Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

SCI คาดเปิดโรงงานผลิตเสาส่งแรงสูงและเสาสื่อสารโทรคมนาคม ในช่วงไตรมาส 3/61 ในประเทศเมียนมา ซึ่งจะเริ่มรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/61 เป็นต้นไป





นายเกรียงไกร เพียรวิทยาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอสซีไอ อีเลคตริค (SCI) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 61 บริษัทยังคงมองหาลู่ทางขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายฐานรายได้ให้กับบริษัทฯ โดยในส่วนของการลงทุนในประเทศปีนี้จะมีการลงทุนของบริษัทร่วมทุนคือ บริษัท ทียูทิลิตี้ส์ จำกัด หรือ TU ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง SCI และ บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) โดย SCI ถือหุ้น 45% เพื่อลงทุนในพลังงานทดแทนและสาธารณูปโภคต่างๆ

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา TU มีเป้าหมายรับงานโซลาร์รูฟบนหลังคาโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ ซึ่งได้มีการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว ขนาดกำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ ที่เหลือคาดว่าจะทยอยติดตั้งแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ส่วนโครงการอื่นๆยังคงอยู่ในขั้นตอนศึกษาความเป็นไปได้ โดยน่าจะเห็นความชัดเจนภายในปีนี้

สำหรับแผนการดำเนินงานในส่วนของธุรกิจเสาและสวิตซ์บอร์ดในปี 61 นายเกรียงไกร กล่าวว่า คาดว่ายังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในขณะนี้บริษัทฯพยายามจะขยายตลาดไปยังเมียนมา ซึ่งรวมถึงงานรับเหมา (EPC) เช่นกัน หากได้งานที่เมียนมาก็จะช่วยเสริมสร้างรายได้ และกำไร ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการขยายฐานรายได้ และกระจายความเสี่ยงธุรกิจ

ปัจจุบัน บริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้จากในประเทศ (Backlog) ประมาณ 400 ล้านบาท แบ่งเป็นงานเสาของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงานสวิตซ์บอร์ด

ส่วนความคืบหน้าการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเสาส่งแรงสูงและเสาสื่อสารโทรคมนาคม และชุบกัลป์วาไนซ์ที่เมียนมา คาดว่าจะสามารถเริ่มเปิดให้บริการได้ในช่วงไตรมาส 3/61 เพื่อขายประเทศเมียนมา ซึ่งจะเริ่มรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/61 เป็นต้นไป

"ตลาดเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงในเมียนมาร์มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายเร่งขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ อีกทั้งภาคเอกชนก็เร่งขยายเครือข่ายโทรคมนาคมให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ เราได้จับมือกับพันธมิตรในเมียนมาและจีน เพื่อพัฒนาโครงการสายส่งร่วมกัน ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ เราอยากจะรับงาน EPC เหมือนที่ สปป.ลาว โดยเรามุ่งหมายจะเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้รับเหมาในเมียนมา ซึ่งทั้ง 2 ธุรกิจนี้จะช่วยส่งเสริมกันและกัน"นายเกรียงไกร กล่าว

ส่วนผลการดำเนินงานในปี 60 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,678.29 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 19.96 ล้านบาท
So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.