Header Ads

Breaking News
recent

30 มิถุนายน 2559 สันติอโศกร่วมพลังหนีค่าย DTAC ซบค่ายอื่น วมพลังย้ายค่ายโทรศัพท์จากดีแทคเป็น cat อย่างน้อยก็เป็นกิจการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐ เงินค่าโทรศัพท์อย่างน้อยเข้ารัฐไม่ได้เข้าหาบริษัทนายทุน

ประเด็นหลัก

สันติอโศกร่วมพลังหนีค่ายดีแทคซบค่ายอื่น
หลังจากเกิดกระแสต่อต้านการใช้บริการโทรศัพท์ในเครือข่าย บมจ.ดีแทค นั้น ล่าสุด ล่าสุดในเพจของผู้ใช้เฟสบุ๊คส์ชื่อ "ในน้ำคำ มาจน" ซึ่งระบุสถานะการทำงานที่สถานีโทรทัศน์ บุญนิยมทีวี ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า " เริ่มแล้วค่ะ 20 มิ.ย. 59 9.30น. ชาวชุมชนราชธานีอโศก รวมพลังย้ายค่ายโทรศัพท์จากดีแทคเป็น cat อย่างน้อยก็เป็นกิจการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐ เงินค่าโทรศัพท์อย่างน้อยเข้ารัฐไม่ได้เข้าหาบริษัทนายทุน และทั้งนี้ ทางกลุ่มมีความคิดเห็นที่ต่างจากเจ้าสัวบุญชัย จึงตัดสินใจว่ากลุ่มสมาชิกที่ได้ใช้โทรศัพท์เครือข่ายดีแทค ย้ายเครือค่ายไปยังค่ายอื่น และตอนนี้มีกลุ่มสันติอโศก รวมกลุ่มย้ายเครือข่ายเกือบประมาณ 1,000 คนแล้ว"
__________________________________________________
ย้ายหนีDTAC 'สันติอโศก'ตอบโต้'บุญชัย'-DSIรุกสอบ

รองโฆษ สตช.เผยสั่งตรวจสอบกรณี "เจ้าสัวบุญชัย" ระดมศิษย์ธรรมกายร่วมปกป้อง "พระธัมมชโย" ผิดกฎหมายหรือไม่ ด้านดีเอสไอเตรียมขอศาลออกหมายค้นวัดอีกรอบ 2 "อธิบดี" สั่งฝ่ายกฎหมายตรวจสอบคำพูด "บุญชัย" เข้าข่ายความผิดหรือไม่ ขณะที่ "พุทธะอิสระ"เชียร์'ทายาทโนเบิล'ชนเจ้าสัวบุญชัยแห่งค่ายดีแทค ขณะที่กลุ่มสันติอโศกร่วมพลัง ย้ายค่ายหนีดีแทคไปซบค่ายอื่น"บิ๊กป้อม" ระบุ "เจ้าสัวบุญชัย" แค่ชวนศิษย์ธรรมกายมาสวดมนต์ ไม่ได้ปลุกระดมให้มาปกป้องพระธัมมชโย
พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าฝ่ายกฎหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างตรวจสอบพฤติกรรมของนายบุญชัย เบญจรงคกุล ผู้บริหารบริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (ดีแทค) กรณีออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านช่อง DMC ของวัดพระธรรมกาย ก่อนมีผู้นำมาเผยแพร่ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะเชิญชวนลูกศิษย์ทั่วประเทศมาร่วมปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย รวมพลังปกป้องพระธัมมชโย ว่า เป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายเข้าข่ายความผิดฐานให้การช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่
ส่วนการรวมตัวกันของลูกศิษย์วัดพระธรรมกายไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มองว่ายังไม่เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ เพราะส่วนใหญ่ยังรวมตัวปฏิบัติธรรมอยู่ในพื้นที่ของวัด
DSIเตรียมขอหมายค้นวัดธรรมกายรอบ2
พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอจะยื่นต่อศาลเพื่อขอออกหมายค้นวัดพระธรรมกายรอบ 2 อย่างแน่นอน แต่ยังไม่ระบุว่าเมื่อใด เนื่องจากต้องมีการหารือในที่ประชุมเพื่อกำหนดทิศทางก่อน
ส่วนกรณีที่นายบุญชัย เบญจรงคกุล นักธุรกิจชื่อดังได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ของวัดพระธรรมกาย โดยเชิญชวนศิษย์วัดพระธรรมกายมาร่วมกันปฏิบัติธรรมจะเข้าข่ายปลุกระดมและมั่วสุมหรือไม่นั้น ดีเอสไอจะนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมว่า เข้าข่ายการกระทำความผิดหรือไม่
ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายของดีเอสไอ พิจารณาเจตนาของนายบุญชัยว่า คำพูดในการให้สัมภาษณ์จะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ เบื้องต้นทราบว่าเป็นเพียงการเชิญลูกศิษย์ไปทำบุญเท่านั้น แต่หากมีการเชิญชวนให้มาร่วมปกป้องพระธัมมชโยเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่จับกุมนั้น ก็อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้
แจงจนท.ทำตามขั้นตอนกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (20 มิ.ย.) คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า (1)กรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร อันสืบเนื่องมาจากคดีการทุจริตภายในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่เป็นคดีพิเศษไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยคดีนี้เป็นคดีพิเศษที่ 27/2559 (2)ทางการสอบสวนมีการดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมกับผู้ต้องหารายอื่น รวม 5 คน และพระเทพญาณมหามุนี ไม่มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยศาลอาญาได้ออกหมายจับไว้ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจรเพื่อให้เจ้าพนักงานจับตัวมาดำเนินคดี ต่อมาพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี กับพวก รวม 5 คน ในข้อหาดังกล่าว และส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2559
(3)พนักงานสอบสวนคดีพิเศษมีฐานะเป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 โดยยังมีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่งศาลในการติดตามจับกุมตัวบุคคลตามหมายจับในคดีพิเศษมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และ (4)มีข้อมูลว่าพระเทพญาณมหามุนี ซึ่งเป็นบุคคลมีหมายจับ อยู่ในบริเวณวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นที่ส่วนบุคคล (ที่รโหฐาน) ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 81 กำหนดว่าไม่ว่าจะมีหมายจับหรือไม่ก็ตาม ห้ามมิให้จับในที่รโหฐาน เว้นแต่จะได้ทำตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้ อันว่าด้วยการค้นในที่รโหฐาน จึงได้ยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลเพื่อจับบุคคลดังกล่าวและศาลอาญาได้ใช้ดุลยพินิจซักถามเหตุผลความจำเป็นแล้วจึงออกหมายค้นให้
"พุทธะอิสระ"หนุน'ทายาทโนเบิล'ชนเจ้าสัวบุญชัย
วานนี้ (20) พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊กสนับสนับนายธนัตถ์ (ทายาทธุรกิจในเครือโนเบิล) ระบุว่า ขอบคุณ ขอบใจ ที่แผ่นดินนี้ยังมีคนไทยผู้มีหัวใจรักความเป็นธรรม ออกมาประณามคนที่ไม่ยอมรับกฎหมายไทย ขอเรียกร้องให้ชาวไทย ผู้มีหัวใจรักชาติช่วยกันออกมาประณามพวกที่ใช้กฎหมู่ข่มขู่กฎหมาย ไม่ยอมรับกติกาสังคม ไม่ละอาย หากคนไทยทั้งประเทศช่วยกันประณามดังที่คุณธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ได้กระทำ เชื่อว่าคนไม่ดีทั้งหลายจะไม่มีที่เหยียบยืนในแผ่นดินไทยแน่
สันติอโศกร่วมพลังหนีค่ายดีแทคซบค่ายอื่น
หลังจากเกิดกระแสต่อต้านการใช้บริการโทรศัพท์ในเครือข่าย บมจ.ดีแทค นั้น ล่าสุด ล่าสุดในเพจของผู้ใช้เฟสบุ๊คส์ชื่อ "ในน้ำคำ มาจน" ซึ่งระบุสถานะการทำงานที่สถานีโทรทัศน์ บุญนิยมทีวี ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า " เริ่มแล้วค่ะ 20 มิ.ย. 59 9.30น. ชาวชุมชนราชธานีอโศก รวมพลังย้ายค่ายโทรศัพท์จากดีแทคเป็น cat อย่างน้อยก็เป็นกิจการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐ เงินค่าโทรศัพท์อย่างน้อยเข้ารัฐไม่ได้เข้าหาบริษัทนายทุน และทั้งนี้ ทางกลุ่มมีความคิดเห็นที่ต่างจากเจ้าสัวบุญชัย จึงตัดสินใจว่ากลุ่มสมาชิกที่ได้ใช้โทรศัพท์เครือข่ายดีแทค ย้ายเครือค่ายไปยังค่ายอื่น และตอนนี้มีกลุ่มสันติอโศก รวมกลุ่มย้ายเครือข่ายเกือบประมาณ 1,000 คนแล้ว"
'บิ๊กป้อม'ชี้เจ้าสัวแค่ชวนมาสวดมนต์
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี นายบุญชัย เบญจรงคกุล ชวนลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ออกมาร่วมปฏิบัติธรรมและแผ่เมตตาว่า จากการติดตามข่าว ทราบว่าเป็นการเชิญชวนประชาชนมาเพื่อสวดมนต์ แต่ถ้าเป็นการปลุกระดมประชาชนให้มาปกป้องพระธัมมชโย ถือว่ามีความผิด แต่คิดว่าเรื่องนี้เป็นคนละกรณีกัน เพราะการที่นายบุญชัย ออกมานั้น เป็นการเชิญชวนให้ออกมาสวดมนต์กันมากๆ
อย่างไรก็ตาม หากมีการต่อต้านกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระหว่างดำเนินการ ถือว่าขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
เมื่อถามว่า สังคมมีการจับตาว่ามีนักธุรกิจใหญ่ และคนในรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนพระธัมมชโย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ผมไม่ทราบว่ามีนักธุรกิจคนไหน แต่สื่อคิดไปเอง เมื่อคิดเอง ถามเอง ก็ตอบเองแล้วกัน ผมจะไปตอบได้อย่างไร เพราะไม่ทราบ อยากถามอะไร ก็ตอบไปเอง"
เมื่อถามย้ำว่า ในรัฐบาลมีใครเป็นลูกศิษย์วัดธรรมกาย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ใครจะนับถืออะไร ไม่มีใครห้าม
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ส่วนตัวพล.อ.ประวิตร เคยไปวัดธรรมกาย หรือไม่ รองนายกฯ ประวิตร กล่าวว่า ไม่เคยไป เพราะตนเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า และทุกคนที่เป็นพระ
พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เท่าที่ติดตามสถานการณ์ ทางดีเอสไอ ได้เข้าไปดำเนินการ และพิจารณาอีกครั้งโดยแบ่งออกเป็น 2 มุม คือ 1. มองเป็นการเชิญชวนประชาชนมาทำบุญ และ 2. หากมีเนื้อหาที่มีประเด็นเป็นการขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่ในรายละเอียดทางดีเอสไอ จะเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทั้งในแง่ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ตนคิดว่าปล่อยให้ดีเอสไอ พูดหน่วยเดียวดีกว่า คนอื่นพูดไปโดยไม่รู้ว่า เข้าข้าง หรือไม่เข้าข้าง ยุยงส่งเสริม หรือสนับสนุน หรือสะใจ หรือไม่สะใจ ถ้าจะผิด ขอให้ดีเอสไอเป็นฝ่ายดูข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายว่าใครทำอะไรที่ผิดหรือไม่ คนอื่นอย่าพูดอะไร.

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9590000061699&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+21-6-59&utm_campaign=20160620_m132253969_MGR+Morning+Brief+21-6-59&utm_term=_E0_B8_A2_E0_B9_89_E0_B8_B2_E0_B8_A2_E0_B8_AB_E0_B8_99_E0_B8_B5+DTAC+_27_E0_B8_AA_E0_B8_B1_E0_B8_99_
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.