Header Ads

Breaking News
recent

03 มิถุนายน 2558 "วิเชียร สหพัฒนประเสริฐ" เจ้าของร้านค้าปลีกและค้าส่ง "นาซ่าโฟน" เปิดเผยว่า ร้านค้ารายย่อยทำธุรกิจค่อนข้างลำบาก นื่องจากสาขาของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่กระจายไปเกือบทั่วประเทศทำให้ไม่จำเป็นต้องมาซื้อที่มาบุญครอง

ประเด็นหลัก




ด้าน "วิเชียร สหพัฒนประเสริฐ" เจ้าของร้านค้าปลีกและค้าส่ง "นาซ่าโฟน" เปิดเผยว่า ร้านค้ารายย่อยทำธุรกิจค่อนข้างลำบาก เนื่องจากสาขาของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่กระจายไปเกือบทั่วประเทศทำให้ไม่จำเป็นต้องมาซื้อที่มาบุญครองประกอบกับกำลังซื้อยังไม่ดีนัก แต่ยังดีอยู่บ้างที่ได้กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งใจมาซื้อ

"ยอดขายและรายได้ของนาซ่ายังเติบโตแม้มีแค่สาขาเดียวที่มาบุญครอง เพราะเน้นขายส่งให้ลูกตู้ในมาบุญครองด้วยกันเอง และรายย่อยในต่างจังหวัด โดยตั้งราคา แต่ละรุ่นเอง เช่น Galaxy S6 ของซัมซุงปกติในตลาดขายที่ 23,900 บาท เราขาย 21,600 บาท โดยนำกำไรของการขายรุ่นอื่นมาทบส่วนต่างทำให้ขายถูกกว่าตลาดได้"








_____________________________________




ค้าปลีก "ไอที-มือถือ" ปรับตัว ดิ้นฝ่าวิกฤตกำลังซื้อ-ลุ้น Q4 ฟื้น



นอกจากกำลังซื้อครึ่งปีแรกจะยังไม่ฟื้นส่งผลต่อยอดขายอุปกรณ์ไอที ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยันโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์เสริม หรือแม้แต่ "สมาร์ทโฟน" ที่เติบโตจากแรงส่งของโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็ส่งไปไม่ถึงร้านค้าปลีก ด้วยว่าค่ายมือถือลงมาเล่นเกมนี้เองด้วยเครื่องเฮาส์แบรนด์ราคาถูก ช่วงกลาง พ.ค.ที่ผ่านมา "ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจตลาดในห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง และไอทีมอลล์ ฟอร์จูนทาวน์ พบว่า บรรยากาศในโซนขายมือถือบริเวณชั้น 4 ห้างมาบุญครองค่อนข้างเงียบเหงา โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย มีไม่น้อยขึ้นป้ายให้เช่าแตกต่างไปจากเชนสโตร์ และร้านของค่ายมือถือ ไม่ว่าจะเป็นทีจีโฟน, เอไอเอส,ดีแทค, ทรูมูฟ ที่ทั้งชาวไทย และต่างชาติ เข้าไปเลือกดูสินค้าเป็นจำนวนมาก

พนักงานประจำร้านแห่งหนึ่งกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้ากับร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ และร้านของโอเปอเรเตอร์มากขึ้น เพราะสมาร์ทโฟนและแท็บเลตราคาค่อนข้างสูงจึงต้องการความมั่นใจ ทั้งคุณภาพสินค้า และบริการหลังการขาย

ด้าน "วิเชียร สหพัฒนประเสริฐ" เจ้าของร้านค้าปลีกและค้าส่ง "นาซ่าโฟน" เปิดเผยว่า ร้านค้ารายย่อยทำธุรกิจค่อนข้างลำบาก เนื่องจากสาขาของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่กระจายไปเกือบทั่วประเทศทำให้ไม่จำเป็นต้องมาซื้อที่มาบุญครองประกอบกับกำลังซื้อยังไม่ดีนัก แต่ยังดีอยู่บ้างที่ได้กลุ่มชาวต่างชาติที่ตั้งใจมาซื้อ

"ยอดขายและรายได้ของนาซ่ายังเติบโตแม้มีแค่สาขาเดียวที่มาบุญครอง เพราะเน้นขายส่งให้ลูกตู้ในมาบุญครองด้วยกันเอง และรายย่อยในต่างจังหวัด โดยตั้งราคา แต่ละรุ่นเอง เช่น Galaxy S6 ของซัมซุงปกติในตลาดขายที่ 23,900 บาท เราขาย 21,600 บาท โดยนำกำไรของการขายรุ่นอื่นมาทบส่วนต่างทำให้ขายถูกกว่าตลาดได้"




เจ้าของร้านที่นำเข้าโทรศัพท์มือถือรายหนึ่ง กล่าวว่าการนำเข้าเครื่องมาจำหน่ายก่อนที่เมืองไทยจะเปิดตัวเป็นอีกทางเลือกในการทำธุรกิจในมาบุญครอง เพราะกลุ่มที่ชื่นชอบเทคโนโลยีไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ นอกจากขายหน้าร้านแล้วยังโปรโมตผ่านเว็บไซต์ หรือหน้าเพจเฟซบุ๊กจึงไม่ต้องรอให้ลูกค้าเดินมาซื้อที่หน้าร้าน

"ผู้สื่อข่าว" ยังไปเดินสำรวจบรรยากาศการซื้อขายสินค้าที่ "ไอทีมอลล์" ฟอร์จูนทาวน์บริเวณชั้น 2-4 พบว่ามีคนเข้าไปเดินดูสินค้าประปราย โดยชั้น 2 เป็นร้านจำหน่ายสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์เสริม เช่น เคสมือถือ, ฟิล์มกันรอย รวมถึงเปิดเป็นร้านรับซ่อม ส่วนชั้น 3 และ 4 เน้นสินค้าไอที ตั้งแต่ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์, กล้องติดรถยนต์, พรินเตอร์ และอุปกรณ์เสริม

พนักงานขายประจำร้านกล่าวในทำนองเดียวกันว่า ตั้งแต่ต้นปีตลาดค่อนข้างเงียบประกอบกับมีสมาร์ทโฟนจำนวนมากเข้ามาทำตลาดทำให้ร้านค้าไม่สามารถสต๊อกสินค้าได้มาก ๆ จึงต้องเลือกแบรนด์ที่จะนำมาวางขายให้ปล่อยของออกได้ง่าย ไม่เฉพาะมือถือ แม้แต่เคสก็ต้องเลือกรุ่นที่ขายดี เพราะการแข่งขันสูงมีสินค้าประเภทเดียวกันจำนวนมากทั้งที่เปิดหน้าร้าน และขายผ่านอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีต้นทุนค่าเช่า

"ชัยวัฒน์ เอมวงศ์" ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดศูนย์การค้า และอาคารสำนักงาน บมจ.ซี.พี.แลนด์ ผู้บริหาร "ฟอร์จูนทาวน์" กล่าวว่า เศรษฐกิจชะลอตัวทำให้สินค้าไอทีได้รับผลกระทบ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการปรับตัวจากที่เน้นฮาร์ดแวร์ไปขายโซลูชั่น มีการทำตลาดผ่านออนไลน์ มีบริการหลังการขายถึงบ้านลูกค้า รวมถึงปรับไปขายสินค้าแฟชั่น และพรีเมี่ยมมากขึ้น เช่น คีย์บอร์ดสำหรับเกมเมอร์, คอมพิวเตอร์สั่งประกอบ เป็นต้น แต่ที่ปรับตัวไม่ได้ปิดกิจการไปก็มี คาดว่าในไตรมาส 4 จะดีขึ้นเพราะมีสินค้าใหม่ และเป็นช่วงที่มีโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขายมาก


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1432787114
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.