Header Ads

Breaking News
recent

16 มีนาคม 2558 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ปี 2558 นี้ ภาพรวมตลาดเกมออนไลน์ไทยมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 20% จากปี 2557 ที่มีมูลค่าประมาณ 3,200 ล้านบาท จากจำนวนดังกล่าวเป็นฮาร์ดแวร์สำหรับเกม 10% หรือประมาณ 400 ล้านบาท

ประเด็นหลัก


อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ปี 2558 นี้ ภาพรวมตลาดเกมออนไลน์ไทยมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 20% จากปี 2557 ที่มีมูลค่าประมาณ 3,200 ล้านบาท จากจำนวนดังกล่าวเป็นฮาร์ดแวร์สำหรับเกม 10% หรือประมาณ 400 ล้านบาท



_____________________________________________________















‘สมาร์ท ไอดี’ออกแบรนด์ใหม่รับตลาดเกมโต

นายพิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไลฟ์สไตล์ ภายใต้แบรนด์ แอนิเทค โนบิ และ โมโนเวทิฟ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอุปกรณ์เสริมในไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องทุกปี โดยปี 2558 คาดว่ามูลค่าน่าจะมากกว่า 1,500 ล้านบาท ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจัยที่ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยน มีผู้ผลิตทำการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ตลาดเกมไทยยังเปิดกว้าง มีความต้องการจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ปี 2558 นี้ ภาพรวมตลาดเกมออนไลน์ไทยมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 20% จากปี 2557 ที่มีมูลค่าประมาณ 3,200 ล้านบาท จากจำนวนดังกล่าวเป็นฮาร์ดแวร์สำหรับเกม 10% หรือประมาณ 400 ล้านบาท

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวซับแบรนด์ใหม่ “เพนทากอนซ์” (Pentagonz) ในการจำหน่ายสินค้าสำหรับตลาดเกม ประกอบด้วย เมาส์ คีย์บอร์ด หูฟัง แผ่นรองเมาส์ และอุปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อตอบสนองเกมเมอร์ที่ต้องการใช้อุปกรณ์ที่ประสิทธิภาพสูงและได้มาตรฐานสากล

สำหรับจุดเด่นผลิตภัณฑ์เพนทากอนซ์ จะมาพร้อมการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ชูจุดขายอาวุธสำหรับนักเล่นเกมที่มีความแข็งแรง คงทน และมากกว่านั้นคือเน้นสร้างความต่างด้วยบริการหลังการขาย โดยรับประกัน 2 ปี ซึ่งถือว่านานที่สุดในตลาด โปรแกรมพิเศษคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและร่างกาย วงเงินรับประกัน 1 แสนบาท ครอบคลุมการใช้ทั้งในและต่างประเทศ เช่น เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม และกัมพูชา

นอกจากนี้มีบริการให้คำปรึกษา เปลี่ยนสินค้าได้เร็ว ขณะที่ช่องทางจัดจำหน่ายมีทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ห้างค้าปลีก ไอที และได้เริ่มพูดคุยคู่ค้าในญี่ปุ่นบ้างแล้ว เพื่อเข้าไปทำตลาด ปัจจุบันวางจำหน่ายแล้วทั้งในไทย และประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน (เออีซี) คือ เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม และกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ในปีแรกนี้ยังไม่ตั้งเป้ายอดขาย เพียงแต่หวังสร้างฐานตลาดเท่านั้น และในปีต่อไปตั้งป้าสัดส่วนยอดขาย 20%

นายพิชเยนทร์กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าว่าภาพรวมผลประกอบการทั้งปี 2558 จะเติบโต 15-20% จากปี 2557 ที่ทำได้ 150 ล้านบาท ปัจจุบันมีสัดส่วนจากตลาดต่างประเทศ 10% ในประเทศ 90% ในปี 2558 จะเพิ่มต่างประเทศเป็น 30% และอีก 3 ปีข้างหน้า จะอยู่ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน

http://www.naewna.com/business/149129
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.