Header Ads

Breaking News
recent

28 สิงหาคม 2559 บริษัท สิงคโปร์เทเลคอม ประกาศในวันนี้ (18) ว่า พวกเขาจะใช้เงิน 1.8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 6.2 หมื่นล้านบาท) เพื่อซื้อหุ้นในบริษัท อินทัช ของไทย และเพิ่มการถือครองหุ้นในบริษัท บาร์ติ ของอินเดีย ยกระดับการเข้าถึงตลาดมือถือที่กำลังเติบอย่างรวดเร็วในเอเชียและแอฟริกา

ประเด็นหลัก



เอเอฟพี - บริษัท สิงคโปร์เทเลคอม ประกาศในวันนี้ (18) ว่า พวกเขาจะใช้เงิน 1.8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 6.2 หมื่นล้านบาท) เพื่อซื้อหุ้นในบริษัท อินทัช ของไทย และเพิ่มการถือครองหุ้นในบริษัท บาร์ติ ของอินเดีย ยกระดับการเข้าถึงตลาดมือถือที่กำลังเติบอย่างรวดเร็วในเอเชียและแอฟริกา

________________________________


บ.โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่สิงคโปร์จ่อซื้อหุ้น “อินทัช” 21 เปอร์เซ็นต์


เอเอฟพี - บริษัท สิงคโปร์เทเลคอม ประกาศในวันนี้ (18) ว่า พวกเขาจะใช้เงิน 1.8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 6.2 หมื่นล้านบาท) เพื่อซื้อหุ้นในบริษัท อินทัช ของไทย และเพิ่มการถือครองหุ้นในบริษัท บาร์ติ ของอินเดีย ยกระดับการเข้าถึงตลาดมือถือที่กำลังเติบอย่างรวดเร็วในเอเชียและแอฟริกา
สิงเทล (SingTel) บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะซื้อหุ้น 21 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท อินทัช และหุ้นอีก 7.39 เปอร์เซ็นต์ ในบาร์ติเทเลคอมจาก เทมาเส็ก (Temasek) บริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์
“นี่เป็นโอกาสเดียวสำหรับเราที่จะกระชับความสัมพันธ์ของเรากับผู้นำตลาดรายใหญ่ 2 รายนี้” ชัว ซ๊อก กุง ผู้บริหารสูงสุดของสิงเทลกล่าวในถ้อยแถลง
อินทัชเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือชั้นแนวหน้าของไทย
บาร์ติ เทเลคอม ลิมิเต็ด เป็นบริษัทแม่ของ บาร์ติแอร์เทล บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของแดนภารตะ
ผู้ให้บริการทั้งสองมีฐานลูกค้ารวมกันมากกว่า 380 ล้านคนทั่วเอเชียและแอฟริกา สิงเทลระบุ
นอกจากนี้ สิงเทลยังถือหุ้นในบริษัทผู้ให้บริการมือถือในฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย รวมทั้งมีบริษัทสาขาในออสเตรเลียที่ชื่อว่าออปตัส (Optuis) ด้วย
บริษัท เทมาเส็ก โฮลดิงส์ ระบุในถ้อยแถลงว่าพวกเขามีความยินดีที่จะลงทุนเพิ่มในสิงเทล บริษัทรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มสินทรัพย์ลงทุนของพวกเขา
“ในฐานะผู้ลงทุนที่มีความกระตือรือร้น เราปรับสมดุลกลุ่มสินทรัพย์ของเราเป็นครั้งคราว” ราวี แลมบาห์ หัวหน้าฝ่ายโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยีของเทมาเส็ก ระบุ
ในบันทึกการวิจัย บริษัท โนมูระ ระบุว่า การเพิ่มหุ้นในกลุ่มหุ้นส่วนเดิมเป็นไปตามยุทธศาสตร์ในปัจจุบันของสิงเทลและการเข้าซื้อเพิ่มเติมก็ไม่อาจตัดออกไปได้
“สิ่งหนึ่งที่จะต้องจำไว้ คือ ผลตอบแทนไม่มีความแน่นอนในตลาดเหล่านี้” โนมูระ ระบุ พร้อมยอมรับแนวโน้มการเติบโตของสองตลาดนี้
“อย่างไรก็ตาม ตลาดเหล่านี้ค่อนข้างผันผวนและจากนี้ไปมันอาจไม่ง่ายที่จะคาดเดาว่าโครงสร้างตลาดและเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรต่อไปใน 10 ปีข้างหน้า”
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสิงเทล ระบุว่า กำไรสุทธิไตรมาสแรกของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 700 ล้านดอลลาร์เนื่องจากการใช้ข้อมูลโทรศัพท์มือถือที่คึกคักและผลงานที่เชื่อถือได้จากหุ้นส่วนในภูมิภาค
ข้อตกลงนี้ขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแล โดยคาดว่าจะได้ผลสรุปภายในเดือนธันวาคม



http://manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9590000082769&utm_source=MadMimi&utm_medium=email&utm_content=MGR+Morning+Brief+19-8-59&utm_campaign=20160818_m133590131_MGR+Morning+Brief+19-8-59&utm_term=_E0_B8_9A__E0_B9_82_E0_B8_97_E0_B8_A3_E0_B8_84_E0_B8_A1_E0_B8_99_E0_B8_B2_E0_B8_84_E0_B8_A1_E0_B8_A2
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.