Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

TRUE แจงกำไรสวยมีจำนวนสูงสุดในประวัติการณ์ กำไรสุทธิจำนวน 2.3 พันล้านบาท เกิดจากกำไรพิเศษ ขายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (

TRUE แจงกำไรสวยเป็นผลจากรายได้และ EBITDA มีจำนวนสูงสุดในประวัติการณ์ พร้อมประกาศจ่ายปันผล 0.031 บาทต่อหุ้น



บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) รายงานผลการดำเนินงานที่เติบโต และสามารถทำกำไรได้ 5.4 พันล้านบาทในไตรมาส 4 และ 2.3 พันล้านบาทสำหรับทั้งปี 2560 อันเป็นผลจากรายได้และ EBITDA ที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่งจนเป็นจำนวนสูงสุดในประวัติการณ์ รวมทั้งความต่อเนื่องในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั่วทั้งองค์กรและผลสำเร็จจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้แก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผล จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 1 พันล้านบาท คิดเป็น 0.031 บาทต่อหุ้น โดยจะนำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในเดือนเมษายนนี้

โดยในปี 2560 กลุ่มทรู มีรายได้จากการให้บริการโดยรวมเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 10 จากปีก่อนหน้าเป็นจำนวน 97.0 พันล้านบาท จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของทั้งธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต ในขณะที่ EBITDA ของกลุ่มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 59 จากปีก่อนหน้า เป็น 39.9 พันล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้แก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (Digital Telecommunications Infrastructure Fund หรือ DIF) EBITDA ของกลุ่มทรู เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นจำนวน 34.0 พันล้านบาท รายได้และ EBITDA ที่มีจำนวนสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์นี้ ผนวกกับความมุ่งมั่นในการลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั่วทั้งองค์กรและผลสำเร็จจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้แก่กองทุน DIF ส่งผลให้กลุ่มทรู รายงานผลกำไรสุทธิจำนวน 2.3 พันล้านบาท ในปี 2560 พร้อมเติบโตสร้างผลกำไรอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ด้านปฏิบัติการ กล่าวว่า "การเดินหน้าสร้างเครือข่ายประสิทธิภาพสูงสุดทั่วประเทศด้วยมาตรฐานระดับโลกและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

พร้อมเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้รายได้และฐานลูกค้าของกลุ่มทรู เติบโตเข้มแข็ง ยิ่งไปกว่านั้น การปลูกฝังแนวคิดด้านดิจิทัลและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในองค์กรเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้กลุ่มทรูมีความพร้อมและสามารถปรับตัวให้รองรับความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ ซึ่งพัฒนาการเหล่านี้ควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในหลากหลายด้านทั่วทั้งองค์กร จะสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้กลุ่มทรูก้าวเติบโตต่อไปในปี 2561 นี้ และตลอดไป"

ด้านกิตติณัฐ ทีคะวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ด้านการพาณิชย์ กล่าวว่า ในปี 2560 ที่ผ่านมา ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลุ่มเติบโตสูงเหนืออุตสาหกรรมเป็นอย่างมากและทรูมูฟ เอช เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่มีฐานลูกค้าเติบโต โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิ 2.7 ล้านราย ในขณะที่ผู้ให้บริการรายใหญ่รายอื่นมีฐานลูกค้ารวมกันลดลงสุทธิ 2.8 ล้านราย ทำให้รายได้จากการให้บริการของทรูมูฟ เอช เติบโตสูงถึงร้อยละ 17.3 จากปีก่อนหน้า ซึ่งผลักดันให้รายได้จากการให้บริการของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตรายปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 ในขณะเดียวกัน ธุรกิจบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตของทรูออนไลน์ ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยทั้งรายได้บรอดแบนด์สำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไปและฐานผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสูงในอัตราเลขสองหลักจากปีก่อนหน้า

นอกจากนี้ กลุ่มทรูยังให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ดิจิทัลและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ภายใต้ TrueID การสร้างสรรนวัตกรรม และโซลูชั่น Internet of Things หรือไอโอที ซึ่งจะเป็นรากฐานอันสำคัญให้กลุ่มทรูคงความเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าและเติบโตอย่างเข้มแข็งในยุค Thailand 4.0" จุดแข็งของทรูมูฟ เอช ด้านเครือข่ายประสิทธิภาพสูงสุดและครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะบริการ 4.5G/4G ตอบโจทย์ความต้องการใช้บริการโมบายอินเทอร์เน็ตและสตรีมมิ่งของผู้บริโภคได้ตรงจุด อีกทั้งการมุ่งนำเสนอแคมเปญดีไวซ์ที่คุ้มค่าร่วมกับค่าบริการและแพ็กเกจด้านดาต้าของทรูมูฟ เอชทำให้ทรูมูฟ เอช เติบโตสูงและมีจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิ 2.7 ล้านราย ในปี 2560 ซึ่งขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้นเป็น 27.2 ล้านราย ประกอบด้วยลูกค้าระบบเติมเงิน 20.3 ล้านราย และลูกค้าระบบรายเดือน 6.9 ล้านราย โดยรายได้จากบริการนอนวอยซ์ที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 24.7 ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการของทรูมูฟ เอช เติบโตร้อยละ 17.3 ในปี 2560 ซึ่งผลักดันให้รายได้จากการให้บริการของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 เมื่อเทียบกับปี2559

ในขณะที่รายได้จากการให้บริการของผู้ให้บริการรายใหญ่รายอื่นรวมกันเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.1 จากปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มที่รายได้จะเติบโตต่อไป ตามความต้องการใช้งานดาต้าของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทรูออนไลน์ เร่งขยายโครงข่ายไฟเบอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และในพื้นที่ต่างจังหวัด พร้อมมอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าด้วยการเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตและอัพเกรดเทคโนโลยี ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วที่สูงขึ้นของผู้บริโภคได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมเดินหน้าสนับสนุนแผนการติดตั้งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์สู่ระดับหมู่บ้านของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและช่องว่างทางดิจิทัลของผู้คนในสังคมผ่านโครงข่ายบรอดแบนด์ของกลุ่มที่ครอบคลุมแล้วกว่า 13 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งพัฒนาการเหล่านี้ ผลักดันให้ทั้งรายได้และฐานลูกค้าบริการบรอดแบนด์ของทรูออนไลน์เพิ่มขึ้นสูงในอัตราเลขสองหลักจากปีก่อนหน้า ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทั้งนี้ ในปี 2560 ทรูออนไลน์ มีฐานลูกค้าบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้นสุทธิมากกว่า 385,000 ราย เป็น 3.2 ล้านราย ณ สิ้นปี ซึ่งล้วนใช้บริการบนโครงข่าย FTTx ทั้งสิ้น ทรูวิชั่นส์

ยังคงมุ่งมั่นในการเพิ่มประสบการณ์การรับชมโทรทัศน์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสรรหาคอนเทนต์คุณภาพสูงที่หลากหลายและครบครัน การถ่ายทอดสดรายการชั้นนำและความคมชัดของภาพระดับเอชดี พร้อมพัฒนาช่องรายการคุณภาพที่ผลิตขึ้นเองเพื่อตอบสนองความต้องการรับชมของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น โดยคอนเทนต์เหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดผ่านหลากหลายแพลตฟอร์มของกลุ่มทรู ทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบมีสายและไร้สาย โทรทัศน์และดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคในการเข้าถึงคอนเทนต์ได้ทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์การรับชม สิ่งเหล่านี้ ผสานกับแคมเปญคอนเวอร์เจนซ์ที่คุ้มค่าร่วมกับกลุ่มทรูส่งผลให้รายได้ค่าสมาชิกและจำนวนผู้สมัครสมาชิกทรูวิชั่นส์เติบโต โดย ณ สิ้นปี 2560 ทรูวิชั่นส์มีฐานลูกค้ารวมทั้งสิ้นเป็น 4.0 ล้านราย
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.