Header Ads

Breaking News
recent

19 เมษายน 2558 Huawei ให้คำตอบว่า P8 และ P8 Max คาดว่าจะสามารถเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยได้ราวต้นเดือนมิถุนายน ประมาณการได้ที่ราว 17,000-18,000 บาท

ประเด็นหลัก

     
       สรทัศน์ ศฤงคารบริบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด หัวเว่ย ดีไวซ์ ประเทศไทย ให้คำตอบว่า P8 และ P8 Max คาดว่าจะสามารถเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยได้ราวต้นเดือนมิถุนายนนี้อย่างแน่นอน โดยราคาที่จะเข้าทำตลาดในประเทศไทยยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่สามารถประมาณการได้ที่ราว 17,000-18,000 บาท
     
       ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญในภูมิภาคนี้เป็นอย่างมากสำหรับหัวเว่ย เนื่องจากมีการตั้งสำนักงานเพื่อดูแลการตลาดระดับภูมิภาคในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หากแต่นโยบายสินค้าใดมาก่อน ขายก่อน ของหัวเว่ยเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ไทยหลุดโผรายชื่อกลุ่มประเทศแรกในการขายเครื่อง P8 และ P8 Max และแม้ว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนของช่วงเวลาในอนาคตที่กินระยะเวลายาวออกไปอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นในแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เข้ามาขายในประเทศไทย ว่าการเปิดตัวแล้วเลื่อนการขายสินค้าจริงออกไปผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ใช่อย่างที่หวัง เพราะนอกจากเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลถึงขึ้นทำให้เครื่องตกรุ่นได้แล้ว
     
       การเปลี่ยนแปลงความต้องการในตลาดย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเ



_____________________________________________________











หัวเว่ยเปิดเกมรุกบุกตลาดโลก


หัวเว่ยตั้งเป้าเป็นแบรนด์ระดับโลก เปิดตัวสมาร์ทโฟน P8 และ P8 Max อย่างยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เชิญนักข่าวจากทั่วโลกพร้อมแขกสำคัญกว่า 1 พันชีวิต โชว์ฟีเจอร์เด็ด ชูจุดเด่นด้านการออกแบบ กล้องถ่ายภาพระดับ DSLR ประสิทธิภาพอินเตอร์เฟส EMUI บนฮาร์ดแวร์แบบไฮเอนด์ พร้อมทั้งแบ่งโซนกลุ่มตลาดแรกอย่างชัดเจน
     
       ตอกย้ำความตั้งใจเจาะตลาดยุโรปและตะวันออกกลาง ขณะที่ประเทศในแถบเอเชียเองซึ่งมีบางประเทศติดกลุ่มแรก แต่ประเทศไทยที่ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางเออีซีและเป็นที่ตั้งสำนักงานภูมิภาคกลับตกกระป๋องไม่ติดกลุ่มประเทศแรกในการขายแต่อย่างใด


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
หัวเว่ยเปิดเกมรุกบุกตลาดโลก
*** ท้าทาย iPhone ชัดเจน
     
       การเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้มีการเปรียบเทียบคุณสมบัติระหว่างเครื่องหัวเว่ย P8 กับเครื่องไอโฟน 6 พลัสอย่างละเอียดในหลากหลายฟีเจอร์ เรียกเสียงปรบมือในบางจังหวะได้เป็นอย่างดี ในบางช่วงเวลาของการจิกกัดตามประสาคู่แข่งทางธุรกิจ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับประสิทธิภาพของตัวเครื่องที่มาพร้อมราคาที่ไอโฟนไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้อย่างแท้จริง โดยทิศทางการพัฒนาของหัวเว่ยในรุ่น P8 และ P8 Max เริ่มให้ความสนใจด้านดีไซน์มากขึ้น มีการออกแบบจากทีมออกแบบที่มีสำนักงานอยู่ในกรุงลอนดอนเองและจากทีมออกแบบทั่วโลกที่เข้ามาร่วมกันพัฒนาให้เครื่องสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยเข้าตาและกลายเป็นที่ต้องการมากขึ้น หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้วัสดุประกอบที่บ่งบอกความมีระดับในตัว หรือจะเป็นโทนสีที่มีให้เลือก 4 สี ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นโทนหรูหราทั้งสิ้น และหากจะมองอย่างผิวเผินก็แทบจะเรียกว่ามีการออกแบบที่คล้ายคลึงเครื่องไอโฟนนั่นเอง
     
       ขณะการออกแบบกล้องหลัง ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์ที่สร้างจุดเด่นให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ทั้งหลายในตลาด พบว่ามีความแตกต่างอย่างน่าสนใจ โดยออกแบบกล้องหลังให้ไม่มีเลนส์กล้องนูนขึ้นมาให้รำคาญใจ ซึ่งหากจะเทียบประสิทธิภาพของกล้องแล้วเชื่อแน่ว่าจะสร้างความประหลาดใจและท้าทายให้นักออกแบบสมาร์ทโฟนทั่วโลกหันมาให้ความสนใจ ด้วยเทคนิคของการร่นเซ็นเซอร์รับสัญญาณภาพเข้าไปภายในเครื่องก็สามารถลดระยะการยื่นออกมาของเลนส์ได้อย่างสวยงาม หรือแม้กระทั่งการออกแบบจอภาพที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่จอจนสามารถลดพื้นที่สูญเปล่าได้มากขึ้น ทำให้ได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นตามมา
     
       การเปรียบเทียบดังกล่าวไม่หยุดอยู่เพียงแค่เครื่องรุ่น P8 เท่านั้น P8 Max ก็เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีการเปรียบเทียบอย่างชัดเจน โดยมีภาพของการใส่เครื่องสมาร์ทโฟนไว้ที่กระเป๋าหลังของกางเกง เพื่อบ่งบอกว่าสามารถใช้งานได้ดีกว่ารุ่นที่ใช้แล้วเครื่องเกิดอาการบิดงอ และที่สำคัญการเสนอราคาขายที่ไม่แพงเกินไปย่อมช่วยให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้ง่ายดายยิ่งขึ้น

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
หัวเว่ยเปิดเกมรุกบุกตลาดโลก

***ทำความรู้จัก P8 และ P8 Max
     
       ทั้งสองรุ่นมีการออกแบบด้วยวัสดุเกรดสูง เจียระไนโครงสร้างแบบ Unibody ด้วยความบางเพียง 6.4 มิลลิเมตร และสามารถซ่อนกล้องหลังได้มิดชิด ไม่มีขอบยื่นออกมา แม้ว่าจะบางเพียงน้อยนิด ขณะที่เซ็นเซอร์กล้องระดับเดียวกับกล้อง DSLR ที่ให้ความสามารถในการถ่ายแสงน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งฟีเจอร์การควบคุมกล้องวิดีโอจากมือถือสมาร์ทโฟนเครื่องอื่นๆ พร้อมกันถึง 3 เครื่องในโหมด Director รวมทั้งการป้องกันการสั่นไหวที่เพิ่มองศาการสั่นได้กว้างขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญการโฟกัสภาพที่แม่นยำด้วยการประมวลผลภาพเชิงซ้อน นอกจากจะช่วยการโฟกัสภาพที่ดีเยี่ยมแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสว่างแบบคอนทรัสต์ที่ดีขึ้นด้วย
     
       นอกจากประสิทธิภาพด้านฮาร์ดแวร์ที่เป็นตัวบ่งชี้ความพิถีพิถันแล้วนั้น ความสามารถของ EMUI 3.1 ยิ่งช่วยขับความสามารถของหน่วยประมวลผลแบบชิปเซ็ต Kirin 930/935 ได้เป็นอย่างดี โดยแบ่งความสามารถของการจัดการเพื่อประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัว ถึงแม้ว่าจะมีแบตเตอรี่เพียง 2,680 มิลลิแอมป์ก็สามารถใช้งานหนักได้ตลอดทั้งวัน ขณะที่การเชื่อมต่อใช้ความสามารถของหัวเว่ยด้านโครงข่ายเข้ามาช่วยพัฒนาให้เกิดการเชื่อมต่อที่ลื่นไหล ด้วยเทคโนโลยี โรมมิ่งพลัส ที่ช่วยให้ทุกการเชื่อมต่อมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3 เท่า
     
       ฟีเจอร์ใหม่ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน คือ ความสามารถของ Knuckle Sense Technology ที่ยอมให้การใช้ข้อนิ้วเคาะเรียกการบันทึกหน้าจอ หรือแม้กระทั่งการใช้ข้อนิ้ววาดพื้นเพื่อครอปหน้าจอก็ยังได้ และฟีเจอร์การตัดเสียงรบกวนที่ช่วยให้สายสนทนาสามารถฟังเสียงได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีเสียงดังอยู่ก็ตาม โดยทางเทคนิคแล้วเทคโนโลยี Voice+ สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเสียงขึ้นได้กว่า 58% ซึ่งก็ทำให้สามารถใช้งานแฮนด์ฟรีได้ในรัศมี 2 เมตร ทั้งยังมีลูกเล่นใหม่ด้านการสื่อสารกับโทรศัพท์ด้วยเสียงเมื่อต้องการเรียกหา P8 ที่หลงลืมว่าวางไว้ที่ไหน เครื่องจะทำการตอบกลับเป็นเสียงอย่างอัตโนมัติ ขณะที่ด้านเสียงเพลงก็ยังเพิ่มเทคโนโลยี Music+ ให้คุณภาพเสียงดีขึ้นอีกด้วย
     
       ด้าน P8 Max นอกจากจะมีหน้าจอที่ใหญ่กว่าแล้ว ยังมีฟีเจอร์ที่ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก โดยมีจุดที่แตกต่างเช่นกล้องหน้าที่มีขนาดเล็กลงเพียง 5 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ขนาดความจุสูงถึง 4,360 มิลลิแอมป์ ที่สามารถใช้งานหนักได้ตลอดทั้งวันเช่นกัน และหากเป็นการใช้งานแบบปกติจะสามารถใช้งานได้นานถึง 2.3 วันกันเลยทีเดียว ขณะที่ความร้อนจากแบตเตอรี่ลดลง 5% ด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อนแบบเฉพาะตัว แต่ยังคงความบางและสัดส่วนพื้นที่หน้าจอที่กว้างขึ้น และที่สำคัญทางผู้ผลิตมีภาพอวดว่าสามารถใส่กระเป๋าหลังได้อย่างสบาย


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
หัวเว่ยเปิดเกมรุกบุกตลาดโลก
สรทัศน์ ศฤงคารบริบูรณ์
*** ไทยไร้แววขายกลุ่มแรก
     
       การเปิดตัวในครั้งนี้ มีรายชื่อกลุ่มประเทศเป้าหมายที่ชัดเจน โดยเริ่มตั้งแต่กลุ่มประเทศยุโรป กลุ่มประเทศอาหรับ แอฟริกาใต้ และกลุ่มประเทศในเอเชีย หากแต่ข้อสงสัยของการไม่มีชื่อประเทศไทยอยู่ในกลุ่มแรกทั้งๆ ที่ตั้งเป้าว่าจะเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค หรือแม้กระทั่งมีออฟฟิศภูมิภาคในประเทศเป็นตัวเป็นตนแล้วก็ตาม
     
       สรทัศน์ ศฤงคารบริบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด หัวเว่ย ดีไวซ์ ประเทศไทย ให้คำตอบว่า P8 และ P8 Max คาดว่าจะสามารถเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยได้ราวต้นเดือนมิถุนายนนี้อย่างแน่นอน โดยราคาที่จะเข้าทำตลาดในประเทศไทยยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน แต่สามารถประมาณการได้ที่ราว 17,000-18,000 บาท
     
       ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญในภูมิภาคนี้เป็นอย่างมากสำหรับหัวเว่ย เนื่องจากมีการตั้งสำนักงานเพื่อดูแลการตลาดระดับภูมิภาคในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หากแต่นโยบายสินค้าใดมาก่อน ขายก่อน ของหัวเว่ยเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ไทยหลุดโผรายชื่อกลุ่มประเทศแรกในการขายเครื่อง P8 และ P8 Max และแม้ว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนของช่วงเวลาในอนาคตที่กินระยะเวลายาวออกไปอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นในแบรนด์สมาร์ทโฟนที่เข้ามาขายในประเทศไทย ว่าการเปิดตัวแล้วเลื่อนการขายสินค้าจริงออกไปผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ใช่อย่างที่หวัง เพราะนอกจากเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลถึงขึ้นทำให้เครื่องตกรุ่นได้แล้ว
     
       การเปลี่ยนแปลงความต้องการในตลาดย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ท้ายที่สุดก็สะท้อนถึงเหตุผลของการเลี่ยงบาลีที่เกิดขึ้นว่า ทำไมไทยจึงไม่ได้ขายเป็นกลุ่มแรก ซึ่งคำตอบก็คงหาได้ไม่ยาก นั่นเพราะหัวเว่ยเองไม่ได้มีสัดส่วนของยอดขายสมาร์ทโฟนเรือธงเท่าใดนัก แต่กลุ่มระดับราคาล่างถึงกลางต่างหากที่เป็นเป้าหมายรายได้หลักของแบรนด์หัวเว่ยต่างหาก
     


http://manager.co.th/CbizReview/ViewNews.aspx?NewsID=9580000043921
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.