Header Ads

Breaking News
recent

26 กุมภาพันธ์ 2558 Deva's Natural จับมือ AMD-Sapphire ลุยตลาด VDI คือ ช่วยลดต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ ,การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการบริหารจัดการที่สามารถควบคุมได้' ในอนาคตเมื่อระบบ 4G พร้อมใช้งาน เชื่อว่าการเติบโตของเวอร์ชวลเดสก์ท็อปบนคลาวด์

ประเด็นหลัก


       โดยจุดเด่นของการนำ AMD FirePro Cloud Solution มาใช้งานร่วมกับระบบเวิร์กสเตชันประสิทธิภาพสูงคือ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อเซิร์ฟเวอร์เพียงตัวเดียวในระดับราคาประมาณ 3.5 แสนบาท แต่สามารถใช้งานได้พร้อมกับ 20 - 40 คนพร้อมกัน ที่สำคัญคือสามารถแสดงผลบนหน้าจอความละเอียดสูง ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วประมาณ 2-3 Mbps เท่านั้น
       
       'ในอนาคตเมื่อระบบ 4G พร้อมใช้งาน เชื่อว่าการเติบโตของเวอร์ชวลเดสก์ท็อปบนคลาวด์ จะเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะผู้ใช้สามารถทำงานที่ต้องใช้เครื่องประสิทธิภาพสูงได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นต้องพกเครื่องติดตัว เพราะสามารถใช้งานผ่านแท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟนได้ทันที'


_____________________________________________________











เดวาส์ จับมือ AMD-Sapphire ลุยตลาด VDI ประสิทธิภาพสูง


        เดวาส์ เนเชอรัล เห็นโอกาสตลาดคลาวด์ ในกลุ่มเวอร์ชวลเดสก์ท็อปที่เน้นใช้งานกราฟิกระดับสูง ร่วมมือ เอเอ็มดี (AMD) และแซฟไฟร์(Sapphire) นำ AMD FirePro Cloud Solution เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย หวังเจาะกลุ่มองค์กรขนาดกลางและเล็ก พร้อมตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท
       
       นายศักรินทร์ ดวงจันทร์โชติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดวาส์ เนเชอรัล จำกัด กล่าวว่า เดวาส์ เนเชอรัล ถือเป็นบริษัทที่นำอุปกรณ์ และโซลูชันจากหลายแบรนด์เข้ามาจำหน่ายในกลุ่มตลาดองค์กร ที่ต้องการเวิร์กสเตชัน หรือคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมกับการปรับเปลี่ยนการใช้งานพีซีให้กลายเป็นเวอร์ชวลเดสก์ท็อป(Virtual Desktop Infrastructure : VDI) เพื่อลดค่าใช้จ่าย
       
       'ตอนนี้รูปแบบการใช้งานเวอร์ชวลเดสก์ท็อปเริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้น เช่นเดียวกับระบบคลาวด์ที่เริ่มเข้ามาสู่กลุ่มลูกค้าองค์กร โดยมี 3ปัจจัยหลักที่จะทำให้องค์กรหันมาใช้งาน VDI คือ ช่วยลดต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ ,การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการบริหารจัดการที่สามารถควบคุมได้'
       
       โดยจุดเด่นของการนำ AMD FirePro Cloud Solution มาใช้งานร่วมกับระบบเวิร์กสเตชันประสิทธิภาพสูงคือ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อเซิร์ฟเวอร์เพียงตัวเดียวในระดับราคาประมาณ 3.5 แสนบาท แต่สามารถใช้งานได้พร้อมกับ 20 - 40 คนพร้อมกัน ที่สำคัญคือสามารถแสดงผลบนหน้าจอความละเอียดสูง ผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วประมาณ 2-3 Mbps เท่านั้น
       
       'ในอนาคตเมื่อระบบ 4G พร้อมใช้งาน เชื่อว่าการเติบโตของเวอร์ชวลเดสก์ท็อปบนคลาวด์ จะเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะผู้ใช้สามารถทำงานที่ต้องใช้เครื่องประสิทธิภาพสูงได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นต้องพกเครื่องติดตัว เพราะสามารถใช้งานผ่านแท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟนได้ทันที'
       
       นาย ศักรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับตลาดรวมในกลุ่มเวิร์กสเตชันสำหรับกราฟิกน่าจะมีมูลค่าอยู่ราว 200 - 250 ล้านบาท ในขณะที่ถ้าเป็นตลาดรวมจะอยู่ที่ราว 1 พันล้านบาท โดยปีที่ผ่านมาเดวาส์ มีลูกค้าเดิมอยู่ราว 1 หมื่นราย คาดว่าจะหันมาใช้งานโซลูชันคลาวด์เบื้องต้นประมาณ 200 - 500 ราย
       
       'เป้าหมายของเดวาส์ใกล้เคียงกับเอเอ็มดี ในการเข้ามาทำตลาดคลาวด์โซลูชันสำหรับเวอร์ชวลเดสก์ท็อปจากเดิมที่มีลูกค้าในกลุ่มตลาดองค์กรขนาดกลางและเล็กราว 2% ขึ้นมาเป็น 25% คิดเป็นมูลค่าเกือบ 1 พันล้านบาท ซึ่งจะสร้างรายได้ให้แก่เดวาส์ราว 300 ล้านบาท'
       
       อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอันใกล้ เดวาส์ มีแผนที่จะนำเวอร์ชวลเดสก์ท็อปเข้าไปติดตั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในประเทศ เพื่อเปิดให้ลูกค้าได้เช่าใช้งานตามความต้องการ โดยในช่วงแรกจะเปิดให้ทดลองใช้ฟรีก่อน หลังจากนั้นถ้าสนใจก็จะเปิดทำตลาดอย่างเป็นทางการต่อไป
     

http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000023521

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.