Header Ads

Breaking News
recent

03 กุมภาพันธ์ 2558 Apple Watch มีหน้าจอของแอปของ Tesla มีทั้งสิ้น 6 หน้าจอ โดยในหน้าจอหลักจะบอกสถานะของรถ เช่น แบตเตอรี่ เลขไมล์ อุณหภูมิ

ประเด็นหลัก


        ยิ่งใกล้การเปิดตัวแอปเปิลวอตช์ (Apple Watch) นาฬิกาอัจฉริยะที่ดึงทุกความสนใจจากสื่อสายเทคโนโลยีมากเท่าไร ก็ยิ่งมีข่าวเกี่ยวกับแอปส์ที่จะรันบนแอปเปิลวอตช์ออกมามากเท่านั้น ล่าสุดเป็นแอปสำหรับควบคุมรถ Tesla ที่โชว์ความสามารถในการทำงานได้อย่างน่าสนใจ โดยทำได้ทั้งล็อก-ปลดล็อก ปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร และอื่นๆ อีกมากมาย
     
       โดยแอปดังกล่าวเป็นผลงานการพัฒนาของ Eleks Labs ซึ่งผู้ที่ออกมาโพสต์บอกเล่าความคืบหน้าก็คือ Markiyan Matsekh ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ด้าน Mobility & Wearables ของ Eleks Labs นั่นเอง
     
       Markiyan เล่าในบล็อกของ Eleks Labs ว่า หน้าจอของแอปของ Tesla มีทั้งสิ้น 6 หน้าจอ โดยในหน้าจอหลักจะบอกสถานะของรถ เช่น แบตเตอรี่ เลขไมล์ อุณหภูมิ ขณะที่ในส่วนของเมนูควบคุม จะสามารถออกคำสั่งให้รถล็อค-ปลดล็อกประตูได้ เปิดไฟหน้าได้ และส่งเสียงปี๊บได้ หรือหน้าจอ climate จะแสดงเกี่ยวกับอุณหภูมิในรถ แบ่งเป็นโซนคนขับ กับโซนผู้โดยสาร และสามารถปรับอุณหภูมิได้ด้วย เช่น จะให้โซนคนขับ 23 องศาเซลเซียส ส่วนโซนคนนั่ง 21 องศาเซลเซียสก็ได้ เป็นต้น


_____________________________________________________















โชว์แล้ว แอปควบคุม “Tesla” ผ่าน “Apple Watch”




        ยิ่งใกล้การเปิดตัวแอปเปิลวอตช์ (Apple Watch) นาฬิกาอัจฉริยะที่ดึงทุกความสนใจจากสื่อสายเทคโนโลยีมากเท่าไร ก็ยิ่งมีข่าวเกี่ยวกับแอปส์ที่จะรันบนแอปเปิลวอตช์ออกมามากเท่านั้น ล่าสุดเป็นแอปสำหรับควบคุมรถ Tesla ที่โชว์ความสามารถในการทำงานได้อย่างน่าสนใจ โดยทำได้ทั้งล็อก-ปลดล็อก ปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร และอื่นๆ อีกมากมาย
     
       โดยแอปดังกล่าวเป็นผลงานการพัฒนาของ Eleks Labs ซึ่งผู้ที่ออกมาโพสต์บอกเล่าความคืบหน้าก็คือ Markiyan Matsekh ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ด้าน Mobility & Wearables ของ Eleks Labs นั่นเอง
     
       Markiyan เล่าในบล็อกของ Eleks Labs ว่า หน้าจอของแอปของ Tesla มีทั้งสิ้น 6 หน้าจอ โดยในหน้าจอหลักจะบอกสถานะของรถ เช่น แบตเตอรี่ เลขไมล์ อุณหภูมิ ขณะที่ในส่วนของเมนูควบคุม จะสามารถออกคำสั่งให้รถล็อค-ปลดล็อกประตูได้ เปิดไฟหน้าได้ และส่งเสียงปี๊บได้ หรือหน้าจอ climate จะแสดงเกี่ยวกับอุณหภูมิในรถ แบ่งเป็นโซนคนขับ กับโซนผู้โดยสาร และสามารถปรับอุณหภูมิได้ด้วย เช่น จะให้โซนคนขับ 23 องศาเซลเซียส ส่วนโซนคนนั่ง 21 องศาเซลเซียสก็ได้ เป็นต้น
     
       หรือกรณีที่่จำไม่ได้ว่าจอดรถไว้ที่ไหนก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ หน้าจอ Location ระบบจะแสดงแผนที่พร้อมบอกจุดที่รถจอดบนหน้าจอให้นั่นเอง
     
       สำหรับรถรุ่นที่จะได้ใช้แอปตัวนี้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า Tesla รุ่น S
     
       อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากสิ่งที่ Markiyan กล่าวถึงการทำงานบนแอปเปิลวอตช์แล้วพบว่า เขาไม่รู้สึกพอใจนักกับ SDK ที่ทางแอปเปิลเตรียมให้ พร้อมระบุว่า แอปเปิลวอตช์หากปราศจากไอโฟนก็ไม่ต่างกับของเล่นชิ้นหนึ่ง และในการพัฒนาซอฟต์แวร์บนเครื่องมือที่แอปเปิลเตรียมไว้ให้นั้นก็ไม่ได้ราบรื่นเหมือนอย่างที่ทิม คุก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลนำเสนอเมื่อครั้งเปิดตัวแต่อย่างใดด้วย
     
       โดยเขาได้ชี้ว่า ฟังก์ชันการทำงานต่างๆ บนสมาร์ตวอตช์ เช่น การใส่ Accelerometer และไจโรสโคปลงไปนั้น นักพัฒนาไม่สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ เนื่องจากไม่ได้รับสิทธิในการแอคเซสกับอุปกรณ์ดังกล่าว
     
       หรือกรณีของบลูทูธ ก็มีไว้เพื่อเชื่อมต่อกับไอโฟนเท่านั้น นักพัฒนาไม่สามารถใช้ได้เช่นกัน ด้านลำโพงกับไมโครโฟนก็ไม่สามารถใช้งานได้ และที่หนักที่สุดเห็นจะเป็นจีพีเอสที่จะใช้ได้เฉพาะเมื่อเชื่อมต่อกับไอโฟนเท่านั้น
     
       “ในมุมของนักพัฒนา ผมมองว่า การปิดกั้นโอกาสที่นักพัฒนาได้รับจะทำให้แอปเปิลวอตช์มีความสามารถที่จำกัดตามไปด้วย และการพัฒนาแอปบน WatchKit รุ่นนี้โดยหวังว่าจะให้แอปมีฟังก์ชันการทำงานสุดเจ๋งนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากมาก อีกทั้งหลายสิ่งหลายอย่างที่ (แอปเปิล) เคยสัญญาไว้เมื่อครั้งเปิดตัว ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถทำได้ สิ่งที่นักพัฒนารออยู่ในตอนนี้ก็คือ รอให้ถึงช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ WatchKit รุ่นใหม่จะออกมา และแอปเปิลวอตช์เริ่มวางจำหน่ายเสียที” Markiyan กล่าว


http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000013207
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.