Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

20 เมษายน 2557 AIS ระบุ คาดว่าในปี 2557 จะมีรายได้จากการให้บริการเติบโตขึ้น 6-8% ยอดลูกค้าในระบบ 3G 2.1 GHz มีจำนวน 75% ของลูกค้าทั้งหมด ส่วนการลงทุนด้านโครงข่ายนั้นจะใช้เงินราว 4 หมื่นล้านบาท ( เหลือ 3 หมื่นล้านบาท )


ประเด็นหลัก


   ในส่วนของเอไอเอสนั้น คาดว่าในปี 2557 จะมีรายได้จากการให้บริการเติบโตขึ้น 6-8% ยอดลูกค้าในระบบ 3G 2.1 GHz มีจำนวน 75% ของลูกค้าทั้งหมด โดย 50% ของลูกค้าระบบ 3G 2.1 GHz ใช้ 3G ดีไวซ์ ส่วนการลงทุนด้านโครงข่ายนั้นจะใช้เงินราว 4 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าจะมีจำนวนสถานีฐาน 3G 2.1 GHz ทั้งหมด 2 หมื่นสถานีฐานซึ่งครอบคลุม 95% ของจำนวนประชากรในประเทศไทย กล่าวคือมีโครงข่ายที่ครอบคลุมเทียบเท่า 2G ปัจจุบัน
   
       ส่วนผลประกอบการในปีที่ผ่านมานั้น จำนวนลูกค้าของเอไอเอสมีทั้งหมด 41 ล้านรายแบ่งเป็นลูกค้า 3G 2.1GHz จำนวน 16.4 ล้านรายและลูกค้า 2G จำนวน 24.5 ล้านราย ตัวเลขรายได้อยู่ที่ 112,528 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.9% จากปีก่อนหน้า โดยสัดส่วนรายได้นอนวอยซ์อยู่ที่ 29% ของรายได้ทั้งหมด เติบโตขึ้น 24% จากปีก่อนหน้า จำนวนผู้ใช้ดาต้าอยู่ที่ 14 ล้านราย โดยจำนวนการใช้งาน Mobile data usage เติบโตถึง 85% (นับจากปริมาณการใช้งานเป็น MB) และมีจำนวนการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ คิดเป็น 27% ของฐานลูกค้าทั้งหมดเพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อนหน้า
   
       'รายได้ดาต้าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต จากปัจจุบันที่รายได้หลักยังมาจากวอยซ์ ประมาณ 70% ในขณะที่ต่างประเทศรายได้นอนวอยซ์เติบโตไปถึง 60% ซึ่งเราเชื่อว่าอนาคตเอไอเอสก็จะเติบโตไปอย่างนั้น'

______________________________________


สิงค์เทลจับมือซัมซุง เสริมเขี้ยวโมบายดาต้า (Cyber Weekend)


มาร์ค ชอง ชิน ก็อก ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มคอนซูเมอร์ระหว่างประเทศ สิงค์เทล,พอล โอ ซัลลิแวน ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มคอนซูเมอร์ สิงค์เทล, Moon Soo Kim President and CEO Samsung Asia และ ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส (จากซ้ายไปขวา )

       เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มสิงค์เทลประกาศการเป็นพันธมิตรในระดับภูมิภาคกับซัมซุง เปิดแนวรบใหม่ด้านโมบายดาต้า รองรับเครือข่ายทั้ง 3G และ 4G เพื่อสร้างความได้เปรียบให้ 6 โอเปอเรเตอร์ในสังกัดที่มีฐานลูกค้ารวมในมือกว่า 500 ล้านคน ประกอบไปด้วย สิงค์เทล ประเทศสิงคโปร์ , ออพตัส ประเทศออสเตรเลีย , เอไอเอส ประเทศไทย , แอร์เทล ประเทศอินเดียและแอฟริกา , โกลบ เทเลคอม ประเทศฟิลิปปินส์ และเทลคอมเซล ประเทศอินโดนีเซีย ที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความแตกต่างในการให้บริการของประเทศสมาชิก และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
     
       พอล โอ ซัลลิแวน ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มคอนซูเมอร์ สิงค์เทล เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับการใช้งานโมบายดาต้า โดยพัฒนาในรูปแบบบริการและแอปพลิเคชันสำหรับลูกค้าในเครือข่ายทั้ง 6 ประเทศของกลุ่มสิงค์เทล ซึ่งในปีแรกจะเห็นการบันเดิลแอปพลิเคชันเฉพาะบนซัมซุงเอส 5 รวมทั้งจะเกิดบริการเรียกเก็บเงินค่าซัมซุงแอปผ่านบิลโทรศัพท์มือถือ และจะเห็นความร่วมมือด้านค้าปลีกให้ลูกค้าสามารถซื้อซัมซุงพร้อมแพกเกจได้สะดวกมากขึ้น ที่สำคัญจะเห็นความร่วมมือในการพัฒนาโมบายแอปจากกลุ่มสตาร์ทอัปในแต่ละประเทศ

สิงค์เทลจับมือซัมซุง เสริมเขี้ยวโมบายดาต้า (Cyber Weekend)

       ด้านมาร์ค ชอง ชิน ก็อก ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มคอนซูเมอร์ระหว่างประเทศ สิงค์เทล ย้ำว่าในปีนี้กลุ่มสิงค์เทลวางงบลงทุนเครือข่ายทั้ง 2G 3G และ 4G รวม 6 โอเปอเรเตอร์มากถึง 7 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยมุ่งให้ความสำคัญกับตลาดที่ทำรายได้มากไล่ตั้งแต่อินโดนีเซีย อินเดียและประเทศไทย ตามลำดับ
     
       'ในไทยตามแผนที่วางไว้จะใช้เงินลงทุน 9 หมื่นล้านในการขยายโครงข่าย 3G ในเวลา 2 ปี จนถึงตอนนี้ใช้ไปแล้วประมาณ 50% โดยตั้งเป้าจะมีสถานีฐาน 3G 2.1 GHz ทั้งหมด 2 หมื่นสถานีฐาน'
     
       ปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของกลุ่มสิงค์เทล ที่นำเอาศักยภาพและจุดแข็งจากประสบการณ์ ความชำนาญในการให้บริการด้านต่างๆของประเทศสมาชิกมาผนึกกำลังกัน เพื่อส่งมอบข้อเสนอสุดพิเศษแบบที่ไม่มีใครเทียบได้ให้แก่ลูกค้าของทั้ง 6 โอเปอร์เรเตอร์จาก 6 ประเทศสมาชิก ซึ่งแต่ละตลาดของบริษัทในกลุ่มสมาชิก ต่างมีอัตราการใช้โทรศัพท์มือถือที่ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเติบโตเป็นอย่างมาก โดยปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบสำคัญก็คือ ความต้องการใช้งานเครื่องสมาร์ทโฟน และ แอปพลิเคชันจาก การใช้งานโมบายดาต้า ดังนั้นกลุ่มสิงค์เทลจึงสนับสนุนทุกโอเปอร์เรเตอร์ในกลุ่มประเทศสมาชิกอย่าง เต็มที่ทุกทาง เพื่อทำให้การใช้งานดาต้าเติบโตมากยิ่งขึ้น

สิงค์เทลจับมือซัมซุง เสริมเขี้ยวโมบายดาต้า (Cyber Weekend)

       สำหรับในไทยจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมีประมาณ 15% ของจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนซึ่งถือว่ามาก และในปีนี้จะมีบริการ 3Gใช้งานครอบคลุมเต็มที่ซึ่งเป็นโอกาสที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานใหม่ๆ โดยเฉพาะบริการที่ผ่านทางโมบาย ดาต้า การจับมือในระดับโกลบอล จะทำให้ได้สเกลในการพัฒนา และสร้างความแตกต่างในบริการที่เป็นประโยชน์ นอกจากนี้ซัมซุงยังเป็นแบรนด์ที่มีส่วนแบ่งในตลาดสูงมาก ซึ่งในตลาดรวมเชื่อว่าใน 100 เครื่อง เป็นมือถือซัมซุงแล้ว 60 เครื่อง
     
       ทั้งนี้ภายใต้ความร่วมมือกับซัมซุงอาทิการทำงานร่วมกันในด้านแผนการค้าปลีก , การเรียกเก็บค่าบริการโดยตรง , การพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันในระดับภูมิภาค และการเข้าถึงแอปพลิเคชันที่เลือกสรรเป็นพิเศษโดยมีรายละเอียดของแต่ละด้าน ดังนี้
     
       1.ความร่วมมือด้านการค้าปลีก ความร่วมมือด้านค้าปลีกจะทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าเป็นเรื่องง่าย ด้วยการให้บริการแบบครบวงจร สำหรับความต้องการที่เกี่ยวกับสมาร์ทโฟน ในร้านของซัมซุงและร้านของบริษัทในกลุ่มสมาชิก โดยปกติลูกค้าเหล่านี้จะซื้อโทรศัพท์มือถือจากผู้จำหน่ายอุปกรณ์ และซื้อแพกเกจการใช้งานจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ความร่วมมือนี้จะทำให้ทั้ง 6 บริษัทสมาชิกในกลุ่มสิงค์เทล รวมทั้งซัมซุงมีความเข้มแข็งขึ้น เพราะสามารถให้บริการแบบครบวงจรได้ โดยได้เริ่มให้บริการนี้แล้วสำหรับลูกค้าของโกลบเทเลคอมในฟิลิปปินส์ และจะขยายไปสู่ลูกค้าของแอร์เทล ในอินเดีย และ เทลคอมเซลในอินโดนีเซีย ในลำดับต่อไป

สิงค์เทลจับมือซัมซุง เสริมเขี้ยวโมบายดาต้า (Cyber Weekend)

       2.การเรียกเก็บค่าซัมซุงแอปผ่านบิลโทรศัพท์มือถือ สิงค์เทล (สิงคโปร์) เป็นกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมแห่งแรกในอาเซียนที่เสนอการเรียกเก็บค่าซื้อซัมซุงแอป ผ่านบิลโทรศัพท์มือถือ ทำให้ลูกค้าโพสต์เพดสามารถซื้อแอปและคอนเทนท์จากซัมซุงแอปได้โดยไม่ต้องใช้ บัตรเครดิต สำหรับระบบพรีเพดก็จะหักค่าซัมซุงแอปจากยอดเงินคงเหลือในระบบทันทีที่ซื้อ จึงทำให้ฐานลูกค้าที่จะเกิดขึ้นในตลาดเกิดใหม่มีทางเลือกสำหรับการจ่ายเงิน เพิ่มขึ้น โดยการริเริ่มนี้จะขยายไปสู่ลูกค้าของเอไอเอส ประเทศไทย , โกลบเทเลคอม ในฟิลิปปินส์ และเทลคอมเซล ในอินโดนีเซีย
     
       3.การเข้าถึงแอปพลิเคชันโดยตรง ซัมซุง และกลุ่มสิงค์เทล ดิจิตอล ไลฟ์ โดยจะทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการโดยตรงผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยไม่ต้องดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน ซึ่งจะถูกปรับให้เป็นไปตามความต้องการ และเนื้อหาที่เหมาะสมในแต่ละท้องถิ่นโครงการนี้จะเกิดขึ้นสำหรับลูกค้าของเอไอเอส ประเทศไทย โกลบเทเลคอม ฟิลิปปินส์ และเทลคอมเซล อินโดนีเซีย โดยเริ่มต้นที่ ซัมซุง แกแล็กซี่ เอส 5
     
       4.การพัฒนาโมบายแอป สมาชิกของกลุ่มสิงค์เทล และซัมซุง กำลังร่วมมือกันก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เช่นโครงการสนับสนุนการพัฒนาโมบายแอปที่จะคัดเลือกกลุ่มเทคสตาร์ทอัปในภูมิภาค ช่วยสนับสนุน เร่งรัดการพัฒนา และส่งมอบไปยังฐานลูกค้ากว่า 500 ล้านคนในกลุ่มประเทศสมาชิก นักพัฒนาที่ถูกคัดเลือกจากโครงการนี้ จะมีโอกาสในการทำตลาดแอปผ่านช่องทางการตลาดของแต่ละโอเปอเรเตอร์ไม่ว่าจะเป็นสิงค์เทล สิงค์โปร์, ออพตัส ออสเตรเลีย, เอไอเอส ประเทศไทย, โกลบ เทเลคอม ฟิลิปปินส์ และเทลคอมเซล อินโดนีเซีย

สิงค์เทลจับมือซัมซุง เสริมเขี้ยวโมบายดาต้า (Cyber Weekend)

       'ทั้งนี้ ในการร่วมมือกันสนับสนุนนักพัฒนารุ่นใหม่นั้น นอกเหนือจากเอไอเอสจะร่วมมือกับกลุ่มสิงค์เทล ภายใต้ Innov8 Sparks แล้ว ในปีนี้ เรายังได้ผนึกกำลังกับซัมซุง ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ในการร่วมส่งเสริมและผลักดันธุรกิจ Tech Startup ก้าวสู่ระดับสากล ด้วยบิสิเนสโมเดลที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตทางธุรกิจแบบ Fast Track ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศ รวมถึงการผสมผสานผลงานทั่วภูมิภาค ยกระดับเป็น Regional Community เพื่อเหล่า Startup อย่างแท้จริง'
     
       ล่าสุดได้ผนึกกำลังกัน มอบโอกาสการก้าวสู่โลกธรุกิจระดับสากลให้กับผู้เข้าแข่งขันโครงการ AIS The StartUp 2014 ในปีนี้ โดยทุกผลงานที่ส่งเข้าร่วมแข่งขัน มีโอกาสได้รับการพิจารณาคัดเลือกให้รับรางวัลพิเศษ ได้แก่ เงินสด 6,000 เหรียญสหรัฐและเป็นตัวแทนจากประเทศไทยเข้าร่วมอบรมโครงการ Regional Accelerate ที่ประเทศสิงคโปร์ พร้อมโอกาสนำเสนอผลงานในวัน Demo Day ต่อหน้านักลงทุนชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก และผู้บริหารจากผู้ให้บริการเครือข่ายหลากหลายภูมิภาคในเครือ และผู้บริหารซัมซุงพร้อมรับสิทธิเป็นสมาชิก Innov8 Sparks ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์ในการทำงานต่างประเทศ เช่น การพัฒนาธุรกิจแบบข้ามพรมแดน, การสนับสนุน Co-Working Space ในต่างประเทศ เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดกับ ซัมซุงซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดการขายที่ใหญ่ที่สุดในโลก มากกว่า 50% และเครือสิงค์เทลที่มีฐานลูกค้ามากกว่า 500 ล้านรายใน 23 ตลาดทั่วโลก
     
       ในส่วนของเอไอเอสนั้น คาดว่าในปี 2557 จะมีรายได้จากการให้บริการเติบโตขึ้น 6-8% ยอดลูกค้าในระบบ 3G 2.1 GHz มีจำนวน 75% ของลูกค้าทั้งหมด โดย 50% ของลูกค้าระบบ 3G 2.1 GHz ใช้ 3G ดีไวซ์ ส่วนการลงทุนด้านโครงข่ายนั้นจะใช้เงินราว 4 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าจะมีจำนวนสถานีฐาน 3G 2.1 GHz ทั้งหมด 2 หมื่นสถานีฐานซึ่งครอบคลุม 95% ของจำนวนประชากรในประเทศไทย กล่าวคือมีโครงข่ายที่ครอบคลุมเทียบเท่า 2G ปัจจุบัน
     
       ส่วนผลประกอบการในปีที่ผ่านมานั้น จำนวนลูกค้าของเอไอเอสมีทั้งหมด 41 ล้านรายแบ่งเป็นลูกค้า 3G 2.1GHz จำนวน 16.4 ล้านรายและลูกค้า 2G จำนวน 24.5 ล้านราย ตัวเลขรายได้อยู่ที่ 112,528 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3.9% จากปีก่อนหน้า โดยสัดส่วนรายได้นอนวอยซ์อยู่ที่ 29% ของรายได้ทั้งหมด เติบโตขึ้น 24% จากปีก่อนหน้า จำนวนผู้ใช้ดาต้าอยู่ที่ 14 ล้านราย โดยจำนวนการใช้งาน Mobile data usage เติบโตถึง 85% (นับจากปริมาณการใช้งานเป็น MB) และมีจำนวนการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ คิดเป็น 27% ของฐานลูกค้าทั้งหมดเพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อนหน้า
     
       'รายได้ดาต้าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต จากปัจจุบันที่รายได้หลักยังมาจากวอยซ์ ประมาณ 70% ในขณะที่ต่างประเทศรายได้นอนวอยซ์เติบโตไปถึง 60% ซึ่งเราเชื่อว่าอนาคตเอไอเอสก็จะเติบโตไปอย่างนั้น'


http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9570000042904

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.