Header Ads

Breaking News
recent

04 มีนาคม 2558 ไพร์มไทม์โซลูชั่น.กษิดิศ ระบุ ออกบริการ Prime Time ขั้นต่ำ 1. แพ็กเกจบุฟเฟ่ต์ ดูภาพยนตร์ฮอลลีวูด แบบไม่อั้น ราคา 199 บาทต่อเดือน // แพ็กเกจ อัลลิมิเต็ด สามารถรับชมทั้งภาพยนตร์ และซีรีส์ฮอลลีวูด แบบไม่อั้น โดยหากลูกค้าสมัครรายปีราคาอยู่ที่ 399 บาทต่อเดือน

ประเด็นหลัก


    ทั้งนี้บริษัทได้ใช้เวลาการพัฒนาระบบ รวมถึงจัดหาคอนเทนต์เข้ามาทั้งหมด 6 เดือน   โดยเบื้องต้นมีคอนเทนต์ที่เป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูด มากกว่า 1 พันชั่วโมง  และซีรีส์ฮอลลีวูด อีก 2 พันตอน  ซึ่งแพ็กเกจที่เปิดให้บริการจะแบ่งเป็น 4 แพ็กเกจหลัก ประกอบด้วย  1. แพ็กเกจบุฟเฟ่ต์  ดูภาพยนตร์ฮอลลีวูด แบบไม่อั้น ราคา 199 บาทต่อเดือน ,  2 แพ็กเกจบุฟเฟ่ต์  พร้อมบริการเช่าหนังใหม่ 2  เรื่องต่อเดือน   ราคา 299 บาทต่อเดือน , 3. แพ็กเกจ ดูภาพยนตร์ซีรีส์อย่างเดียว  ราคา 299 บาทต่อเดือน  และ 4. แพ็กเกจ อัลลิมิเต็ด  สามารถรับชมทั้งภาพยนตร์  และซีรีส์ฮอลลีวูด แบบไม่อั้น  โดยหากลูกค้าสมัครรายปีราคาอยู่ที่  399 บาทต่อเดือน   หากเลือกสมัครแบบ 3  เดือนราคา 499 บาทต่อเดือน


_____________________________________________________














ยักษ์หนังแผ่นหนีสู่โลกดิจิตอล

 ตลาดวิดีโอออนไลน์คึกคัก ยักษ์ค่ายแผ่นหนังดีวีดี ปรับธุรกิจเข้าสู่โลกดิจิตอล ล่าสุดไพร์มไทม์ ร่วมทุน ดีเอ็นเอ 300 ล้านบาท ผุดบริการรับชมภาพยนตร์-ซีรีส์  ฮอลลีวูด ผ่านออนไลน์ ชูจุดขายคุณภาพความคมชัดสูง-ระบบเสียง DTS 5.1 รายแรกของโลก  คลอด 4 แพ็กเกจรองรับความต้องการแตกต่างของผู้บริโภค  ตั้งเป้ากวาดลูกค้าปีแรก 2 แสนราย   พร้อมคืนทุนใน 2 ปี
    กษิดิศ  กลศาสตร์เสนีกษิดิศ กลศาสตร์เสนีนายกษิดิศ  กลศาสตร์เสนี  ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ไพร์มไทม์โซลูชั่น จำกัด   บริษัท ไพร์มไทม์ เอนเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด  เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าบริษัทได้เปิดให้บริการวิดีโอออนไลน์  ในรูปแบบ วิดีโอ ออนดีมานด์  ภาพยนตร์ถูกลิขสิทธิ์จาก 6 ค่ายใหญ่ของฮอลลีวูด รวมถึงซีรีส์ดังจากฮอลลีวูด  ภายใต้ชื่อบริการ "ไพร์มไทม์"   ที่สามารถรับชมผ่านคอมพิวเตอร์  สมาร์ทดีไวซ์ ทั้งแท็บเลต และสมาร์ทโฟน  รวมไปถึงสมาร์ททีวี  โดยจุดเด่นของบริการดังกล่าว คือ  คุณภาพความคมชัดระดับ HD จนถึงระดับ Ultra HD  และด้วยระบบเสียง DTS 5.1 surround รอบทิศทาง แม้ขณะใส่หูฟัง  โดยถือเป็นรายแรกของโลกและไทย
    "ตนและทีมงานออกจาก ฮอลิวูด เอชดี มาตั้งบริษัท ไพร์มไทม์ฯ  และถือหุ้นไขว้ในส่วนของคอนเทนต์ร่วมกับบริษัท ดีเอ็นเอ 2002  จำกัด (มหาชน)  ผู้จำหน่ายดีวีดีภาพยนตร์รายใหญ่  และอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ  ซึ่งผู้ถือหุ้นรายดังกล่าวต้องการเปลี่ยนแปลงธุรกิจจากขายแผ่นดีวิดี ไปสู่ดิจิตอล  โดยดีเอ็นเอถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 75% และตนถือหุ้น  25% ซึ่งแม้เราจะมาทีหลังผู้ให้บริการรายอื่น  แต่เราจะนำประสบการณ์ทำธุรกิจ  และการพัฒนาเทคโนโลยีจากการให้บริการวิดีโอออนไลน์"ฮอลิวูด เอชดี"มาพัฒนาใหม่ให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีมากขึ้น"
    ทั้งนี้บริษัทได้ใช้เวลาการพัฒนาระบบ รวมถึงจัดหาคอนเทนต์เข้ามาทั้งหมด 6 เดือน   โดยเบื้องต้นมีคอนเทนต์ที่เป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูด มากกว่า 1 พันชั่วโมง  และซีรีส์ฮอลลีวูด อีก 2 พันตอน  ซึ่งแพ็กเกจที่เปิดให้บริการจะแบ่งเป็น 4 แพ็กเกจหลัก ประกอบด้วย  1. แพ็กเกจบุฟเฟ่ต์  ดูภาพยนตร์ฮอลลีวูด แบบไม่อั้น ราคา 199 บาทต่อเดือน ,  2 แพ็กเกจบุฟเฟ่ต์  พร้อมบริการเช่าหนังใหม่ 2  เรื่องต่อเดือน   ราคา 299 บาทต่อเดือน , 3. แพ็กเกจ ดูภาพยนตร์ซีรีส์อย่างเดียว  ราคา 299 บาทต่อเดือน  และ 4. แพ็กเกจ อัลลิมิเต็ด  สามารถรับชมทั้งภาพยนตร์  และซีรีส์ฮอลลีวูด แบบไม่อั้น  โดยหากลูกค้าสมัครรายปีราคาอยู่ที่  399 บาทต่อเดือน   หากเลือกสมัครแบบ 3  เดือนราคา 499 บาทต่อเดือน
    สำหรับการทำตลาดจะมุ่งเน้นการให้ความรู้กับผู้บริโภค ณ จุดขาย โดยขณะนี้พาร์ตเนอร์ที่เป็นช่องทางจำหน่าย คือ คอมเซเว่น ที่มีหน้าร้านไอสตูดิโอ , ไอบิช  และร้านบานาน่าไอที ครอบคลุมทั่วประเทศ 300 แห่ง  และร้านจำหน่ายดีวีดี  "ดีเอ็นเอ"  ที่อยู่ในโลตัสทุกสาขา    ซึ่งตามแผนธุรกิจร้านดีเอ็นเอ จะปรับปรุงหน้าร้านทั้งหมดให้เป็นไพร์มไทม์   เพื่อสาธิตการรับชมวิดีโอออนไลน์ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ
    "ตอนนี้ในเกาหลีดูวิดีโอออนไลน์แทนแผ่นดีวีดีหมดแล้ว ขณะที่อเมริกา เกือบ 100% ส่วนในไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านการรับชมวิดีโอจากแผ่นดีวีดี ไปสู่ดิจิตอล  ซึ่งเราชื่อว่าบริการวิดีโอออนไลน์มาแน่นอน  ขณะที่การดูภาพยนตร์จากแผ่นดีวีดีเริ่มลดลง  อย่างไรก็ตามอาจต้องใช้เวลาในการให้ความรู้กับตลาด  ซึ่งหากให้ประเมินคาดว่าไม่เกิน 3 ปี  โดยการเติบโตของผู้ใช้โมบายอินเตอร์เน็ต  ที่คาดการณ์ว่าจะมีอยู่ราว 44 ล้านคน   และความเร็วของบริการอินเตอร์เน็ตสูง จะเป็นตัวผลักดันให้ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าด้วยการที่เราเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีเอง จะเป็นจุดแข็งช่วยให้สามารถพัฒนาบริการออกมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้
    ซึ่งตามแผนในปีนี้บริษัทได้เตรียมพัฒนาบริการรับชมภาพยนตร์เทคโนโลยี 4 เคผ่านทางออนไลน์ด้วยความเร็วอินเตอร์เน็ต 2 เมกะบิตต่อวินาที โดยมีแผนทำตลาดบริการร่วมกับแอลอีดี  ทีวี  เทคโนโลยี 4 เค  ของแอลจี  ในเร็วๆนี้  นอกจากนี้ยังมีแผนให้บริการคอนเทนต์ข้ามแพลตฟอร์มกับผู้ให้บริการเคเบิลทีวีรายใหญ่อย่างซีทีเอชและอยู่ระหว่างเจรจาขอถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกผ่านทางออนไลน์  พร้อมกันนั้นยังมีแผนพัฒนาบริการดังกล่าวให้เป็นโซเชียล คอนเทนต์  ที่ผู้รับชมสามารถสนทนากันผ่านบริการดังกล่าวได้   อย่างไรก็ตามอาจต้องใช้เวลาในการสร้างฐานสมาชิกขึ้นมาระยะหนึ่งก่อน
    นายกษิดิศ  กล่าวต่อไปอีกว่าเบื้องต้นบริษัทใช้เม็ดเงินลงทุนราว  300 ล้านบาท   โดยภายในปีแรกตั้งเป้าหมายมีฐานสมาชิกรวม 2 แสนราย  และคาดว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะเวลา  2 ปี
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,031  วันที่  1 - 4  มีนาคม  พ.ศ. 2558





http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=267029:2015-02-27-03-43-57&catid=123:2009-02-08-11-44-33&Itemid=491#.VPbJU0JAeuw
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.