Header Ads

Breaking News
recent

30 มกราคม 2558 TRUE IDC ต้องการเป็นท็อป 5 ระดับอาเซียนบริการ Cloud Computing พร้อมปรับภาพลักษณ์บริษัทมาเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ครบวงจรแบบ One Stop Shop

ประเด็นหลัก

นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้าเซ็นเตอร์ จำกัด (ทรูไอดีซี) เปิดเผยว่า หลังจากย้ายไปอยู่ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ตั้งแต่ต้นปี 2557 ได้เปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารภายในบริษัท และได้บุคลากรเพิ่มจากบริษัททอมสัน รอยเตอร์ และแซส ที่มีประสบการณ์ด้านซอฟต์แวร์ระดับโลก และทยอยลงทุนเพิ่มทั้งระบบคลาวด์ และศูนย์ข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) กว่า 1,000 ล้านบาท รวมถึงปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์การใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์

พร้อมปรับภาพลักษณ์บริษัทมาเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ครบวงจรแบบ One Stop Shop โดยจับมือกับพันธมิตรระดับโลก ขยายบริการ เช่น บริการโครงสร้างพื้นฐาน, แพลตฟอร์มระบบชำระเงินออนไลน์ และซอฟต์แวร์ระบบบริการจัดการข้อมูลลูกค้า และการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

"การรีแบรนด์ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโลโก้ หรือผู้บริหาร แต่รวมถึงทิศทางการทำธุรกิจที่เน้นการคอนเวอร์เจนซ์มากขึ้น ทำให้ลูกค้าเดิมหันมาใช้ระบบคลาวด์เพื่อลดต้นทุนรวมถึงเป็นไลฟ์ไซต์ หรือศูนย์ข้อมูลที่ทำงานตลอดเวลา ให้ลูกค้าใหม่ที่จะเข้ามาใช้บริการ ไม่ใช่แค่ไซต์สำรองอีกต่อไป"

และปีนี้จะลงทุนเพิ่มอีก 600 ล้านบาท แบ่งเป็นขยายดาต้าเซ็นเตอร์ที่เมืองทองธานี 200-300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ที่ภาคตะวันออก รองรับองค์กรในนิคมอุตสาหกรรม



_____________________________________________________












ทรูไอดีซีลุยลงทุนมุ่งบริการครบวงจรปักธงท็อป 5 อาเซียน


"ทรูไอดีซี" ลงทุนไม่หยุดทั้งเพิ่มพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ และผนึกพันธมิตรขยายบริการคลาวด์ครบวงจร อัพเกรดเป็น "One Stop Shop" รองรับเทรนด์การใช้งานและความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ตั้งเป้าโกยรายได้ทะลุพันล้านบาทใน 2 ปี ทั้งเปิดบริษัทร่วมทุนใหม่ SuperNap มูลค่า 4,000 ล้านบาท สร้างศูนย์ข้อมูลระดับพรีเมี่ยมใหญ่สุดในอาเซียน

นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้าเซ็นเตอร์ จำกัด (ทรูไอดีซี) เปิดเผยว่า หลังจากย้ายไปอยู่ภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ตั้งแต่ต้นปี 2557 ได้เปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารภายในบริษัท และได้บุคลากรเพิ่มจากบริษัททอมสัน รอยเตอร์ และแซส ที่มีประสบการณ์ด้านซอฟต์แวร์ระดับโลก และทยอยลงทุนเพิ่มทั้งระบบคลาวด์ และศูนย์ข้อมูล (ดาต้าเซ็นเตอร์) กว่า 1,000 ล้านบาท รวมถึงปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับเทรนด์การใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ และคลาวด์

พร้อมปรับภาพลักษณ์บริษัทมาเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ครบวงจรแบบ One Stop Shop โดยจับมือกับพันธมิตรระดับโลก ขยายบริการ เช่น บริการโครงสร้างพื้นฐาน, แพลตฟอร์มระบบชำระเงินออนไลน์ และซอฟต์แวร์ระบบบริการจัดการข้อมูลลูกค้า และการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

"การรีแบรนด์ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโลโก้ หรือผู้บริหาร แต่รวมถึงทิศทางการทำธุรกิจที่เน้นการคอนเวอร์เจนซ์มากขึ้น ทำให้ลูกค้าเดิมหันมาใช้ระบบคลาวด์เพื่อลดต้นทุนรวมถึงเป็นไลฟ์ไซต์ หรือศูนย์ข้อมูลที่ทำงานตลอดเวลา ให้ลูกค้าใหม่ที่จะเข้ามาใช้บริการ ไม่ใช่แค่ไซต์สำรองอีกต่อไป"

และปีนี้จะลงทุนเพิ่มอีก 600 ล้านบาท แบ่งเป็นขยายดาต้าเซ็นเตอร์ที่เมืองทองธานี 200-300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ที่ภาคตะวันออก รองรับองค์กรในนิคมอุตสาหกรรม

ล่าสุดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อทำธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในชื่อ SuperNap ถือหุ้นร่วมกันระหว่าง Switch (สวิตช์) ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์จากสหรัฐอเมริกา เจ้าของเทคโนโลยี, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และทรูไอดีซี มูลค่า 4,000 ล้านบาท ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พื้นที่ 10,000 ตร.ม. ใหญ่สุดในอาเซียน พร้อมให้บริการในไตรมาสแรก ปี 2559 เจาะลูกค้าพรีเมี่ยมทั้งในและต่างประเทศ

"การร่วมทุนครั้งนี้ทำให้เราเป็นท็อป 5 ระดับอาเซียน มีรายได้แตะพันล้านบาทใน 2 ปี ถือเป็นรายแรกในอาเซียนที่เป็นพาร์ตเนอร์กับอะเมซอนเว็บเซอร์วิส ต่างจากคู่แข่งในต่างประเทศที่ยังให้บริการโลคอลคลาวด์เป็นหลัก คาดว่าใน 5-6 ปี รายได้จากต่างประเทศจะแซงหน้ารายได้ในไทย เพราะการลงทุนคลาวด์ในอาเซียนมีมูลค่าสูงถึง 2.56 แสนล้านบาท อ้างอิงจากข้อมูลของการ์ทเนอร์"

แต่การเจาะลูกค้าต่างประเทศจะต้องใช้ทั้งการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เองและเป็นพาร์ตเนอร์ในประเทศนั้นๆ เนื่องจากบางประเทศมีกฎไม่ให้ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ถือหุ้นโดยต่างชาติ 100% โดยเข้าไปทำตลาดในพม่าแล้ว ใช้งบประมาณ 200-300 ล้านบาท พร้อมให้บริการในไตรมาส 2 ปีนี้

สำหรับเป้าหมายรายได้ในปีนี้จะเติบโตใกล้เคียงปี 2557 ซึ่งเติบโตจากปี 2556 ราว 34% คิดเป็นมูลค่า 493 ล้านบาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ผู้ให้บริการคลาวด์ในไทยทำได้ 14% จากมูลค่าตลาดรวม 27,000 ล้านบาท เป็นรายได้จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ 70% อีก 30% มาจากบริการคลาวด์ ทำให้ในปีนี้จะขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศไทย


http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1422506337
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.