจทั้ง 24 ช่องที่กำหนดไว้ในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายนนี้

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1362994351&grpid=03&catid=03

_________________________________________________



′ผู้บริโภค′จี้กสท.กำหนดเกณฑ์ ทีวีดิจิตอลใหม่ชี้ต้องดูแลให้ชัด


น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยในงานประชุมเชิงปฏิบัติการระดมความคิดเห็นผู้บริโภคกับทีวีดิจิตอล ในหัวข้อ "ทีวีสาธารณะและชุมชนที่อยากเห็น" ว่า จากกรณีที่การให้ใบอนุญาตทีวีดิจิตอลในกลุ่มช่องสาธารณะจำนวน 12 ช่อง ในเดือนพฤษภาคมนี้ หากใช้เกณฑ์พิจารณาตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ปี 2551 ถือเป็นเกณฑ์ที่กว้างมาก ดังนั้นจึงต้องระดมความเห็นภาคประชาชนนำเสนอต่อบอร์ด กสท.เพื่อให้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการพิจารณาใบอนุญาต

น.ส.บุญยืน ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค (สอบ.) กล่าวว่า กสทช.มีเกณฑ์พิจารณาที่ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อป้องกันองค์กรขนาดใหญ่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในช่องสาธารณะ หรือใช้เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐ และอยากให้ช่องสาธารณะเป็นของสาธารณะอย่างแท้จริง คือ ภาคประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และได้ประโยชน์

น.ส.เข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการแผนงานสื่อเพื่อสุขภาวะเด็กและเยาวชน (สสย.) กล่าวว่า ควรจัดแยกหมวดหมู่ตามประเภทต่างๆ มิเช่นนั้นแล้วอาจได้เห็นภาพ 12 ช่อง 12 กระทรวง หรือรายการประเภทเดียวกันอื่นๆ ทั้ง 12 ช่อง

น.ส.โสภิต หวังวิวัฒนา ตัวแทนจากสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า อยากให้ กสทช.มีการออกเกณฑ์การกำกับดูแลไปจนถึงบทลงโทษแก่ผู้ที่ถือครองใบอนุญาตทีวีดิจิตอลให้ชัดเจน ซึ่งหาก กสทช.ทำได้ไม่หมด อาจให้อยู่ในรูปแบบของการช่วยสอดส่องดูแลจากภาคประชาสังคม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีครั้งนี้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1362914883&grpid=03&catid=03

______________________________________



กสท.ปรับสัดส่วนโทรทัศน์ดิจิทัลช่องธุรกิจ


กสท.มีมติปรับ สัดส่วนช่องบริการธุรกิจ 24 ช่องใหม่ วางกรอบถือครองได้ไม่เกิน 3 ช่องต่อราย ส่งผลให้ราคาประมูลโทรทัศน์ดิจิทัลปรับแก้อีกครั้ง
วันนี้ (11 มี.ค. ) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการกระจายเสียง กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับสัดส่วนหมวดหมู่โทรทัศน์ดิจิทัลเพื่อให้บริการธุรกิจใหม่ 24 ช่อง แบ่งเป็นช่องความคมชัดสูง (เอชดี) 7 ช่อง , ช่องมาตรฐาน (เอสดี) แยกเป็น รายการเด็ก/ครอบครัว 3 ช่อง รายการข่าว/สาระ 7 ช่อง และรายการวาไรตี้ทั่วไป 7 ช่อง   จากสัดส่วนเดิมคือ คือช่องคมชัดสูง (เอชดี) 4 ช่อง , ช่องมาตรฐาน (เอสดี) แบ่งเป็น รายการเด็ก/ครอบครัว 5 ช่อง, รายการข่าว/สาระ 5 ช่อง และช่องวาไรตี้ 10 ช่อง  สำหรับสัดส่วนช่องเด็กที่หายไปนั้นจะนำเข้าไปรวมไว้ในช่องสาธารณะ

พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า สำหรับสาเหตุปรับสัดส่วนมาจากทางเทคนิคทดลองทดสอบการออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัลของช่อง 9 , ช่อง 5 , ช่อง 11 และช่องไทยพีบีเอส ที่สามารถส่งสัญญาณช่องเอชดีได้ ประกอบกับการรับฟังความคิดเห็นที่ทางคณะอนุกรรมการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์ระบบอะนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังมีความสนใจประมูลช่องเอชดี เนื่องจากมีคุณภาพสูงและประสิทธิภาพมากกว่า

ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการสามารถถือครองช่องรายการได้ไม่เกิน 3 ช่องรายการ โดยประมูลประเภทละ 1 ช่องจาก 4 ประเภทได้แก่ 1.ช่องวาไรตี้เอชดี  2.ช่องวาไรตี้เอสดี  3.  ช่องเด็ก  4. ช่องข่าวสาร โดยกำหนดเงื่อนไขระบุว่า เมื่อประมูลช่องข่าวแล้วห้ามประมูลช่องเอชดี และหากประมูลช่องเอชดีแล้วห้ามประมูลช่องข่าว  เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้แข่งขันธุรกิจ

อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังได้รับฟังรายงานผลการศึกษาราคาตั้งต้นการประมูลช่องธุรกิจที่ให้คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เบื้องต้นให้นำกลับไปทวบทวนใหม่ เนื่องจากได้ปรับสัดส่วนช่องและการถือครองช่องรายการดังกล่าว โดยกรอบการประมูลดิจิทัลยังคมเดิมคือช่วงเดือนส.ค.-ก.ย.56.

http://www.dailynews.co.th/technology/189869


_________________________________



กสทช.ปรับใหม่ช่องทีวีดิจิตอล สัดส่วน 3-7-7-7

เอกฉันท์! มติบอร์ด กสท. ปรับช่องทีวีดิจิตอลใหม่ ช่องเด็ก 3 ช่อง SD /ช่องข่าว 7 ช่อง SD /ช่องทั่วไป 7 ช่อง SD /ช่องทั่วไป 7 ช่อง HD เคาะเพดานสูงสุดไม่เกิน 3 ช่อง...

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ว่า ที่ประชุมบอร์ดมีมติเอกฉันท์ ปรับสัดส่วนช่องทีวีดิจิตอลใหม่ เป็นช่องเด็ก เยาวชนและครอบครัว 3 ช่องมาตรฐาน หรือสแตนดาร์ด (SD) ช่องข่าวสารและสาระ 7 ช่อง (SD) ช่องทั่วไป 7 ช่อง (SD) และช่องทั่วไป 7 ช่อง ในระบบความคมชัดสูง หรือไฮเดฟิเนชั่น (HD) จากเดิม ช่องเด็ก 5 ช่อง ช่องข่าว 5 ช่อง ช่องทั่วไป 10 ช่อง (SD) และทั่วไป 4 ช่อง (HD)

ทั้งนี้ สาเหตุที่เกิดการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ และทำให้มีการเพิ่มช่อง HD นั้น เนื่องจากผลการทดลองทดสอบระบบที่ทีวีดิจิตอลการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ ที่ผ่านมา และผู้ประกอบการมีความสนใจเรื่องช่องไฮเดฟสูง และมีจุดเด่นมากกว่า

ประธาน กสท. กล่าวต่อว่า ผู้ประกอบการสามารถถือครองได้ไม่เกิน 3 ช่องรายการ โดยมีเงื่อนไข คือ 1. ผู้ประกอบการถือครองได้ประเภทละ 1 ช่องรายการ ส่วนประเภทช่องธุรกิจนั้น ห้ามผู้ประกอบการประมูลช่องข่าว SD ร่วมกับช่องทั่วไป HD เนื่องจากต้องการความหลากหลายของเนื้อหา ทั้งนี้ ช่องทั่วไปเมื่อประมูลมาแล้วสามารถมาทำข่าวได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปราคาเริ่มต้นการประมูลได้ เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนช่องรายการใหม่ โดยแนวโน้มราคาอาจจะถูกลงในช่องเด็ก โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนไม่เกินเดือน เม.ย.นี้ และกรอบเวลาการประมูลยังอยู่ที่ช่วงเวลา ส.ค.-ก.ย.2556

 http://www.thairath.co.th/content/tech/331714

____________________________________________



ส่อเลื่อนประมูลทีวีดิจิตอลต้นปี57



"ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์" โต้มติบอร์ดกสท. 3:2 ปรับช่องทีวีดิจิตอล ส่อเลื่อนประมูลปี 57 เหตุปรับสัดส่วน ระบุต้องส่งศึกษาราคาประมูลใหม่...

นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านเศรษฐศาสตร์ และกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวถึงกรณี มติคณะกรรมการ(บอร์ด) กสท.ปรับช่องทีวีดิจิตอลใหม่ วันนี้ว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับจำนวนช่องรายการเด็กเยาวชนและครอบครัว 3 ช่องมาตรฐาน หรือ สแตนดาร์ด (SD) ช่องข่าวสารและสาระ 7 ช่อง (SD) ช่องทั่วไป7 ช่อง (SD) และช่องทั่วไป 7 ช่อง ในระบบความคมชัดสูง หรือไฮเดฟฟิเนชั่น (HD) เดิม ช่องเด็ก 5 ช่อง ช่องข่าว 5 ช่อง ช่องทั่วไป 10 ช่อง (SD) และทั่วไป 4 ช่อง (HD) แต่กังวลเรื่องการกระจุกตัวของช่องรายการ จึงขอเสนอว่า ห้ามช่องHD รวมกับช่องข่าว แต่HD รวมกับช่องทั่วไป (SD) ได้ เนื่องจากการปรับเปลี่ยนครั้งนี้อาจส่งผลให้ราคาการประมูลลดลง ดังนั้นจึงขอสงวนความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจน ซึ่งส่งผลให้มติบอร์ดกสท.วันนี้ไม่เป็นเอกฉันท์

กรรมการ กสทช.ด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะตามมาจากการปรับสัดส่วนช่องครั้งนี้ จะมีผลกระทบต่อการประมูลแน่นอน ทั้งเรื่องราคาที่ต้องให้คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กลับไปเริ่มคิดใหม่ทั้งหมด และอาจส่งผลให้การประมูลยืดเวลาออกไปจากเดิมที่วางกรอบไว้ช่วงไตรมาส 4/2556 เป็นช่วงปี 2557

"การปรับสัดส่วนครั้งนี้ ในฐานะเป็นผู้ประเมิน ถ้าจะทำให้ละเอียด ต้องให้ทีมของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กลับไปศึกษาราคารอบใหม่ ซึ่งอาจกระทบกับกรอบเวลาประมูลเดิมไตรมาส 4 นี้เป็นปี 2557" นายธวัชชัย กล่าว

กรรมการ กสท. กล่าวอีกว่า หากไม่มีการปรับสัดส่วนช่อง จะมีผู้ประกอบการเข้ามาประมูลทั้งหมด 19 ราย แต่การปรับสัดส่วนช่องรายการครั้งนี้จะส่งผลให้มีผู้ประกอบการเข้ามาเพียง 14 ราย ขณะที่ ราคาเริ่มต้นการประมูลลดลงทั้งระบบ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ หากสัดส่วนช่องรายการยังคงเดิม ราคาเริ่มต้นการประมูลแต่ละช่องโดยแบ่งเป็น ช่องเด็ก อยู่ที่ 100 ล้านบาท ช่องข่าว 250 ล้านบาท ช่องทั่วไป (SD) ไม่เกิน 500 ล้านบาท และช่องทั่วไป 4 ช่อง (HD) 2,000 ล้านบาทขึ้นไป

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และกรรม กสท. กล่าวว่า ส่วนตัวยังงงอยู่กับมติการปรับช่องทีวีดิจิตอลที่ออกมา ซึ่งเห็นด้วยเพิ่มช่องHD แต่ไม่เห็นด้วยเรื่องการปรับเพดานการถือครองช่องรายการ 3 ช่อง เพราะยังมองไม่ออกว่าหากเพิ่มขึ้นแล้ว อุตสาหกรรมจะเป็นอย่างไร และไม่เห็นด้วยกับการลดช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัวลง ดังนั้น จึงขอสงวนความคิดเห็นมติดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อให้เกิดการพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง

http://www.thairath.co.th/content/tech/331751


______________________________


กสท. ปรับสัดส่วนช่องทีวีดิจิตอลใหม่ พร้อมตีกลับราคาตั้งต้นประมูล



       บอร์ดกสท.มีมติแบ่งสัดส่วนช่องทีวีดิจิตอล24ช่องธุรกิจใหม่ เพิ่มช่องHDกับช่องข่าวเป็นประเภทละ7ช่อง ส่วนช่องเด็กกับช่องทั่วไปปรับเป็น 3 กับ7ช่อง พร้อมกำหนดการถือครองไม่เกิน3ช่องต่อ1ผู้ประกอบการ ส่วนราคาตั้งต้นประมูลตีกลับให้จุฬาฯไปทำใหม่ก่อนเสนอต้นเม.ย.นี้
     
       พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์(กสท.) กล่าวว่ามติบอร์ดกสท.เมื่อวันที่ 11 มี.ค.เห็นชอบให้ปรับสัดส่วนช่องรายการทีวีดิจิตอลประเภทธุรกิจจากจำนวน 24 ช่องใหม่ แบ่งเป็น ช่องรายการประเภทเด็ก เยาวชน และครอบครัวเดิมมี 5 ช่อง ปรับเป็นเหลือ 3 ช่อง ช่องรายการประเภทข่าวจากเดิมมี 5 ช่อง ปรับเป็น 7 ช่อง และช่องรายการประเภททั่วไปจากเดิม 10 ช่องปรับเป็น 7 ช่อง รวมถึงประเภทช่องHD(ความละเอียดสูง)รายการทั่วไปจากเดิม 4 ช่องเปลี่ยนเป็น 7 ช่อง
     
       โดยสาเหตุที่ต้องปรับสัดส่วนช่องรายการใหม่ เนื่องจากภายหลังการทดลอง และทดสอบการออกอากาศทีวีดิจิตอลกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสที่ผ่านมา และการที่ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้ทำการส่งมอบโครงข่ายเพื่อให้บริการ (มัลติเพล็กเซอร์) ที่นำมาใช้เป็นความจุโครงข่ายสำหรับการออกอากาศทีวีดิจิตอล รวมไปถึงผลการเปิดเวทีรับฟังความคิดสาธารณะ(ประชาพิจารณ์) มีเอกชนที่สนใจเข้าร่วมการประมูล ได้เสนอความเห็นให้เพิ่มจำนวนช่องรายการHD ให้มากขึ้น เนื่องจากคุณภาพการรับชมรายการต่างๆ มีความคมชัดมาก
     
       'หลังจากรับฟังความคิดเห็นของประชาชนพบว่าเอกชนต้องการเข้ามาในธุรกิจ HD จำนวนมากและบอร์ดยังมองว่าช่องHD เป็นตัวดึงดูดให้คนมาดูทีวีดิจิตอลด้วยมากขึ้น'
     
       นอกจากนี้บอร์ดยังมีมติเพิ่มเพดานการถือครองช่องรายการของผู้เข้าประมูลทีวีดิจิตอลในกลุ่มช่องธุรกิจ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการ 1 ราย สามารถถือครองช่องรายการสูงสุดได้ไม่เกิน 3 ช่องรายการ แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนด เงื่อนไขที่ว่า ผู้ประกอบการในแต่ละรายต้องถือครองช่องรายการในแต่ละประเภทประกอบด้วยช่อง เด็ก ,ข่าว ,ทั่วไป และHD ไม่เกินรายละ 1 ช่องรายการ
     
       รวมไปถึงผู้ที่ถือครองช่องรายการ HD จะไม่สามารถถือครองช่องข่าว และผู้ที่ถือครองช่องข่าวก็ไม่สามารถถือครองช่องHDได้ เนื่องจากช่องรายการข่าว และHDมีผู้ประกอบการให้ความสนใจหลายราย ทาง กสท. จึงต้องการให้มีผู้ให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น
     
       ขณะเดียวกันที่ประชุมยังมีความเห็นให้คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ทำหน้าที่ศึกษา และประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ นำผลการศึกษาที่ได้กลับไปปรับปรุงใหม่และให้กลับมาเสนอบอร์ดอีกครั้งไม่เกินช่วงต้นเดือน เม.ย. เพื่อเป็นการรักษากรอบเวลาการจัดประมูลช่องบริการธุรกิจทั้ง 24 ช่องที่เดิมกำหนดไว้ในช่วงเดือน ส.ค.- ก.ย.นี้
     
       ด้าน นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) และกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า จากกรณีที่บอร์ด กสท. มีมติอย่างไม่เป็นเอกฉันท์ 3 ต่อ 2 ในการปรับสัดส่วนช่องรายการในกลุ่มช่องบริการธุรกิจใหม่ และเพดานการถือครองช่องรายการ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลอย่างมากต่อการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ที่นำมาใช้ในการกำหนดราคาตั้งต้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้งการปรับราคาประมูลที่สูงขึ้นหรือลดลงจากผลการศึกษาในครั้งแรก เนื่องจากตามหลักเศรษฐศาสตร์ การเพิ่มจำนวนช่อง HD กับข่าว ที่มีผู้สนใจมากขึ้น จะทำให้มูลค่าคลื่นลดลง แต่การกำหนดเพดานการถือครองช่องรายการไว้ที่ 3 ช่อง จะทำให้ผู้เข้าแข่งขันเกิดการกระจุกตัว จึงส่งผลให้มีราคามูลค่าคลื่นกลับเพิ่มขึ้น
     
       'จากมติการปรับสัดส่วนช่องทีวีดิจิตอลครั้งนี้ส่งผลให้การคิดราคาประมูลต้องทำใหม่ทั้งหมด หรือเรียกได้ว่าเริ่มนับหนึ่งใหม่ และไม่สามารถทำเสร็จโดยเร็วอย่างแน่นอนเนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ต่างมีผลสำคัญต่อการประเมินสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมทั้งสิ้น ฉะนั้นจึงเชื่อว่าการประมูลทีวีดิจิตอลอาจต้องเลื่อนไปเป็นไตรมาส 4 ของปีนี้ หรือช้าสุดเกิดได้ปี 57 แน่ หากยังทำงานกันเช่นนี้อยู่ เจออะไรมากดดันก็เปลี่ยนสุดท้ายคนทำงานเขาก็คงทำไม่ได้'
     
       ส่วนผลการกำหนดราคาตั้งต้นการประมูลทีวีดิจิตอลในกลุ่มช่องบริการทั้ง 24 ช่องในครั้งนี้ ที่ได้มีการเสนอต่อบอร์ดกสท.ประกอบด้วยช่องประเภท เด็ก 100 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ ช่องประเภทข่าว 250 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ ช่องรายการประเภททั่วไป 500 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ และช่อง HD 2,000 ล้านบาทต่อ 1 ช่องรายการ
     

http://www.manager.co.th/CBiZReview/ViewNews.aspx?NewsID=9560000030060



ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.