Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

11 มีนาคม 2556 TRUEONLINE โม้ เน็ตที่สุดในโลก!! ความเร็ว 400 Gbps รองรับการใช้งานแบนด์วิธอินเทอร์เน็ตได้อีก 2-3 ปี


ประเด็นหลัก

ทรู อินเทอร์เน็ต ทุ่มขยายคอร์เน็ตเวิร์กเพิ่มเกือบ 4 เท่าตัวเป็นความเร็ว 400 Gbps ด้วยเทคโนโลยีใหม่จากซิสโก้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงมากกว่า 20% คาดรองรับการใช้งานแบนด์วิธอินเทอร์เน็ตได้อีก 2-3 ปี พร้อมเพิ่มสเถียรภาพในการให้บริการเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าสิ้นปีขึ้นเป็นอันดับ 1 ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในตลาดองค์กร


 "จากเดิมระบบสวิตซ์คอร์เน็ตเวิร์กของทรูอินเทอร์เน็ต จะรองรับการส่งผ่านข้อมูลที่ 120 Gbps แต่จากการเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่เป็น Cicco Nexus 7000 ทำให้สามารถรองรับการส่งผ่านข้อมูลเพิ่มเป็น 400 Gbps ซึ่งถือว่าปัจจุบันมีความเร็วสูงที่สุดในโลก"
     
       โดยการลงุทนขยายคอร์เน็ตเวิร์กครั้งนี้ ได้ทำการเปลี่ยนชิปในสวิตซ์จากเดิมที่ใช้เป็น 10 Gbps จำนวน 12 ตัว เป็นชิปรุ่นใหม่ที่รองรับความเร็วในการส่งต่อข้อมูลสูงสุดถึง 100 Gbps 4 ตัว ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายทั้งในแง่การบำรุงรักษา สายไฟเบอร์ และอื่นๆ ได้มากกว่า 20%






__________________________



'ทรู อินเทอร์เน็ต' ทุ่มขายคอร์เน็ตเวิร์กเร็วสุดในโลก


ทรู อินเทอร์เน็ต ทุ่มขยายคอร์เน็ตเวิร์กเพิ่มเกือบ 4 เท่าตัวเป็นความเร็ว 400 Gbps ด้วยเทคโนโลยีใหม่จากซิสโก้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงมากกว่า 20% คาดรองรับการใช้งานแบนด์วิธอินเทอร์เน็ตได้อีก 2-3 ปี พร้อมเพิ่มสเถียรภาพในการให้บริการเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าสิ้นปีขึ้นเป็นอันดับ 1 ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในตลาดองค์กร
     
       นายวสุ คุณวาสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด กล่าวว่า ด้วยพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคที่มีการใช้งานดาต้าสูงขึ้นแบบเท่าตัวในทุกๆปี ส่งผลให้ทางทรูอินเทอร์เน็ต ต้องมีการลงทุนในการขยายโครงข่าย รวมถึงการดูแลรักษาระบบ ด้วยเงินลงทุนระดับหลักร้อยล้านบาทในทุกๆปีอย่างต่อเนื่อง
     
       เพียงแต่ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดของซิสโก้ ที่เพิ่มประสิทธิภาพของคอร์เน็ตเวิร์กให้รองรับแบนด์วิธได้สูงขึ้นจากเดิมเกือบ 4 เท่าตัว ทำให้เชื่อว่าการขยายเพิ่มคอร์เน็ตเวิร์กในครั้งนี้จะสามารถรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อีก 2-3 ปีข้างหน้า
     
       "จากเดิมระบบสวิตซ์คอร์เน็ตเวิร์กของทรูอินเทอร์เน็ต จะรองรับการส่งผ่านข้อมูลที่ 120 Gbps แต่จากการเปลี่ยนเทคโนโลยีใหม่เป็น Cicco Nexus 7000 ทำให้สามารถรองรับการส่งผ่านข้อมูลเพิ่มเป็น 400 Gbps ซึ่งถือว่าปัจจุบันมีความเร็วสูงที่สุดในโลก"
     
       โดยการลงุทนขยายคอร์เน็ตเวิร์กครั้งนี้ ได้ทำการเปลี่ยนชิปในสวิตซ์จากเดิมที่ใช้เป็น 10 Gbps จำนวน 12 ตัว เป็นชิปรุ่นใหม่ที่รองรับความเร็วในการส่งต่อข้อมูลสูงสุดถึง 100 Gbps 4 ตัว ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายทั้งในแง่การบำรุงรักษา สายไฟเบอร์ และอื่นๆ ได้มากกว่า 20%
     
       นายธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวเสริมว่า การเพิ่มขนาดคอร์เน็ตเวิร์ก จะช่วยให้ลูกค้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้มีประสิทธิภาพ และรวดเร็วขึ้น ไม่เกิดอาการคอขวดเหมือนในช่วงที่ผ่านมา และจากการที่ใช้งานได้สเถียรขึ้นก็จะทำให้ลูกค้าใช้งานนานขึ้น และทำให้แบนด์วิธเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
     
       "จากผลการสำรวจพบว่าปัจจุบันผู้บริโภคจะใช้งานอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตราว 3.5 เครื่อง และมีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็น 8 เครื่องภายใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งหมายถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่หลากหลายทางขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจำเป็นต้องมีการลงทุนเพื่อขยายโครงข่ายให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งทรู อินเทอร์เน็ต ถือเป็นรายแรกที่มีการลงทุนในปีนี้ ส่วนในอนาคตก็เชื่อว่าผู้ให้บริการรายอื่นๆก็จะทยอยลงทุนเพิ่มเช่นเดียวกัน"
     
       นายธัชพล ให้ข้อมูลอีกว่า เหตุผลที่ทำให้การลงทุนในครั้งนี้ของทรู อินเทอร์เน็ต มีความเร็วสูงที่สุดในโลกถึง 400 Gbps เนื่องมาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ 1.เนื่องจากประเทศไทยมีการใช้ภาษาที่แตกต่างจากสากล ส่งผลให้ต้องมีการเก็บฐานข้อมูลซึ่งมีขนาดใหญ่ไว้ในประเทศ 2. ปริมาณการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กของประชาชนชาวไทยที่มีการใช้งานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ 3. เพื่อรองรับรูปแบบการให้บริการคอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่มทรูต่อไปในอนาคต
     
       "ในปีนี้มาตรฐานความเร็วสูงสุดของชิป 1 ตัวอยู่ที่ 100 Gbps แต่ในอนาคตอันใกล้ซิสโก้ก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่รองรับความเร็วสูงสุด 400 Gbps ต่อ 1 ตัวออกมาอีก ดังนั้นถ้าทางทรูต้องการเพิ่มแบนด์วิธ ก็สามารถนำชิปตัวดังกล่าวมาใส่เพิ่มในสวิตซ์ Cisco Nexus 7000 ให้รองรับแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้นได้เช่นเดียวกัน"
     
       นายวสุ กล่าวต่อว่า ในแง่ของการให้บริการโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อมีปริมาณการใช้งานสูงเกิน 60% ของความจุเครือข่าย ก็ต้องวางแผนที่จะทำการขยายโครงข่ายแล้ว เพราะต้องใช้เวลาในการติดตั้งระบบราว 6 เดือน ซึ่งปีที่ผ่านมาทรู อินเทอร์เน็ต พบว่าปริมาณการใช้งานสูงที่สุดอยู่ที่ระดับ 100 Gbps หรือกว่า 80% ของระบบ จึงทำให้ต้องมีการหาเทคโนโลยีใหม่มาแทนที่ระบบเดิม เพื่อให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     
       ปัจจุบัน ทรู อินเทอร์เน็ต มีลูกค้าในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ราว 3,000 ราย โดยมีความเร็วเฉลี่ยในการใช้งานอยู่ที่ 10 - 100 Mbps ยกเว้นในกลุ่มสถาบันการศึกษาที่ใช้แบนด์วิธสูงถึง 1 Gbps ส่วนองค์กรธุรกิจขนาดกลางและย่อย จะมีลูกค้าอยู่หลักแสนราย โดยใช้ความเร็วเฉลี่ยในการให้บริการอยู่ที่ 2 Mbps
     
       "ปีนี้กลุ่มทรู อินเทอร์เน็ตตั้งเป้ารายได้ในกลุ่มลูกค้าองค์กรอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรการเติบโตราว 42% ซึ่งถ้าทำได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ก็จะส่งผลให้ทรู อินเทอร์เน็ตขึ้นเป็นอันดับ 1 ในการให้บริการอินเทอร์เน็ตในตลาดองค์กร"

http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000029962

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.