Header Ads

Breaking News
recent

03 มกราคม 2559 DTAC หารือ CAT โดยเบื้องต้นได้หารือกันในเรื่องจะนำคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้งาน ย่าน 1800 MHz ที่เหลืออยู่ 20 MHz มาทำในรูปแบบขายต่อขายส่ง (โฮลเซลล์)

ประเด็นหลัก



ขณะเดียวกัน ดีแทคได้หารือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)ในฐานะผู้ให้สัญญาสัมปทานแก่ดีแทคโดยเบื้องต้นได้หารือกันในเรื่องจะนำคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้งาน ย่าน 1800 MHz ที่เหลืออยู่ 20 MHz มาทำในรูปแบบขายต่อขายส่ง (โฮลเซลล์)

"ถามว่าเราประเมินสถานการณ์ผิดหรือไม่ที่ไม่เคาะราคา 1800 MHz เนื่องจากราคาที่ประมูลได้มีราคาสูงเมื่อเทียบกับตลาดทั่วโลก และดีแทควางกลยุทธ์ที่จะไปที่จะไปเคาะราคาที่คลื่น 900 MHz มากกว่า ซึ่งแม้ว่าเราจะพลาดทั้ง 2 ไลเซ่นส์ ทำให้ดีแทคไม่ได้ก่อภาระหนี้เพิ่มจากการประมูลทำให้ดีแทคนำเงิน 70,000 ล้านบาท มาลงทุนขยายโครงข่าย และมีความสามารถในการแข่งขันมากกว่าคู่แข่ง ส่วนที่ว่าจะกลัวหลุดจากผู้นำตลาดในอันดับ 2 หรือไม่นั้น ถ้าหากนับจำนวนลูกค้าที่ห่างจากกัน 2 ล้านรายห่างนับจากฐานลูกค้าแต่เราจะดูจากรายได้ที่ได้เป็นหลัก"





__________________________________________________________






22 ธ.ค.58 นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ภายในไตรมาส 1 ปีหน้าเอไอเอสจะสามารถนำคลื่น 3 จีย่าน 2100 MHz มาที่บรรลุการทำสัญญากับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จำนวน 15 MHz ในสัญญา 10 ปีได้อย่างทางการ ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอทีได้ผ่านการอนุมัติไปแล้วรอเพียงขั้นตอนทางเอกสารเท่านั้น

ดังนั้น ในปีหน้าเอไอเอสจะมีคลื่นความถี่รวม 45 MHz แบ่งเป็นคลื่น 2100 MHz ที่เอไอเอสประมูลได้เมื่อปี 2555 จำนวน 15 MHz คลื่น 1800 MHz ที่ประมูลได้จำนวน 15 MHz เมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา และคลื่น 2100 ที่ร่วมกับทีโอที สถานีฐานมากกว่า 25,000 แห่ง และสถานีฐานเดิมที่เอไอเอสส่งมอบให้ทีโอทีภายใต้สัญญาสัมปทานจำนวน 13,500 แห่ง ก็จะทำให้เอไอเอสยังคงเป็นผู้นำในตลาดโทรคมนาคมต่อไป ทั้งในแง่ส่วนแบ่งรายได้ 52% และจำนวนลูกค้า 40%

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยหลังจากพลาดหวังการประมูล 4G ทั้ง 2 คลื่นความถี่ ได้แก่ คลื่นย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) และ 900 MHz ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดให้มีการประมูลเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 และ วันที่ 15 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมาว่า ดีแทค มีคลื่นความถี่เพียงที่จะให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเห็นได้ว่า คลื่นทั้ง 2 ความถี่ ไม่ใช่คลื่นของดีแทค จึงทำให้ดีแทคก่อนและหลังการประมูลดีแทคไม่ได้ศูนย์เสียคลื่นความถี่แต่มีความถี่เท่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ดีแทคมองว่า เงินที่ดีแทคนำไปประมูลสามารถนำมาลงทุนโครงข่ายให้ดีขึ้น โดยเป้าหมายดีแทคหลังจากนี้คือในเรื่องของ 1.โครงข่าย 2.พัฒนาแพคเกจ 3.การพัฒนาสังคมให้เป็นไปตามดิจิตอลอีโคนามี่ โดยจะเพิ่มความเร็วของบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 4G ให้เป็นไฮสปีด ถึง 100 เมกะบิต ( Mbps) ในเขต กทม . และเป็นไฮสปีด 4G ขยายการให้บริการในเขตหัวเมืองใหญ่ ทั่วประเทศ

"หลังจากนี้จะเห็นสงคราม 4G ในปี 2016 ดีแทคจะทำทุกอย่างเรื่อง 4Gโดยปัจจุบันดีแทค มีลูกค้าราว 2.2 ล้านเลขหมาย และในปีหน้าจะมีลูกค้าถึง 4.5 ล้านเลขหมาย ดีแทคจะลงทุนขยายการติดตั้งโครงข่าย และอุปกรณ์ที่รองรับ 4G มากขึ้น ดีแทคเป็นบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือเทเลนอร์ ที่มีความมุ่งมั่นที่จะลงทุนในประเทศไทยอย่างจริงจัง โดยคาดว่า ในปีหน้าจะลงทุนมากกว่าปีก่อนที่ลงทุนไปราว 20,000 ล้านบาท"

นอกจากนี้ ดีแทคเชื่อว่าหลังจากที่มีการประมูล 900 MHz ที่ดีแทคอาจจะไม่ชนะ แต่ดีแทคได้เสนอราคาไปถึง 70,000 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคำมั่นสัญญาที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไป

ดังนั้น จากการประมูล 2 รอบที่ผ่านมา ฉะนั้น รัฐบาลน่าจะมองเห็นว่า คลื่นเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าและเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในอนาคต และเชื่อว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใดวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การประมูล ดังนั้น ทุกรัฐบาลจะเห็นสิ่งเหล่านี้ตรงกัน

"เทเลเนอร์ลงทุนในประเทศไทย ไม่ใช่เพิ่งมาลงทุน แต่เรามาเป็น 10 ปี เราเห็นมาทุกรูปแบบ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัจจัยที่เป็นความเสี่ยงในการลงทุนไม่ใช่เรื่องที่จะตกใจกัน เรายังยืนยันที่จะลงทุนในประเทศไทยต่อไปถึงแม้จะหมดอายุสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 MHz จำนวน 25 MHz และคลื่นย่าน 850 MHz จำนวน 10 MHz ที่จะสิ้นสุดอายุสัมปทานในปี 2561" นายลาร์ส กล่าว

ขณะเดียวกัน ดีแทคได้หารือกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)ในฐานะผู้ให้สัญญาสัมปทานแก่ดีแทคโดยเบื้องต้นได้หารือกันในเรื่องจะนำคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้งาน ย่าน 1800 MHz ที่เหลืออยู่ 20 MHz มาทำในรูปแบบขายต่อขายส่ง (โฮลเซลล์)

"ถามว่าเราประเมินสถานการณ์ผิดหรือไม่ที่ไม่เคาะราคา 1800 MHz เนื่องจากราคาที่ประมูลได้มีราคาสูงเมื่อเทียบกับตลาดทั่วโลก และดีแทควางกลยุทธ์ที่จะไปที่จะไปเคาะราคาที่คลื่น 900 MHz มากกว่า ซึ่งแม้ว่าเราจะพลาดทั้ง 2 ไลเซ่นส์ ทำให้ดีแทคไม่ได้ก่อภาระหนี้เพิ่มจากการประมูลทำให้ดีแทคนำเงิน 70,000 ล้านบาท มาลงทุนขยายโครงข่าย และมีความสามารถในการแข่งขันมากกว่าคู่แข่ง ส่วนที่ว่าจะกลัวหลุดจากผู้นำตลาดในอันดับ 2 หรือไม่นั้น ถ้าหากนับจำนวนลูกค้าที่ห่างจากกัน 2 ล้านรายห่างนับจากฐานลูกค้าแต่เราจะดูจากรายได้ที่ได้เป็นหลัก"

อย่างไรก็ตาม ตลาดโทรคมนาคมในปีหน้า จะเป็นตลาดโทรคมนาคมหน้าตาใหม่ การแข่งขันในเชิงการมีความถี่หรือไม่มีความถี่และมีรายใหม่เข้ามานั้น สำหรับดีแทค ถือว่าเป็นโอกาสและสามารถทำธุรกิจได้มากกว่า มีการเสนอบริการใหม่ให้แก่ลูกค้า ที่จะเปลี่ยนไปจากปัจจุบันอย่างมาก



http://www.naewna.com/business/194257
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.