Header Ads

Breaking News
recent

22 พฤศจิกายน 2558 เพื่อขอให้ศาลปกครองเพิกถอนคำสั่ง กสทช. เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2553 ที่ให้ AIS และ DTAC ปฏิบัติตามข้อ 38 และ 96 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) คำสั่งปรับวันละ8หมื่น บังคับ"เอไอเอส-ดีแทค"จดทะเบียนพรีเพด

ประเด็นหลัก



โดยเมื่อศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่าหลักเกณฑ์ที่ กสทช.กำหนดก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ฟ้องคดี ทั้งในเรื่องต้นทุนดำเนินการและแนวทางปฏิบัติ ประกอบกับเหตุผลและความจำเป็นที่ กสทช.อ้างว่า เป็นการดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการในกรณีที่มีการเรียกเก็บค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมไม่ถูกต้องสิทธิในการขอระงับใช้บริการชั่วคราวสิทธิในการบอกเลิกสัญญา และสิทธิในการได้รับเงินค่าบริการที่ยังค้างอยู่ในระบบคืน รวมถึงกระบวนการตรวจสอบผู้ใช้บริการที่ยื่นคำขอรับบริการคงสิทธิเลขหมายว่าเป็นใช้บริการที่แท้จริงหรือไม่ เป็นเหตุผลที่ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการสามารถให้บริการได้ตามปกติกอยู่แล้ว ส่วนผู้ใช้บริการจะเป็นบุคคลที่แท้จริงหรือไม่และถูกเอารัดเอาเปรียบหรือไม่เป็นเรื่องที่ผู้ใช้บริการพึงคุ้มครองสิทธิของตนเองด้วย หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมย่อมแสดงต้นต่อผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช.ได้



__________________




ศาลปกครอง สั่ง"กสทช."เพิกถอนคำสั่งปี 55-คำสั่งปรับวันละ8หมื่น บังคับ"เอไอเอส-ดีแทค"จดทะเบียนพรีเพด


ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ได้รับแจ้งว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2558 ศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ได้ยื่นฟ้อง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และเลขาธิการ กสทช.

เพื่อขอให้ศาลปกครองเพิกถอนคำสั่ง กสทช. เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2553 ที่ให้เอไอเอสและดีแทค ปฏิบัติตามข้อ 38 และ 96 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. 2551 ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า(พรีเพด) ที่เปิดใช้บริการอยู่ในปัจจุบันให้ครบถ้วนตามประกาศกทช. ภายใน 90 วัน และให้รายงานผลการดำเนินงานให้สำนักงาน กทช. (สำนักงาน กสทช.ในสมัยนั้น) รับทราบภายใน 90 วัน ซึ่งต่อมาเมื่อ 30 พ.ค. 2555 สำนักงาน กสทช.ได้มีคำสั่งให้กำหนดค่าปรับทางปกครองกับเอไอเอสและดีแทควันละ 80,000 บาท เหตุไม่ยอมดำเนินการดังกล่าว

โดยเมื่อศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่าหลักเกณฑ์ที่ กสทช.กำหนดก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ฟ้องคดี ทั้งในเรื่องต้นทุนดำเนินการและแนวทางปฏิบัติ ประกอบกับเหตุผลและความจำเป็นที่ กสทช.อ้างว่า เป็นการดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการในกรณีที่มีการเรียกเก็บค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมไม่ถูกต้องสิทธิในการขอระงับใช้บริการชั่วคราวสิทธิในการบอกเลิกสัญญา และสิทธิในการได้รับเงินค่าบริการที่ยังค้างอยู่ในระบบคืน รวมถึงกระบวนการตรวจสอบผู้ใช้บริการที่ยื่นคำขอรับบริการคงสิทธิเลขหมายว่าเป็นใช้บริการที่แท้จริงหรือไม่ เป็นเหตุผลที่ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการสามารถให้บริการได้ตามปกติกอยู่แล้ว ส่วนผู้ใช้บริการจะเป็นบุคคลที่แท้จริงหรือไม่และถูกเอารัดเอาเปรียบหรือไม่เป็นเรื่องที่ผู้ใช้บริการพึงคุ้มครองสิทธิของตนเองด้วย หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมย่อมแสดงต้นต่อผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช.ได้

อีกทั้งฝั่ง กสทช. ไม่อาจนำเสนอข้อมูลหรือพยานหลักฐานได้อย่างชัดเจนว่า การคุ้มครองสิทธิดังกล่าวมีปัญหาและความจำเป็น หรือมีข้อมูลประกอบเพียงใด

เมื่อพิจารณาถึงหลักความได้สัดส่วนของการใช้อำนาจตามกฎหมาย กรณีนี้ถือว่า กสทช.ได้ใช้ดุลพินิจในการกำกับกิจการโทรคมนาคมเกินขอบเขตแห่งความจำเป็น และทำให้เกิดภาระแก่ผู้ประกอบการอย่างมาก

ส่วนเหตุผลและความจำเป็นที่อ้างถึงการช่วยสนับสนุนภาครัฐในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของประชาชนนั้นไม่ได้อยู่ในขอบเขตวัตถุประสงค์ของพ.ร.บ. กสทช. ซึ่งเป็นที่มาในการออกหลักเกณฑ์ดังกล่าว

ดังนั้นคำสั่งทั้ง 2 ของ กสทช. จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่ง กสทช. เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2553 ที่ให้เอไอเอสและดีแทค ปฏิบัติตามข้อ 38 และ 96 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทช.) เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. 2551 ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเรียกเก็บค่าบริการล่วงหน้า(พรีเพด) และคำสั่งกสทช. เมื่อ 30 พ.ค. 2555 ที่ได้สั่งให้กำหนดค่าปรับทางปกครองกับเอไอเอสและดีแทควันละ 80,000 บาท เหตุไม่ยอมดำเนินการดังกล่าว โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ กสทช.ออกคำสั่ง

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1447987695
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.