Header Ads

Breaking News
recent

10 เมษายน 2558 Apple Watch พร้อมให้จอง 10 เม.ย. กำหนดราคาจำหน่าย 349 เหรียญสหรัฐ สำหรับรุ่นหน้าปัดขนาด 38 มม. และ 399 เหรียญสำหรับรุ่นหน้าปัดขนาด 42 มม.

ประเด็นหลัก



หนึ่งในจุดเด่นของ แอปเปิลวอตช์ คือ รูปแบบหน้าปัดนาฬิกาที่แอปเปิลเปิดให้ผู้ใช้เลือกได้มากกว่า 11 แบบ แถมผู้ใช้ยังสามารถเลื่อน ขยาย หรือเปิดใช้เมนูต่างๆ ด้วยปุ่มพิเศษด้านข้างนาฬิกาซึ่งสื่ออเมริกันให้ชื่อว่าเป็น 'dial click wheel' ยุคใหม่ของแอปเปิล เช่นเดียวกับนาฬิกาอัจฉริยะทั่วไป ภายใน แอปเปิลวอตช์ จะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ รองรับ GPS และระบบ Wi-Fi ตัวสายมีให้เลือก 6 รูปแบบ ทั้งจากวัสดุหนังแท้ โลหะ และพลาสติก แต่ความต่างคือการใช้ชิป S1 และวัสดุหลังเครื่องที่ผู้ใช้สามารถเลือกความหรูหราได้หลายระดับ ไล่ตั้งแต่สเตนเลสอัลลอย อะลูมิเนียม รวมถึงทอง 18 กะรัต
     
       แอปเปิลแบ่งสายผลิตภัณฑ์กลุ่มนาฬิกาโดยเริ่มต้นที่ 'แอปเปิล วอตช์ สปอร์ต' (Apple Watch Sport) กำหนดราคาจำหน่าย 349 เหรียญสหรัฐ สำหรับรุ่นหน้าปัดขนาด 38 มม. และ 399 เหรียญสำหรับรุ่นหน้าปัดขนาด 42 มม. ถัดมาเป็นกลุ่ม 'แอปเปิล วอตช์' (Apple Watch) ที่ใช้วัสดุสเตนเลสสตีล หรูยิ่งขึ้นเพื่อวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 549 และ 599 เหรียญสหรัฐ ตามขนาดหน้าปัดที่ต่างกัน
     
       แอปเปิลวอตช์ รุ่นหรูสุดขีดคือ 'แอปเปิล วอตช์ อิดิชัน' (Apple Watch Edition) สนนราคาเริ่มที่ 10,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะวางจำหน่ายในร้านแอปเปิลบางสาขาเท่านั้น


_____________________

















10 เม.ย. จุดพลุจอง Apple Watch




        นาฬิกาอัจฉริยะ 'แอปเปิลวอตช์' (Apple Watch) เปิดให้สาวกทั่วโลกได้สั่งจองอย่างเป็นทางการแล้วตามกำหนดการ 10 เมษายน 2558 แม้จะยังไม่มีข้อมูลสถิติการสั่งจองที่แน่นอน แต่นาทีนี้กลับมีข่าวคราวน่าสนใจมากมายของนาฬิกาไฮเทคซึ่งจะวางจำหน่ายจริง 24 เมษายนนี้
     
       ทั้งข่าวที่แอปเปิลออกมายืนยันว่าจะไม่มีการจำหน่ายนาฬิกากับผู้ที่ไม่ได้สั่งจองในวันดังกล่าว ข่าวลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าที่ทำให้แอปเปิลวอตช์อาจยังไม่สามารถวางจำหน่ายได้ในสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงข่าวคราวของธุรกิจเช่าอุปกรณ์ไอทีที่เตรียมต่อยอดกิจการด้วยการระดมสั่งจองเพื่อยกทีมไปซื้อแอปเปิลวอตช์ก่อนใคร
     
       ***ไม่จองไม่ได้ซื้อ
     
       สาวกแอปเปิลทั่วโลกรู้ดีว่าแอปเปิลวอตช์จะถูกวางจำหน่ายจำนวนจำกัดในวันวางแผง วันแรก แต่แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าจำนวนจำกัดนั้นคือจำนวนเท่าใด ซึ่งทำให้สาวกหลายคนอาจผิดหวังเสียความรู้สึกจากการเข้าแถวต่อคิวนานแต่สินค้ากลับหมดลงก่อน ปรากฏว่าครั้งนี้แอปเปิลตัดปัญหาด้วยการตั้งนโยบายใหม่ โดยกำหนดให้ผู้ที่จะสามารถซื้อแอปเปิลวอตช์ในวันที่ 24 เมษายนนี้ได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่สั่งจองเครื่องรุ่นที่ต้องการมาก่อนล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์
     
       คำยืนยันนี้ สะท้อนถึงเงื่อนไขพิเศษว่าสาวกแอปเปิลจะไม่สามารถเดินดุ่มเข้าไปที่ร้านแอ ปเปิลสโตร์ (Apple Store) ใกล้บ้านเพื่อซื้อสินค้าตระกูลแอปเปิลวอตช์ที่ต้องการได้ด้วยการหยิบจากชั้นวาง ที่สำคัญ รายงานจากสำนักข่าวซีเน็ต (CNET) ยังระบุว่าเงื่อนไขนี้อาจไม่ได้กินเวลาเฉพาะการซื้อขายแอปเปิลวอตช์ในวันที่ 24 เมษายนนี้เท่านั้น แต่จะมีผลครอบคลุมไปเรื่อยจนกว่าแอปเปิลจะเปลี่ยนนโยบาย
     
       นักวิเคราะห์เชื่อกันว่า มีความเป็นไปได้ที่แอปเปิลจะคงนโยบาย 'จองก่อนซื้อ' กับการขายแอปเปิลวอตช์ทุกเรือน เพื่อดึงให้ลูกค้าแอปเปิลทุกคนที่ต้องการซื้อแอปเปิลวอตช์เข้าสู่ระบบจองสินค้าออนไลน์ก่อนจะวางแผนไปรับสินค้าที่ร้านแอปเปิลสโตร์ หรืออาจเป็นการส่งสินค้าทางไปรษณีย์หากลูกค้าต้องการ
     
       นโยบาย จองก่อนซื้อของแอปเปิลวอตช์ถูกวิเคราะห์ว่าไม่เพียงสามารถช่วยให้แอปเปิลควบ คุมระบบสินค้าในคลังได้ดีขึ้น และช่วยให้ลูกค้าสามารถรับทราบช่วงเวลาได้รับสินค้าอย่างแม่นยำ แต่ยังช่วยให้แอปเปิลสามารถจัดการขั้นตอนการซื้อสินค้าที่ร้านของแอปเปิลได้ อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม เนื่องจากแอปเปิลจำเป็นต้องแน่ใจว่าลูกค้ารับทราบวิธีการเรียกใช้คุณสมบัติ สุดเลิศของแอปเปิลวอตช์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ลูกค้าแต่ละคน รวมถึงการเสนอขายสายนาฬิกาและคำแนะนำเรื่องสไตล์การตั้งค่านาฬิกาที่เข้ากัน ทั้งหมดนี้ทำให้แอปเปิลวอตช์กลายเป็นสินค้าที่ต้องการเวลาในการขายมากกว่า สินค้าชนิดอื่นของแอปเปิล
     
       นอกจากนี้ อีกสาเหตุที่ทำให้แอปเปิลวอตช์ไม่ใช่สินค้าที่ผู้ซื้อสามารถหยิบจากชั้นวาง แล้วเดินไปจ่ายเงิน คือแผนการตลาดของแอปเปิลที่ต้องการทำให้การซื้อแอปเปิลวอตช์เป็นประสบการณ์ การซื้อสินค้าเฉพาะบุคคลมากขึ้น จุดนี้ทำให้แอปเปิลสามารถจัดสรรเวลาและพนักงานให้ลูกค้ามีโอกาสทดลองสวมนาฬิกาพร้อมสายคาดหลากสีได้เต็มที่ รวมถึงการทดลองใช้งานสินค้าที่ร้านได้นานขึ้น ไม่ว่าวันนั้นร้านแอปเปิลสโตร์จะมีลูกค้ามากแค่ไหนก็ตาม
     
       เบื้องต้น สื่ออเมริกันฟันธงว่านโยบาย 'ไม่จองไม่ขาย' จะทำให้โลกไม่ได้เห็นภาพคิวต่อแถว ยาวเหยียดเพื่อซื้อแอปเปิลวอตช์ เนื่องจากรายงานระบุด้วยว่าผู้ที่มีโอกาสเดินเข้าไปในร้านแอปเปิลสโตร์ เพื่อ 'จองเวลาทดลองใส่' แอปเปิลวอตช์ ก็จะไม่สามารถซื้อนาฬิกานี้ได้จนกว่าจะมีการสั่งซื้อแอปเปิลวอตช์ออนไลน์ ก่อนตัดสินใจรับสินค้าด้วยตัวเองที่ร้านหรือส่งไปรษณีย์ ทั้งหมดนี้ถือเป็นนโยบายใหม่ที่ยังรอการวัดผลว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ในอนาคต

10 เม.ย. จุดพลุจอง Apple Watch

        ***อดขายที่สวิตเซอร์แลนด์ (ระยะนี้)
     
       แม้สวิตเซอร์แลนด์จะไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 9 ประเทศแรกที่นาฬิกาไฮเทคอย่างแอปเปิลวอตช์จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนเมษายน นี้ แต่เพราะความคาดหมายว่าแอปเปิลวอตช์อาจเป็นสินค้าที่ทำให้อุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส เกิดการเปลี่ยนแปลง นักสังเกตการณ์หลายคนจึงจับตามองอย่างมากเมื่อมีข่าวว่าแอปเปิลอาจยังไม่ สามารถขายแอปเปิลวอตช์ที่สวิตเซอร์แลนด์ได้เพราะปัญหาลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า อย่างน้อยก็ในระยะแรกที่แอปเปิลวอตช์เริ่มทำตลาด
     
       ข่าวนี้ทำให้มีการล้อเลียนว่ากลุ่มผู้ผลิตนาฬิกาสวิสอาจมีเวลาหายใจมากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะต้องปวดหัวกับการบุกตลาดของแอปเปิลวอตช์ในบ้านตัวเอง โดยเพียง 4 วันก่อนกำหนดการจอง สื่อสวิตเซอร์แลนด์ ออกมาเปิดเผยว่าแอปเปิลอาจไม่มีสิทธิ์ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า 'apple' กับนาฬิกาสมาร์ทวอตช์ในสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากมีการจดทะเบียนชื่อเครื่องหมายการค้านี้ไว้แล้วตั้งแต่ 1985
     
       รายงานจากนิตยสาร Business Montres and Joaillerie ของสวิตฯระบุว่าการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในปี 1985 ทำให้บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาสวิส 'ลีโอนาร์ด ไทม์พีซเซส' (Leonard Timepieces) มีสิทธิ์ใช้ภาพและคำว่า Apple ในการทำตลาดสินค้ากลุ่มนาฬิกาและเครื่องประดับเพียงรายเดียว จุดนี้ข้อมูลระบุว่าแม้จะจดทะเบียนตั้งสำนักงานในสวิตเซอร์แลนด์ แต่ Leonard Timepieces เป็นของนักธุรกิจสิงคโปร์ชื่อวิลเลียม เหลียง (William Leong)
     
       แม้จะถือว่าเป็นอุปสรรคในการขยายตลาดแอปเปิลวอตช์สู่สวิตเซอร์แลนด์ แต่คาดว่าปัญหานี้จะเกิดขึ้นไม่นานเนื่องจากอายุทะเบียนเครื่องหมายการค้า ที่ถูกจดไว้นานเกือบ 30 ปีนี้กำลังหมดลงในวันที่ 5 ธันวาคมปีนี้
     
       นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แอปเปิลเผชิญปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ชื่อเครื่องหมายการค้า ย้อนกลับไปในปี 2007 การเปิดตัวไอโฟน (iPhone) ทำให้บริษัทไอทียักษ์ใหญ่แห่งวงการเน็ตเวิร์กอย่างซิสโก้ (Cisco) ฟ้องแอปเปิลฐานละเมิดใช้ชื่อ 'iPhone' ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องหมายการค้าและผลิตภัณฑ์ของบริษัทซิสโก้ โดยบริษัทมีสิทธิ์ครอบครองตั้งแต่ช่วงปี 2000 ผลจากการควบรวมกิจการกับบริษัท อินโฟเกียร์ เทคโนโลยี (Infogear) ซึ่งเป็นผู้จดลิขสิทธิ์ชื่อไอโฟนเป็นรายแรก
     
       ครั้งนั้น ซิสโก้ระบุว่าได้ตัดสินใจนำชื่อ iPhone มาใช้ในการทำตลาดผลิตภัณฑ์โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) โดยช่วงก่อนหน้าการเปิดตัวไอโฟนของแอปเปิล ทั้งสองบริษัทได้มีการเจรจากันเพื่อขออนุญาตใช้ชื่อไอโฟนในโทรศัพท์มือถือ ของแอปเปิล แต่ซิสโก้ยื่นเอกสารฟ้องเนื่องจากผู้บริหารของแอปเปิลตัดสินใจแถลงข่าว ผลิตภัณฑ์ก่อนได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จุดนี้ทำให้คดีความยุติลงอย่างรวดเร็วเพราะทั้งคู่สามารถเจรจาตกลงด้วยดี
     
       สำหรับ 9 ตลาดที่แอปเปิลจะวางจำหน่ายแอปเปิลวอตช์ก่อนใครคือออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา
     
       ***กระหึ่มธุรกิจเช่า แอปเปิลวอตช์
     
       ในขณะที่แอปเปิลกลายเป็นกระแสร้อนแรง บริษัทเกิดใหม่ในสหรัฐฯชื่อ Lumoid ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเนื่องจากสตาร์ทอัปจากซิลิกอนวัลเลย์รายนี้กำลัง เตรียมขยายธุรกิจด้วยการเปิดให้เช่าแอปเปิลวอตช์ในราคารับได้ ขณะเดียวกันก็พร้อมเป็นตัวแทนจำหน่ายแอปเปิลวอตช์โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องลงทะเบียนจองออนไลน์ให้ยุ่งยาก
     
       Lumoid นั้นเป็นบริษัทเกิดใหม่ที่ให้บริการเช่าและจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แก่ ผู้บริโภค หลักการของ Lumoid คือลูกค้าจะสามารถเช่าสินค้าที่สนใจซื้อไปใช้งานที่บ้าน 1 สัปดาห์โดยเสียค่าบริการไม่ถึง 100 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งหากติดใจ ลูกค้าจะสามารถสั่งซื้อสินค้าชิ้นใหม่ได้พร้อมกับรับเงินค่าเช่าคืนครึ่งหนึ่งหรือบางส่วน กรณีของแอปเปิลวอตช์ รายงานระบุว่าค่าเช่านาฬิการุ่นเริ่มต้น Apple Watch Sport กับ Lumoid คือ 45 เหรียญสหรัฐต่อ 1 สัปดาห์ (ราว 1,440 บาท) ซึ่งลูกค้าจะได้รับเงินคืน 25 เหรียญหากตัดสินใจซื้อ
     
       หากเป็นรุ่นราคาแพงขึ้นอย่าง Apple Watch (ราคาจำหน่ายระหว่าง 549-1,099 เหรียญ) จะมีค่าเช่า 55 เหรียญ อัตราเงินคืนอยู่ที่ 30 เหรียญหากลูกค้าตัดสินใจซื้อ อย่างไรก็ตาม รายงานระบุชัดว่า Lumoid จะไม่ให้บริการนาฬิการุ่นหรู Apple Watch Edition
     
       รายงานจากสำนักข่าวซีเน็ตระบุว่าชาวอเมริกัน 2,000-3,000 คนเริ่มลงชื่อรอใช้งานแอปเปิลวอตช์กับ Lumoid แล้ว คาดว่าทีมงานของ Lumoid จะยกพลไปกว้านซื้อนาฬิกาอัจฉริยะของแอปเปิลในวันที่ 24 เมษายนนี้ แม้ว่า Lumoid จะไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับแอปเปิลก็ตาม
     
       ****Apple Watch พร้อมรบ?
     
       นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นแรกของแอปเปิลนั้นถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 9 กันยายนปีที่แล้ว ตัวนาฬิกามีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 38 มม. และ 42 มม. ครั้งนั้นแอปเปิลระบุว่า ผู้ใช้จะสามารถรับ และส่งข้อความจากนาฬิกานี้ได้อย่างสะดวกสบาย ขณะเดียวกัน ก็สามารถรับสายโทรศัพท์ รวมถึงติดตามข้อมูลสุขภาพ และการออกกำลังกาย ซึ่งผู้ใช้สามารถถ่ายโอนข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ได้จากข้อมือของตัวเอง และสามารถทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าอย่าง iPhone 5
     
       หนึ่งในจุดเด่นของ แอปเปิลวอตช์ คือ รูปแบบหน้าปัดนาฬิกาที่แอปเปิลเปิดให้ผู้ใช้เลือกได้มากกว่า 11 แบบ แถมผู้ใช้ยังสามารถเลื่อน ขยาย หรือเปิดใช้เมนูต่างๆ ด้วยปุ่มพิเศษด้านข้างนาฬิกาซึ่งสื่ออเมริกันให้ชื่อว่าเป็น 'dial click wheel' ยุคใหม่ของแอปเปิล เช่นเดียวกับนาฬิกาอัจฉริยะทั่วไป ภายใน แอปเปิลวอตช์ จะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ รองรับ GPS และระบบ Wi-Fi ตัวสายมีให้เลือก 6 รูปแบบ ทั้งจากวัสดุหนังแท้ โลหะ และพลาสติก แต่ความต่างคือการใช้ชิป S1 และวัสดุหลังเครื่องที่ผู้ใช้สามารถเลือกความหรูหราได้หลายระดับ ไล่ตั้งแต่สเตนเลสอัลลอย อะลูมิเนียม รวมถึงทอง 18 กะรัต
     
       แอปเปิลแบ่งสายผลิตภัณฑ์กลุ่มนาฬิกาโดยเริ่มต้นที่ 'แอปเปิล วอตช์ สปอร์ต' (Apple Watch Sport) กำหนดราคาจำหน่าย 349 เหรียญสหรัฐ สำหรับรุ่นหน้าปัดขนาด 38 มม. และ 399 เหรียญสำหรับรุ่นหน้าปัดขนาด 42 มม. ถัดมาเป็นกลุ่ม 'แอปเปิล วอตช์' (Apple Watch) ที่ใช้วัสดุสเตนเลสสตีล หรูยิ่งขึ้นเพื่อวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 549 และ 599 เหรียญสหรัฐ ตามขนาดหน้าปัดที่ต่างกัน
     
       แอปเปิลวอตช์ รุ่นหรูสุดขีดคือ 'แอปเปิล วอตช์ อิดิชัน' (Apple Watch Edition) สนนราคาเริ่มที่ 10,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจะวางจำหน่ายในร้านแอปเปิลบางสาขาเท่านั้น
     


http://manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9580000041016
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.