Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

17 มีนาคม 2557 ห้างPantip.ยงยุทธ ระบุ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน อาจไม่กระทบโดยตรงกับตลาดไอที ภาพรวมตลาดซื้อขายสินค้าไอทีนั้น ยังเติบโตเป็นบางกลุ่ม โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต ซึ่งขณะนี้ยอดขายเริ่มกระเตื้องขึ้น


ประเด็นหลัก


"พันธุ์ทิพย์" รุกปรับโฉมห้างใหม่ฟื้นกำลังซื้อ

นายยงยุทธ ไชยชนะ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าไอที ทิพย์พัฒนา อาเขต จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า กล่าวว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน อาจไม่กระทบโดยตรงกับตลาดไอที และโดยส่วนตัวเชื่อว่า หากโครงการดี รัฐบาลใหม่ก็ต้องเข้ามาสานต่อ แต่คงต้องมีการหารือกันอย่างรอบคอบ มีการหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ ซึ่งยอมรับว่า โครงการเมกะโปรเจคมีความสำคัญต่อประเทศ เพราะจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาในด้านต่างๆ

ขณะที่ภาพรวมตลาดซื้อขายสินค้าไอทีนั้น ยังเติบโตเป็นบางกลุ่ม โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต ซึ่งขณะนี้ยอดขายเริ่มกระเตื้องขึ้น เพราะช่วงไตรมาส 1 โดยปกติจะเป็นช่วงเวลาจับจ่ายใช้สอย และขณะนี้การชุมนุมทางการในพื้นที่ใกล้เคียงห้างพันธุทิพย์ ประตูน้ำก็คลี่คลาย หลายผู้ค้าในห้างขณะนี้เริ่มทำกลยุทธ์ใหม่กระตุ้นกำลังซื้อ และในวันที่ 29 มี.ค-6 เม.ย.ทางห้างพันธุ์ทิพย์จะจัดงาน "พันธุ์ทิพย์ ฮอตเซลล์" ขึ้น เพื่อฟื้นการจับจ่ายของลูกค้า และทางห้างก็อยู่ระหว่างปรับโฉมใหม่ เพื่อสร้างบรรยากาศการซื้อขายใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น

"ห้างไอทีเองก็ต้องปรับตัว รับการเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภค การพัฒนาของสินค้าไอที ต่อไปเราจะจัดกิจกรรมควบคู่ไปกับการขาย สินค้าอาจมีความเป็นวาไรตี้มากขึ้น แต่โดยหลักๆ ก็ยังเป็นไอทีอยู่ ซึ่งการปรับครั้งนี้ จะเป็นครั้งใหญ่ของพันธุทิพย์ แผนการปรับปรุงคาดว่าจะชัดเจน และเปิดเผยได้เร็วๆ นี้" นายยงยุทธ กล่าว

______________________________________



เมกะโปรเจครัฐล่ม ฉุดอุตสาหกรรมไอทีซึมยาว

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


เสียงสะท้อนกูรูอุตสาหกรรมไอทีหวั่นแนวโน้มตลาดซึมยาว เหตุสุญญากาศรัฐบาล



ตัวเลขคาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอซีทีประเทศไทยจากบริษัทวิจัยไอดีซีประจำปีนี้คาดว่าจะเติบโตถดถอยลงเหลือ 7% หรือ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับปีที่ผ่านมาที่เติบโต 9% มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่สถานการณ์ยอดขายสินค้าหลักของตลาดไอทีอย่างคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือพีซี ปีนี้คาดว่าจะยังติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่สาม หรือ -8% ซึ่งตัวเลขเหล่านี้พอจะเป็นดัชนีชี้ให้เห็นทิศทางของอุตสาหกรรมไอทีไทยปีนี้ได้พอสมควร

ตัวเลขดังกล่าวแม้จะยังไม่รวมแฟคเตอร์สำคัญอย่างโครงการ 2 ล้านล้านของรัฐบาลรักษาการณ์ในขณะนี้ถูกศาลธรรมนูญตีตกไป แต่ก็ไม่อาจเลี่ยงได้ว่าภาวะสุญญากาศของรัฐบาลยังคงเป็นต้นตอหลัก ส่งผลให้อุตสาหกรรมไอทีปีนี้ไม่ค่อยดี เพราะขาดแรงกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม ทั้งความต่อเนื่องของนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมต่างยอมรับว่ากระทบต่อบรรยากาศของตลาดไอทีไทยที่มีแนวโน้มจะซึมยาว

แค่ชะลอแต่ไม่ทำไทยล้าหลัง

นายจาริตร์ สิทธุ นักวิเคราะห์อาวุโสสายงานศึกษาตลาดไคลต์แอนดีไวซ์ ประจำบริษัท ไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมไอซีทีได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการตีตก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งโดยปกติแล้วโครงการรัฐขนาดใหญ่ก็จะต้องใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วยบริหารจัดการอยู่แล้ว ดังนั้นเป็นการเสียโอกาสส่วนหนึ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมไอซีทีภายในประเทศเติบโต

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลยังไม่มีแผนงาน หรือกรอบเวลาการใช้เงินใน พ.ร.บ.ดังกล่าวอย่างชัดเจนทำให้ไอดีซียังไม่สามารถประเมินความสูญเสีย หรือผลกระทบออกมาเป็นตัวเลขได้

นอกจากนี้ไอดีซีก็ยังมองว่า โครงการดังกล่าวมีโอกาสเกิดน้อยอยู่แล้วจึงยังไม่ได้นำมาเป็นปัจจัยสำหรับการคาดการณ์การเติบโตหรือมีผลต่อยอดการใช้จ่ายด้านไอซีทีของประเทศในปีนี้ ซึ่งการตีตก พ.ร.บ.ดังกล่าวก็อาจจะไม่ทำให้ประเทศล้าหลังมากอย่างที่กังวลกัน เพราะรัฐบาลก็ยังสามารถกลับไปใช้ พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดินเดิมเพื่อดำเนินการให้ได้ตามแผน เพียงแต่รัฐจะต้องมีวินัยการคลังมากขึ้น เพราะมีข้อกำหนดของการใช้งบลงทุนจำนวนมากและไม่สูงถึง 2 ล้านล้านบาท

หวังรัฐบาลชัดเจนไตรมาส 2

แต่ทั้งนี้ไอดีซีก็ยังเห็นสัญญาณดีจากการเลือกตั้ง ส.ว.ที่น่าจะเป็นไปอย่างราบรื่นทำให้แนวโน้มที่จะมีรัฐบาลในเร็ววันนี้เป็นไปได้มากขึ้น

นายจาริตร์ ยังระบุว่า ตั้งแต่รัฐบาลยุบสภาส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคถดถอยลงอย่างชัดเจน ขณะที่การใช้จ่ายเงินที่มาจากการกระตุ้นของภาครัฐก็มีน้อยลง และการลงทุนโดยรวมที่ชะลอออกไป ซึ่งส่วนหนึ่งยังมาจากขาดความต่อเนื่องจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอเพราะไม่มีรัฐบาล

"เรายังมองไอซีทีปีนี้ว่าตลาดน่าจะเป็นโพสิทีฟถ้ามีรัฐบาลภายในไตรมาส 2 หรือมีความชัดเจนทางการเมืองในครึ่งปีแรก ซึ่งแน่นอนว่าการชะลอการลงทุนเกิดขึ้นอยู่แล้ว อาการช็อกระยะสั้นๆมีแน่นอน แต่ในระยะยาวการใช้จ่ายจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะโครงสร้างพื้นฐานของไทยยังน่าลงทุนอยู่ เพียงแต่ต้องมีรัฐบาลมาช่วยส่งเสริมด้วย" นักวิเคราะห์จากไอดีซีกล่าว

โอดขาดแรงกระตุ้น

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นการใช้จ่ายอุตสาหกรรมไอทีโดยทางอ้อมซึ่งกรณี พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านที่สะดุดไปก็ถือเป็นผลกระทบทางอ้อมสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมไอที แต่ไม่กระทบโดยตรงเพราะการติดตั้งระบบต่างๆ ไม่ได้ทำสำเร็จภายในปีเดียว ทั้งยังเป็นการกระจายการลงทุนซึ่งที่กระทบโดยตรงจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและการก่อสร้างมากกว่า

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการขนาดใหญ่ย่อมมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมอยู่แล้ว ประกอบกับช่วงนี้ไม่มีรัฐบาลยิ่งทำให้บรรยากาศการใช้จ่ายเงินโดยรวมในตลาด โดยเฉพาะการใช้งบประมาณภาครัฐที่ทำได้ยังไม่เต็มที่ รวมทั้งค้าปลีกไอทีเงียบลงตามไปด้วย ซึ่งซินเน็คคาดว่าทิศทางการเมืองจะกลับสู่สภาวะปกติได้ราวไตรมาส 3 ปีนี้ หรือช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.

"แม้จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะวินโดว์ส 8 หรืออุปกรณ์ใหม่ๆ เช่น แฟบเล็ต สมาร์ทโฟน แต่ก็ยังไม่หวือหวามากพอ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะช่วงนี้บรรยากาศการเมืองในประเทศไม่เอื้อ และไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ยิ่งทำให้ค้าปลีกช่วงนี้เงียบ ซึ่งเราในฐานะผู้ค้าก็ต้องพยายามปรับตัวหาช่องทางอื่น หรือที่ทำได้ เช่น ไปดูตลาดในต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ยังต้องแข่งขันตามปกติของธุรกิจค้าปลีกไอที ซึ่งเราก็คงต้องตั้งความหวังกับช่วงครึ่งปีหลังมากกว่า" นายสุพันธุ์กล่าว

"พันธุ์ทิพย์" รุกปรับโฉมห้างใหม่ฟื้นกำลังซื้อ

นายยงยุทธ ไชยชนะ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าไอที ทิพย์พัฒนา อาเขต จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์พลาซ่า กล่าวว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน อาจไม่กระทบโดยตรงกับตลาดไอที และโดยส่วนตัวเชื่อว่า หากโครงการดี รัฐบาลใหม่ก็ต้องเข้ามาสานต่อ แต่คงต้องมีการหารือกันอย่างรอบคอบ มีการหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ ซึ่งยอมรับว่า โครงการเมกะโปรเจคมีความสำคัญต่อประเทศ เพราะจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนาในด้านต่างๆ

ขณะที่ภาพรวมตลาดซื้อขายสินค้าไอทีนั้น ยังเติบโตเป็นบางกลุ่ม โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน และแทบเล็ต ซึ่งขณะนี้ยอดขายเริ่มกระเตื้องขึ้น เพราะช่วงไตรมาส 1 โดยปกติจะเป็นช่วงเวลาจับจ่ายใช้สอย และขณะนี้การชุมนุมทางการในพื้นที่ใกล้เคียงห้างพันธุทิพย์ ประตูน้ำก็คลี่คลาย หลายผู้ค้าในห้างขณะนี้เริ่มทำกลยุทธ์ใหม่กระตุ้นกำลังซื้อ และในวันที่ 29 มี.ค-6 เม.ย.ทางห้างพันธุ์ทิพย์จะจัดงาน "พันธุ์ทิพย์ ฮอตเซลล์" ขึ้น เพื่อฟื้นการจับจ่ายของลูกค้า และทางห้างก็อยู่ระหว่างปรับโฉมใหม่ เพื่อสร้างบรรยากาศการซื้อขายใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น

"ห้างไอทีเองก็ต้องปรับตัว รับการเปลี่ยนแปลงความต้องการของผู้บริโภค การพัฒนาของสินค้าไอที ต่อไปเราจะจัดกิจกรรมควบคู่ไปกับการขาย สินค้าอาจมีความเป็นวาไรตี้มากขึ้น แต่โดยหลักๆ ก็ยังเป็นไอทีอยู่ ซึ่งการปรับครั้งนี้ จะเป็นครั้งใหญ่ของพันธุทิพย์ แผนการปรับปรุงคาดว่าจะชัดเจน และเปิดเผยได้เร็วๆ นี้" นายยงยุทธ กล่าว
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/it/20140317/569194/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1-%E0%B8%89%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7.html

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.