Header Ads

Breaking News
recent

23 สิงหาคม 2558 OPPO ระบุ ตั้งเป้าส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟน 10% หรืออย่างน้อย 1 ล้านเครื่อง มี 8-10 รุ่น ราคา 2,990-19,990 บาท อีก 6 รุ่น ราคาสูงกว่า 10,000 บาท มีรุ่นที่รองรับ 4G ราคาเริ่มต้นที่ 5,990 บาท

ประเด็นหลัก


ด้านนายชานนท์ จิรายุกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายสมาร์ทโฟน OPPO (ออปโป้) กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนโตจากปีที่แล้ว 3% หรือ 1-1.1 ล้านเครื่อง/เดือน คิดเป็น 80% ของตลาดรวม ทำให้การลงทุนปีนี้ไม่ลดลงตามเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นตลาด โดยทั้งปีใช้เงิน 500 ล้านบาท ใกล้เคียงปีที่แล้ว ทั้งลงโฆษณาโทรทัศน์, ทำกิจกรรมตามจุดขาย และสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า เป็นต้น

และปีนี้ "ออปโป้" ตั้งเป้าส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟน 10% หรืออย่างน้อย 1 ล้านเครื่อง มี 8-10 รุ่น ราคา 2,990-19,990 บาท อีก 6 รุ่น ราคาสูงกว่า 10,000 บาท มีรุ่นที่รองรับ 4G ราคาเริ่มต้นที่ 5,990 บาท

ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาด 7.5% จากต้นปี5.5% ซึ่งวิธีที่จะทำให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นมาจากการทำตลาดสมาร์ทโฟนกลุ่มล่างราคาต่ำกว่า 5,000 บาท เป็นครั้งแรก แม้กลุ่มนี้จะไม่ได้กำไรเหมือนรุ่นที่ราคาเกิน 10,000 บาท

ขณะเดียวกัน บริษัทจะเปิดแฟลกชิปสโตร์เพิ่มเป็น 50 แห่ง จากที่มี 20-30 สาขา โดยเปิดดีลเลอร์ค้าปลีกหรือผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุน รวมถึงเปิดร้านเอง และในปลายปีจะส่งสมาร์ทโฟนในตระกูล R อีก 3 รุ่น ราคาเกิน 10,000 บาท เจาะตลาดกลางถึงบนรายงานข่าวแจ้งว่า มีสมาร์ทโฟนจากจีนในชื่อ Doogee (ดูจี) เข้ามาทำตลาดตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงทำตลาดอยู่ ซึ่งนอกจากเน้นราคาต่ำกว่า 5,000 บาทแล้ว ยังเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ และร้านตู้ขายโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันมี 4-5 รุ่นราคา 2,490-7,990 บาท มียอดขายรวมหลักพันเครื่อง/เดือน


_____________________________________________________













สมาร์ทโฟนปรับแผนสู้กำลังซื้อหด กัดฟันอัดแคมเปญ-ระดมเครื่องต่ำ5พันฟื้นยอด


สมาร์ทโฟนแบรนด์รองดิ้นสู้กำลังซื้อทรุดกัดฟันส่งรุ่นใหม่-อัดฉีดแคมเปญปลุกยอด"วีโว่" จัดหนักไตรมาส 4 "ไอมี่" ลุยชิงเค้กตลาดกลางถึงล่าง ควัก 200 ล้านบาทปูพรมสร้างแบรนด์ ขณะที่ "ไอ-โมบาย" ปรับแผนหวังพลิกเกมฟื้นยอดฟันธง "บิ๊กแบรนด์-โลคอลแบรนด์" เจ็บถ้วนหน้า แต่ตลาดรวมได้ยอดจากเฮาส์แบรนด์ค่ายมือถือพยุงไว้ ด้าน "ออปโป้"ขายเครื่องต่ำกว่า 5,000 บาท เป็นครั้งแรก


นายณฐกร จรูญโรจน์ ผู้อำนวยการแบรนด์ บริษัท วีโว่ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายสมาร์ทโฟน Vivo (วีโว่) จากประเทศจีน กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จะทำตลาดเต็มตัว

อีกครั้งในไตรมาส 4 หลังทยอยเปิดตัวเครื่องรุ่นใหม่ และอัดฉีดงบประมาณการตลาดเพื่อทำให้ผู้บริโภครู้จักแบรนด์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในไตรมาส 3 ของทุกปีเป็นช่วงที่การจับจ่ายโทรศัพท์มือถือค่อนข้างซบเซา บริษัทจึงเลือกรุกหนักอีกครั้งในปลายปีมากกว่า โดยยังเน้นทำตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางถึงบนเป็นหลักตั้งแต่ ส.ค. 2557 ที่ "วีโว่" เริ่มทำตลาดในประเทศไทย ปัจจุบันมียอดขาย 4-5 หมื่นเครื่อง/เดือน มีสินค้า 5-6 รุ่นราคา 9,000-17,990 บาท 4 รุ่น เช่น รุ่น X5Pro กล้อง 13 ล้านพิกเซล หน้าจอ 5.2 นิ้ว ราคา 13,990 บาท เป็นต้น ส่วนที่เหลือจะอยู่ที่ 3,900-6,900 บาท และไตรมาส 4

จะมีอีก 3-4 รุ่น เน้นคุณภาพเสียงและกล้อง ทั้งเพื่อเกาะกระแส 4G จึงมีเครื่องที่รองรับ 4G ราคาเริ่มต้น 7,000 บาท ด้วย

"วีโว่ทำตลาดในไทยมาปีเศษ ช่วงแรกยังไม่เป็นที่รู้จักทำให้ต้องปูพรมการตลาด ไล่ตั้งแต่การเปิดแฟลกชิปสโตร์ 10 กว่าแห่งและร่วมกับค้าปลีทั้งเจมาร์ท, ทีจีโฟน และซีเอสซี จัดโปรโมชั่นร่วมกันต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทแม่ที่จีนเพิ่งเซ็นสัญญากับยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ นำแคแร็กเตอร์การ์ตูนมาสร้างแบรนด์เริ่มที่มินเนี่ยน โดยจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำโฆษณา และโปรโมตสมาร์ทโฟนในโรงภาพยนตร์"

สภาพการแข่งขันในปัจจุบัน ทั้งด้วยกำลังซื้อ และสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยทำให้ตั้งแต่ต้นปียอดขายชะลอตัวลงชัดเจน คาดว่าตลาดรวมจะใกล้เคียงหรือมากกว่าปีที่แล้วเล็กน้อยหรืออยู่ที่ 18-19 ล้านเครื่อง เป็นสมาร์ทโฟน 70-80% ที่เหลือเป็นฟีเจอร์โฟน ปัจจัยที่อาจได้มากกว่า มาจากการประมูล 4G ปลายปี และมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของหลายแบรนด์เปิดตัวทำให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยราคาสมาร์ทโฟนที่ขายในตลาดแบ่งเป็นต่ำกว่า 5,000 บาท 50%, 5,000-10,000 บาท 30% และ 10,000 บาทขึ้นไป 20%

ด้านนายแจ๊กกี้ จางเจริญสุข ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอมี่ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟน iMI (ไอมี่) จากฮ่องกง กล่าวว่า ส.ค.นี้ทำตลาดในประเทศไทยครบ 1 ปี มีสมาร์ทโฟน 3 รุ่น ราคา 7,990 บาท ทำยอดขายได้กว่า 700 ล้านบาท ล่าสุดเปิดตัวอีก 4 รุ่นใหม่ ราคา 3,990-8,900 บาท พร้อมใช้งบประมาณการตลาดอีก 200 ล้านบาทกระตุ้นยอดในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี

"ตั้งแต่ ส.ค.ปีที่แล้ว ไอมี่ลงทุนไปกว่า 500 ล้านบาท ประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมตามหน้าร้านดีลเลอร์ ปีนี้เพิ่มพรีเซ็นเตอร์สร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภค ทั้งเปิดแฟลกชิปสโตร์อีก 8 แห่ง จากที่มี 4 แห่ง และร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์เพิ่มขึ้น คาดว่าจะทำให้ยอดขายถึง 3 แสนเครื่องในสิ้นปี คิดเป็นรายได้ที่ 1,500 ล้านบาท"



นายแจ๊กกี้กล่าวว่า สมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 10,000 บาท แข่งขันค่อนข้างสูง มีทั้งอินเตอร์แบรนด์และเฮาส์แบรนด์ของโอเปอเรเตอร์เข้ามาแย่งชิงยอดขายจำนวนมาก แต่ความต้องการใช้งานในตลาดยังมีอีก ทำให้แบรนด์ใหม่ ๆ ที่ทำสเป็กเครื่อง และราคาจูงใจยังสามารถมีพื้นที่ในตลาดได้ โดยไอมี่เพิ่งเปิดตัว 4 รุ่นใหม่ เช่น Messi Top สมาร์ทโฟนหน้าจอ 5.5 นิ้วแรม 3 GB ราคา 8,990 บาท และ Messi No.2 ราคา 6,590 บาท รองรับการใช้งาน 4G กล้องหลัง 18 ล้านพิกเซล

นายฑิตพล จันทรอุไร ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อทำให้ยอดขายครึ่งปีแรกของบริษัทไม่เป็นไปตามเป้า จึงเป็นไปได้ที่ถึงสิ้นปีนี้จะไม่สามารถทำได้ถึง 4 ล้านเครื่องตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปีนี้ บริษัทจะเพิ่มดีกรีการทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีก 100 ล้านบาท ในการรีแบรนด์ "ไอ-โมบาย" เพื่อปรับภาพลักษณ์สินค้าให้ทันสมัยขึ้น

.และจะร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์ทุกค่ายนำเครื่องไปขายผูกแพ็กเกจเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังได้รับคัดเลือกให้ร่วมโครงการ Android One ของกูเกิล ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาสมาร์ทโฟนราคาถูก เพื่อตอบโจทย์

ผู้ใช้งานระดับเบื้องต้น ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ดีขึ้น โดยสินค้ารุ่นแรกที่ออกสู่ตลาด ได้แก่ รุ่น IQ2 ราคา 4,444 บาท ซีพียูควอดคอร์ความเร็ว 1.2 GHz หน้าจอ

5 นิ้ว รองรับการใช้งาน 4G

"ต้นปีเราประเมินว่าเศรษฐกิจและอะไรต่าง ๆ จะฟื้น แต่ปรากฏว่าไม่เป็นเช่นกัน ครึ่งปีแรกกลับหดตัวจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนชัดเจน เพราะกำลังซื้อไม่ฟื้น ประกอบกับครึ่งปีหลังมีปัญหาค่าเงินบาทอ่อนตัวเข้ามาอีก ทำให้คาดว่าปีนี้ยอดขายมือถือในไทยน่าจะอยู่ที่ 18-19 ล้านเครื่อง น้อยกว่าปีก่อนที่ทำได้ 20 ล้านเครื่อง เป็นสมาร์ทโฟนมากกว่า 60% ถ้าเอาแค่อินเตอร์แบรนด์และโลคอลแบรนด์ ปีนี้ยอดขายเครื่องน่าจะลดลง 30% แต่เฮาส์แบรนด์ของโอเปอเรเตอร์กลับเติบโตอย่างรวดเร็ว จากแคมเปญต่าง ๆ ถ้าไม่มีแคมเปญของโอเปอเรเตอร์ตลาดน่าจะหดตัวกว่านี้"

ด้านนายชานนท์ จิรายุกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทย ออปโป้ จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายสมาร์ทโฟน OPPO (ออปโป้) กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้ตลาดสมาร์ทโฟนโตจากปีที่แล้ว 3% หรือ 1-1.1 ล้านเครื่อง/เดือน คิดเป็น 80% ของตลาดรวม ทำให้การลงทุนปีนี้ไม่ลดลงตามเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นตลาด โดยทั้งปีใช้เงิน 500 ล้านบาท ใกล้เคียงปีที่แล้ว ทั้งลงโฆษณาโทรทัศน์, ทำกิจกรรมตามจุดขาย และสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า เป็นต้น

และปีนี้ "ออปโป้" ตั้งเป้าส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟน 10% หรืออย่างน้อย 1 ล้านเครื่อง มี 8-10 รุ่น ราคา 2,990-19,990 บาท อีก 6 รุ่น ราคาสูงกว่า 10,000 บาท มีรุ่นที่รองรับ 4G ราคาเริ่มต้นที่ 5,990 บาท

ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาด 7.5% จากต้นปี5.5% ซึ่งวิธีที่จะทำให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นมาจากการทำตลาดสมาร์ทโฟนกลุ่มล่างราคาต่ำกว่า 5,000 บาท เป็นครั้งแรก แม้กลุ่มนี้จะไม่ได้กำไรเหมือนรุ่นที่ราคาเกิน 10,000 บาท

ขณะเดียวกัน บริษัทจะเปิดแฟลกชิปสโตร์เพิ่มเป็น 50 แห่ง จากที่มี 20-30 สาขา โดยเปิดดีลเลอร์ค้าปลีกหรือผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุน รวมถึงเปิดร้านเอง และในปลายปีจะส่งสมาร์ทโฟนในตระกูล R อีก 3 รุ่น ราคาเกิน 10,000 บาท เจาะตลาดกลางถึงบนรายงานข่าวแจ้งว่า มีสมาร์ทโฟนจากจีนในชื่อ Doogee (ดูจี) เข้ามาทำตลาดตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงทำตลาดอยู่ ซึ่งนอกจากเน้นราคาต่ำกว่า 5,000 บาทแล้ว ยังเน้นการขายผ่านช่องทางออนไลน์ และร้านตู้ขายโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันมี 4-5 รุ่นราคา 2,490-7,990 บาท มียอดขายรวมหลักพันเครื่อง/เดือน


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1439435973
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.