Header Ads

Breaking News
recent

13 กุมภาพันธ์ 2558 Samsung.วิชัย คาดการณ์ ปีนี้ยังคงมีการผลักดันจากโอเปอเรเตอร์ให้ผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้โครงข่าย 3G อยู่ รวมถึงในตลาดรวมยังมีเหลือฟีเจอร์โฟนอยู่อีกเยอะ

ประเด็นหลัก



"ปีนี้ยังคงมีการผลักดันจากโอเปอเรเตอร์ให้ผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้โครงข่าย 3G อยู่ รวมถึงในตลาดรวมยังมีเหลือฟีเจอร์โฟนอยู่อีกเยอะ ดังนั้น โอกาสการทำตลาดยังมีอีกมากทำให้ตลาดโดยรวมยังคงเติบโต แม้ในขณะนี้จะมีปัจจัยลบมากระทบเล็กน้อยจากเหตุการณ์ระเบิด แต่โดยส่วนตัวคิดว่าไม่มีผลกระทบเพราะประเทศไทยเจอกับวิกฤตในลักษณะนี้มาเยอะ และรอดพ้นมาได้ด้วยดีโดยตลอด และในปี 2559 การใช้ 4G จะชัดเจนมากขึ้น ทำให้ตลาดนี้เติบโตทั้งมูลค่าและจำนวนเครื่องอีก 15% ซึ่งซัมซุงจะมีสมาร์ทโฟนระดับกลางขึ้นไปออกมารองรับเทคโนโลยีนี้"

_____________________________________________________













สมาร์ทโฟนติดลมเก็บแชร์ทะลุ 90% "ซัมซุง" จัดทัพสินค้าเสริมดีกรีบุกตลาดย้ำแชมป์



"ซัมซุง" จัดกระบวนทัพสินค้าใหม่ เน้น "จดจำง่าย-บริหารสต๊อกคล่องตัว" ทยอยลงตลาดทั้งปี 25-30 รุ่น ชูสมาร์ทโฟนระดับราคาปานกลาง ปั้นยอดขายตอบโจทย์ความคุ้มค่าทั้งราคาและสเป็กเครื่องตอกย้ำมาร์เก็ตแชร์อันดับหนึ่ง ระบุค่ายมือถือไม่หยุดดึงลูกค้าเปลี่ยนมาใช้งานระบบ 3G ขณะที่ตลาดเครื่องทดแทนยังมโหฬาร คาดตลาดรวมปีนี้โตอย่างน้อย 5% มูลค่าทะลุแสนล้านบาท

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กรธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการปรับเรียงไลน์สินค้าใหม่เพื่อทำให้ผู้บริโภคจดจำได้ง่ายขึ้น ขณะที่ตัวแทนจำหน่ายยังสามารถจัดการกับสต๊อกได้ดีขึ้นด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาเน้นการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือหลากหลายรุ่นในแต่ละไตรมาส จนมีสินค้าหลายรุ่นออกมาในช่วงราคาเดียวกัน ส่งผลต่อการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคและตัวแทนจำหน่าย ไม่มีความมั่นใจในการสั่งซื้อสินค้า

โดยจะมีการแบ่งรุ่นที่ใช้ตัวอักษรแทนชื่อรุ่น เช่น ตัว J แทนกลุ่มสินค้าระดับราคาเริ่มต้น หรือเอนทรีเลเวล, E กลุ่มระดับราคาปานกลาง เป็นต้น

"ปกติจะทำตลาดโทรศัพท์มือถือปีละ 25-30 รุ่น เกือบทั้งหมดเป็นสมาร์ทโฟน ปีนี้ก็น่าจะเหมือนเดิม แต่การแบ่งรุ่นจะแตกต่างออกไป เพราะเดิมทีตั้งชื่อให้กับรุ่นต่าง ๆ และไม่ได้แบ่งกลุ่มสินค้าชัดเจนว่าเป็นกลุ่มสินค้าระดับเริ่มต้น (เอนทรีเลเวล) หรือระดับกลาง (มิดเอนด์) แต่ปีนี้จะชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะกับสมาร์ทโฟน รุ่นเอนทรีเลเวลจะราคาต่ำกว่า 5 พันบาท อยู่ในตระกูล J ส่วนระดับกลางราคา 5,000-10,000 บาท อยู่ในตระกูล E มีจุดเด่นที่หน้าจอขนาดใหญ่ราคาระดับกลาง ส่วนกลุ่มพรีเมี่ยมราคาระหว่าง 1-15,000 บาท อยู่ในตระกูล A แต่ทุกรุ่นยังขึ้นต้นด้วยคำว่า Galaxy"

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ซัมซุงจะเน้นทำตลาดสมาร์ทโฟนระดับราคาปานกลางหรือมิดเอนด์เป็นหลัก คาดว่าจะมีสินค้าในกลุ่มนี้ 10-15 รุ่น เนื่องจากผู้บริโภคในปัจจุบันใช้เทคโนโลยีและประสิทธิภาพเป็นบรรทัดฐานในการเลือกซื้อ หลังจากผ่านการเรียนรู้ในการใช้งานที่มากขึ้น และถึงจะเป็นกลุ่มที่กำลังจะเปลี่ยนจากฟีเจอร์โฟนมาเป็นสมาร์ทโฟน ก็มักเลือกซื้อเครื่องในกลุ่มราคาปานกลาง เพราะเครื่องที่ออกมาในปีนี้จะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาเท่ากันในปีที่แล้ว ทำให้ผู้บริโภคขยับมาซื้อเครื่องระดับปานกลางมากกว่าระดับเริ่มต้น

ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนระดับกลาง2 รุ่น คือ Galaxy A5 ราคา 12,900 บาท หน้าจอ 5 นิ้ว ใช้ซีพียู ควอดคอร์ ความเร็ว 1.2 GHz และ Galaxy A7 ราคา 14,900 บาท หน้าจอ 5.5 นิ้ว ใช้ซีพียู ออคต้าคอร์ ความเร็ว 1.5+1 GHz ทั้งสองรุ่นมีกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้าน และกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รองรับเทคโนโลยี 4G LTE ทำงานบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.4

สำหรับภาพรวมตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยปีนี้ คาดการณ์ว่าจะมียอดขายโดยรวมอยู่ที่ 17 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน แบ่งเป็นสมาร์ทโฟน 14 ล้านเครื่อง และฟีเจอร์โฟน 3 ล้านเครื่อง ส่วนในแง่มูลค่าตลาดจะอยู่ที่ 1.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน แบ่งเป็นสมาร์ทโฟน 1.03 แสนล้าน และฟีเจอร์โฟน 2,000 ล้านบาท โดยตลาดสมาร์ทโฟนราคาระดับกลางมีมูลค่าคิดเป็นสัดส่วน 49% และเติบโต 20% จากปีที่แล้ว ถือเป็นกลุ่มสมาร์ทโฟนที่มีการเติบโตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มเอนทรีเลเวล และไฮเอนด์

"ปีนี้ยังคงมีการผลักดันจากโอเปอเรเตอร์ให้ผู้บริโภคเปลี่ยนไปใช้โครงข่าย 3G อยู่ รวมถึงในตลาดรวมยังมีเหลือฟีเจอร์โฟนอยู่อีกเยอะ ดังนั้น โอกาสการทำตลาดยังมีอีกมากทำให้ตลาดโดยรวมยังคงเติบโต แม้ในขณะนี้จะมีปัจจัยลบมากระทบเล็กน้อยจากเหตุการณ์ระเบิด แต่โดยส่วนตัวคิดว่าไม่มีผลกระทบเพราะประเทศไทยเจอกับวิกฤตในลักษณะนี้มาเยอะ และรอดพ้นมาได้ด้วยดีโดยตลอด และในปี 2559 การใช้ 4G จะชัดเจนมากขึ้น ทำให้ตลาดนี้เติบโตทั้งมูลค่าและจำนวนเครื่องอีก 15% ซึ่งซัมซุงจะมีสมาร์ทโฟนระดับกลางขึ้นไปออกมารองรับเทคโนโลยีนี้"

สำหรับภาพรวมการแข่งขันของตลาดโทรศัพท์มือถือปีนี้ยังคงมีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องระดับเอนทรีเลเวล หรือที่มีราคาต่ำกว่า 5,000 บาทเป็นหลัก ทำให้มีการแข่งขันราคาค่อนข้างสูงมาก ขณะที่ตลาดระดับราคาปานกลางและระดับบนจะแข่งขันกันที่ประสิทธิภาพเครื่องและความแตกต่างของรูปลักษณ์ ซึ่งบริษัทเป็นผู้นำในการสร้างกลุ่มสินค้าใหม่ เช่น สมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ หรือสมาร์ทโฟนที่มีปากกา ล่าสุดกับ Galaxy Grand สมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ ทำให้มียอดจำหน่ายในประเทศไทยเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับประเทศอื่น

นายวิชัยกล่าวต่อว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดไทยทั้งในแง่มูลค่าและจำนวนเครื่อง จึงจำเป็นต้องเปิดซัมซุงช็อปขนาดเล็กในร้านค้าปลีกโทรศัพท์มือถือต่าง ๆ จาก 300 แห่ง เป็น 500 แห่ง รวมถึงเพิ่มซัมซุงช็อปอีก 20 สาขา เป็น 140 สาขา และให้สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องส่งไปแก้ปัญหาที่ศูนย์บริการหลัก และจะนำสินค้าประเภทแวร์เอเบิลดีไวซ์เข้ามาทำตลาดมากขึ้น จากเดิมมี 2 รุ่น เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น คาดว่ายอดขายแวร์เอเบิลดีไวซ์ในตลาดรวมปีนี้จะมีถึง 1,000,000 เครื่อง

"จากกลยุทธ์ต่าง ๆ ข้างต้น รวมถึงปัจจัยบวกต่าง ๆ ทำให้ปีนี้เรายังคงตั้งเป้ารายได้เติบโตใกล้เคียงกับการเติบโตของตลาด และต้องการเป็นผู้นำตลาดในทุกระดับราคาสินค้าให้ได้เหมือนปีที่ผ่านมาด้วย"


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1423468323
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.