Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

15 ตุลาคม 2555 (เกาะติดประมูล3G) ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาด 3G ดันยอดใช้ data ปี 56 โตพุ่ง 44% วางโครงข่าย 125,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี

ประเด็นหลัก

การเปิดบริการ 3G บนคลื่น 2.1 GH หากผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถให้บริการ 3G ได้ภายในครึ่งแรกของปี 56 แล้ว บริการด้านข้อมูลจะยังคงเป็นตัวนำในการเติบโตของธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 56 โดยคิดเป็นสัดส่วนถึงราวร้อยละ 32.5 ของมูลค่าตลาดรวม เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25.8 ในปี 55 และมีอัตราเติบโตประมาณร้อยละ 35.6-44.0 โดยจะมีมูลค่า 66,000-70,000 ล้านบาท และผลักดันให้ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมในปี 56 มีอัตราเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 11.5-14.2 โดยมีมูลค่าตลาดรวม 210,000-214,900 ล้านบาท เทียบกับ 188,300 ล้านบาทในปี 55  ขณะที่บริการด้านเสียงอาจจะเติบโตในกรอบจำกัดที่ประมาณร้อยละ 3.1-3.8 เทียบกับที่ขยายตัวร้อยละ 3.7 ในปี 55



และ ประเมินภายใต้กรณีที่บริการ 3G สามารถเปิดให้บริการได้ภายในครึ่งแรกของปี 56 ว่า จะมีจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ถูกจำหน่ายในปีหน้าราว 17.8 ล้านเครื่อง ขยายตัวราวร้อยละ 30 จากปี 55 ที่คาดว่าจะมีจำนวนเครื่องถูกจำหน่ายราว 13.7 ล้านเครื่อง และขยายตัวเพียงร้อยละ 14.2 โดยมีจำนวนเครื่องที่รองรับ 3G ที่จะถูกจำหน่ายในปี 56 คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 45.5 ของจำนวนเครื่องที่คาดว่าจะถูกจำหน่ายทั้งหมด เทียบกับราวร้อยละ 32.8 ที่คาดว่าจะถูกจำหน่ายในปี 55










_______________________________________

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาด 3G ดันยอดใช้ data ปี 56 โตพุ่ง 44% ตลาดรวมเกิน 2.1 แสนลบ.


บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าการเปิดบริการ 3G บนคลื่น 2.1 GH หากผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถให้บริการ 3G ได้ภายในครึ่งแรกของปี 56 แล้ว บริการด้านข้อมูลจะยังคงเป็นตัวนำในการเติบโตของธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 56 โดยคิดเป็นสัดส่วนถึงราวร้อยละ 32.5 ของมูลค่าตลาดรวม เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25.8 ในปี 55 และมีอัตราเติบโตประมาณร้อยละ 35.6-44.0 โดยจะมีมูลค่า 66,000-70,000 ล้านบาท และผลักดันให้ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมในปี 56 มีอัตราเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 11.5-14.2 โดยมีมูลค่าตลาดรวม 210,000-214,900 ล้านบาท เทียบกับ 188,300 ล้านบาทในปี 55  ขณะที่บริการด้านเสียงอาจจะเติบโตในกรอบจำกัดที่ประมาณร้อยละ 3.1-3.8 เทียบกับที่ขยายตัวร้อยละ 3.7 ในปี 55



และ ประเมินภายใต้กรณีที่บริการ 3G สามารถเปิดให้บริการได้ภายในครึ่งแรกของปี 56 ว่า จะมีจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ถูกจำหน่ายในปีหน้าราว 17.8 ล้านเครื่อง ขยายตัวราวร้อยละ 30 จากปี 55 ที่คาดว่าจะมีจำนวนเครื่องถูกจำหน่ายราว 13.7 ล้านเครื่อง และขยายตัวเพียงร้อยละ 14.2 โดยมีจำนวนเครื่องที่รองรับ 3G ที่จะถูกจำหน่ายในปี 56 คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 45.5 ของจำนวนเครื่องที่คาดว่าจะถูกจำหน่ายทั้งหมด เทียบกับราวร้อยละ 32.8 ที่คาดว่าจะถูกจำหน่ายในปี 55

หลังการประมูลใบอนุญาต 3G คาดว่า ผู้ประกอบการจะเร่งขยายโครงข่าย 3G โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดในการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่เดิม เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในตลาดบริการสื่อสารข้อมูลไร้สายความเร็วสูง นอกจากนี้ เงื่อนไขการได้รับใบอนุญาต 3G ยังระบุไว้ว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการวางโครงข่ายให้ครอบคลุมประชากรร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรในประเทศ ใน 2 ปี และร้อยละ 80 ใน 4 ปี ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าว นับได้ว่าเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตต้องขยายโครงข่ายให้เป็นไปตามข้อกำหนด โดยในเบื้องต้น ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตได้เตรียมงบลงทุนสำหรับการวางโครงข่ายในช่วง 3 ปี รวมกันราว 125,000 ล้านบาท

--อินโฟเควสท์
http://www.ryt9.com/s/iq03/1509748


____________________________________


กสิกรไทยชี้บริการ3Gดันยอดใช้ดาต้าปี 56 โตก้าวกระโดดกว่า 44%-มูลค่าตลาดเกินกว่า2.1แสนล.


บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ "การเปิดบริการ 3G บนคลื่น 2.1 GHz...ดันยอดใช้ดาต้าปี 56 โตก้าวกระโดดกว่า 44% และมูลค่าตลาดรวมเกิน 210,000 ล้านบาท"ระบุว่า

ธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงที่ผ่านมาของปี 2555 มีแนวโน้มการเติบโตที่สดใส โดยเริ่มได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการขยายโครงข่ายบริการ 3G เชิงพาณิชย์บนคลื่นความถี่เดิมที่ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น พร้อมทั้งการเพิ่มขึ้นของฐานผู้บริโภคที่ใช้บริการ 3G บนโครงข่ายดังกล่าว ตลอดจนแรงหนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ส่งผลให้ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 เติบโตร้อยละ 11.5 เร่งตัวขึ้นจากครึ่งแรกของปี 2554 ซึ่งมีการเติบโตเพียงร้อยละ 9.8 โดยมีแรงผลักดันหลักจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการใช้บริการด้านข้อมูล ซึ่งมีการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 42.8 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 เทียบกับที่ขยายตัวร้อยละ 30 ในช่วงครึ่งแรกของปีก่อนหน้า ในขณะที่การใช้บริการด้านเสียงมีแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอลงจากร้อยละ 5.8 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2554 มาอยู่ที่ร้อยละ 3.9 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2555

การเปลี่ยนผ่านการให้บริการสู่ระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิม นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของยุคการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงไร้สาย อย่างไรก็ดี การแบ่งแถบคลื่นความถี่ (Bandwidth) บางส่วนภายใต้สัญญาสัมปทานเดิมที่ให้บริการ 2G มาเปิดให้บริการ 3G ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านคุณภาพการให้บริการข้อมูล ส่งผลให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมมีความต้องการที่จะประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะจัดขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคม 2555 หลังศาลปกครองมีคำสั่งยกเลิกคำร้องต่อกรณีการยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ดังกล่าวขัดกับรัฐธรรมนูญ หลังจากการประกาศผลการประมูลแล้ว หากไม่มีอุปสรรคในด้านข้อกฏหมายใดๆ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจากการประมูลดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีปัญหาแถบคลื่นสัญญาณไม่เพียงพอในการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่เดิม น่าจะเร่งขยายเครือข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz และเริ่มทยอยเปิดให้บริการตามเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ก่อนในช่วงปลายไตรมาส 1 ของปี 2556

บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz…อานิสงส์อันหลากหลายต่อภาคธุรกิจบริการ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz จะช่วยขจัดข้อจำกัดด้านคุณภาพการให้บริการข้อมูลในบริการ 3G บนคลื่นความถี่เดิมในปัจจุบัน และน่าจะส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการเอกชนรายหลักสามารถประมูลได้แถบคลื่นความถี่ที่เท่าเทียมกันคือ 15 MHz ซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการให้บริการสื่อสารข้อมูลที่มีคุณภาพได้ ประกอบกับความเท่าเทียมกันในระยะเวลาของใบอนุญาต 15 ปี และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีร้อยละ 2 ของรายได้รวมก่อนหักค่าใช้จ่าย ซึ่งแตกต่างจากระบบสัมปทานเดิมที่ผู้ประกอบการได้รับระยะเวลาสัมปทาน แถบคลื่นความถี่ และค่าสัมปทานรายปีที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การเปิดบริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz จะก่อให้เกิดอานิสงส์ต่อธุรกิจบริการโทรคมนาคม รวมถึงธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวเนื่อง และยังช่วยส่งเสริมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรไทยในชนบทห่างไกล ดังนี้

 บริการ 3G บนคลื่น 2.1 GHz แรงหนุนหลักต่อธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ปี 56
หลังการประมูลใบอนุญาต 3G คาดว่า ผู้ประกอบการจะใช้ระยะเวลาเตรียมการโครงข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ราว 4 เดือน ก่อนที่จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการตามเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ในช่วงปลายไตรมาส 1 ของปี 2556 ซึ่งในช่วงก่อนหน้านั้น คาดว่า ผู้ประกอบการจะยังคงทำการตลาดบริการ 3G บนคลื่นความถี่เดิม เพื่อขยายฐานลูกค้า 3G ของตน หลังจากนั้นเมื่อมีการเปิดตัวบริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1GHz แล้ว คาดว่า ผู้ประกอบการจะเริ่มออกโปรโมชั่นทางการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าบนบริการ 3G ใหม่ พร้อมทั้งเร่งโอนย้ายลูกค้าจากระบบ 2G เดิม ซึ่งมีต้นทุนในการจ่ายส่วนแบ่งรายได้สัมปทานราวร้อยละ 25-30 ขึ้นอยู่กับสัญญาสัมปทาน ไปสู่ระบบ 3G ใหม่ซึ่งเสียค่าธรรมเนียมจากรายได้เพียงร้อยละ 2

ทั้งนี้ ในช่วงแรกของการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ขณะที่การวางโครงข่ายยังไม่ครอบคลุมนั้น คาดว่า ผู้ประกอบการจะให้บริการในลักษณะโรมมิ่ง (บริการข้ามเครือข่าย) กับโครงข่าย 3G บนคลื่นความถี่เดิม ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายได้มีการวางโครงข่ายครอบคลุมเกือบทั่วประเทศแล้ว



จากสภาพการณ์ต่างๆดังกล่าวข้างต้น คาดว่า ธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2556 จะมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz รวมไปถึงการได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากความนิยมของผู้บริโภคในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มีสมรรถนะสูงอย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการช่องทางสื่อสารที่เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอดจนผู้ให้บริการโทรคมนาคมและเจ้าของคอนเทนต์ต่างๆ ที่จะมุ่งพัฒนาคอนเทนต์เพื่อสร้างบริการใหม่ๆบนเครือข่าย 3G

ด้วยเหตุนี้ ภายใต้สมมติฐานกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาต 3G สามารถเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ภาพรวมของตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2556 จะเติบโตประมาณร้อยละ 11.5-14.2 โดยมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 210,000-214,900 ล้านบาท จาก 188,300 ล้านบาทในปี 2555 ในจำนวนนี้คิดเป็นแรงกระตุ้นจากการใช้บริการด้านข้อมูลคิดเป็นมูลค่า 66,000-70,000 ล้านบาท ขยายตัวราวร้อยละ 35.6-44.0 ในขณะที่บริการด้านเสียงอาจจะเติบโตในกรอบจำกัดที่ประมาณร้อยละ 3.1-3.8 เทียบกับที่ขยายตัวร้อยละ 3.7 ในปี 2555 อย่างไรก็ดี ถ้าบริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ คาดว่า จะเกิดข้อจำกัดต่อการขยายตัวด้านบริการข้อมูล เนื่องจากแถบคลื่นความถี่ที่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการด้านข้อมูลที่มีคุณภาพในบริการ 3G บนคลื่นความถี่เดิม

 เกิดการพัฒนาช่องทางบริการธุรกิจใหม่ๆบนเครือข่ายสื่อสารไร้สายความเร็วสูง 3G
การเปิดบริการ 3G นับได้ว่าเป็นแรงผลักดันอันสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคการบริการด้านข้อมูลในหลากหลายรูปแบบ และส่งผลให้เกิดการพัฒนาบริการเสริมด้านข้อมูลที่เน้นการบริโภคเนื้อหาในลักษณะออนไลน์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบริการบันเทิงออนไลน์แบบต่างๆ หรือการประชุมออนไลน์ทางโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเห็นหน้าผู้ประชุม บริการข้อมูลข่าวสารมัลติมีเดียแบบออนไลน์ เป็นต้น โดยเฉพาะบริการความบันเทิงแบบพกพา ที่ผู้บริโภคสามารถชมทีวี ฟังเพลง หรือเล่นเกม ในขณะที่เชื่อมต่อการใช้บริการได้ทันที สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสทางธุรกิจของผู้ให้บริการคอนเทนต์ที่จะเข้ามาพัฒนาบริการด้านความบันเทิงบนช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่ ที่มีศักยภาพในการเติบโตและมีโอกาสจะเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดบางส่วนจากช่องทางให้บริการความบันเทิงแบบดั้งเดิมอย่างโทรทัศน์หรือเคเบิ้ลทีวีได้ในอนาคต นอกเหนือจากบริการด้านคอนเทนต์แล้ว บริการด้านอื่นอย่างบริการจับจ่ายซื้อขายสินค้าผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ก็น่าจะได้รับความสนใจและถูกใช้เป็นช่องทางทางการตลาดและการขายสินค้ามากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เงื่อนไขหนึ่งของผู้ได้รับใบอนุญาต 3G คือ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องกันความจุโครงข่ายไว้ร้อยละ 10 ให้ผู้ประกอบการที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง หรือ MVNO สามารถเช่าใช้ได้ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีเงินทุนมากพอที่จะวางโครงข่ายโทรคมนาคม แต่มีไอเดียในการประยุกต์ใช้ความจุโครงข่ายสำหรับเปิดธุรกิจบริการด้านต่างๆ เช่น ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชา สามารถสร้างเครือข่ายบริการกวดวิชาให้แก่นักเรียนที่เปิดใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับตน โดยนักเรียนสามารถรับชมบทเรียนผ่าน video streaming หรือแม้แต่ปรึกษาอาจารย์ผู้สอนผ่าน video call และสามารถเข้าเครือข่ายสังคมออนไลน์ของโรงเรียนกวดวิชาเพื่อพูดคุยกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นได้ สำหรับผู้ปกครองก็สามารถเข้าตรวจสอบผลการเรียนกวดวิชาได้โดยตรง เป็นต้น โดยผู้ประกอบการ MVNO สามารถทำการตลาดและมีระบบบิลลิ่งเป็นของตนเองได้ ประกอบกับสามารถควบคุมคุณภาพการให้บริการได้ เนื่องจากได้มีการเช่าใช้ความจุโครงข่ายเพื่อเปิดให้บริการเป็นของตนเอง

 เงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมราว 125,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี
หลังการประมูลใบอนุญาต 3G คาดว่า ผู้ประกอบการจะเร่งขยายโครงข่าย 3G โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดในการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่เดิม เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในตลาดบริการสื่อสารข้อมูลไร้สายความเร็วสูง นอกจากนี้ เงื่อนไขการได้รับใบอนุญาต 3G ยังระบุไว้ว่า ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการวางโครงข่ายให้ครอบคลุมประชากรร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรในประเทศ ใน 2 ปี และร้อยละ 80 ใน 4 ปี ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าว นับได้ว่าเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตต้องขยายโครงข่ายให้เป็นไปตามข้อกำหนด โดยในเบื้องต้น ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตได้เตรียมงบลงทุนสำหรับการวางโครงข่ายในช่วง 3 ปี รวมกันราว 125,000 ล้านบาท

 ดันยอดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่โตก้าวกระโดดจากความต้องการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G
เนื่องจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่วนใหญ่ที่อยู่ในครอบครองของผู้บริโภคในปัจจุบันยังไม่สนับสนุนการใช้งานระบบ 3G ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ที่น่าจะเข้าสู่ตลาดในปี 2556 จะมีตัวเลือกที่รองรับระบบ 3G ให้แก่ผู้บริโภคเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคที่ต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อเริ่มใช้งานบริการ 3G ส่งผลให้ตลาดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2556 มีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดดตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคที่จะใช้งานบริการ 3G โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินภายใต้กรณีที่บริการ 3G สามารถเปิดให้บริการได้ภายในครึ่งแรกของปี 2556 ว่า จะมีจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ถูกจำหน่ายในปี 2556 ราว 17.8 ล้านเครื่อง ขยายตัวราวร้อยละ 30 จากปี 2555 ที่คาดว่าจะมีจำนวนเครื่องถูกจำหน่ายราว 13.7 ล้านเครื่อง และขยายตัวเพียงร้อยละ 14.2 โดยมีจำนวนเครื่องที่รองรับ 3G ที่จะถูกจำหน่ายในปี 2556 คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 45.5 ของจำนวนเครื่องที่คาดว่าจะถูกจำหน่ายทั้งหมด เทียบกับราวร้อยละ 32.8 ที่คาดว่าจะถูกจำหน่ายในปี 2555


 ยกระดับคุณภาพและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรไทย
การเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz จะเป็นการยกระดับคุณภาพและวิธีการติดต่อสื่อสารของผู้บริโภคชาวไทยให้เข้าสู่ยุคมัลติมีเดีย และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างเต็มตัว จากในปี 2554 ที่จำนวนผู้ลงทะเบียนใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนโทรศัพท์พื้นฐานต่อจำนวนประชากร 100 คนของไทยมีเพียงร้อยละ 5.4 ซึ่งอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ในขณะที่จำนวนผู้ลงทะเบียนใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ในปี 2553 นั้น มีอยู่ราวร้อยละ 4.0 ซึ่งอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน สืบเนื่องจากการสื่อสารในระบบ 3G ของไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ อย่างไรก็ดี การเปิดประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1GHz จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกจุดหนึ่งต่อโอกาสการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของประชาชนไทย โดยเฉพาะในเขตชนบท โดยมีแรงผลักดันจากเงื่อนไขการได้รับใบอนุญาตดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่า ผู้ให้บริการต้องให้บริการ 3G ในทุกจังหวัด และครอบคลุมประชากรร้อยละ 50 ภายใน 2 ปี และร้อยละ 80 ภายใน 4 ปี


นอกจากนี้ กสทช. ยังมีแผนที่จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 4 ของรายได้ในการให้บริการของผู้รับใบอนุญาตทั้งที่มีและไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง เข้าสู่กองทุนพัฒนากิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (USO) โดยมีเป้าหมายที่จะขยายบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 2-10 Mbps แบบมีสาย และ Wi-Fi ให้ครอบคลุมโรงเรียน สถานีอนามัย และพื้นที่ชุมชนไม่น้อยกว่า 80% ของประเทศ

บทสรุป
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า หลังการประมูลใบอนุญาต 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาด้านคุณภาพการให้บริการสื่อสารข้อมูลบนระบบ 3G บนคลื่นความถี่เดิม น่าจะเร่งขยายโครงข่ายและทยอยเปิดให้บริการตามเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ก่อนในช่วงราวปลายไตรมาส 1 ของปี 2556 พร้อมทั้งออกโปรโมชั่นการตลาดเพื่อเร่งโอนย้ายลูกค้าจากระบบสัมปทาน 2G เดิมไปสู่ระบบใบอนุญาต 3G ซึ่งมีต้นทุนการแบ่งจ่ายรายได้รายปีที่ต่ำกว่า

สำหรับแนวโน้มเชิงธุรกิจที่สำคัญหลังการเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz คาดว่า ผู้ให้บริการคอนเทนต์มีแนวโน้มที่จะเข้ามาพัฒนาบริการใหม่ๆบนช่องทางการสื่อสารไร้สาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการบริโภคเนื้อหาในลักษณะออนไลน์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ยังมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในธุรกิจวางโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมราว 125,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี และยังน่าจะก่อให้เกิดกระแสการเปลี่ยนโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้บริโภคเพื่อใช้งานบริการ 3G มากยิ่งขึ้น โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในปี 2556 จะมีจำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่รองรับ 3G ถูกจำหน่ายราว 8.1 ล้านเครื่อง ขยายตัวราวร้อยละ 80 เทียบกับปี 2555 ที่คาดว่าจะถูกจำหน่ายราว 4.5 ล้านเครื่อง ขยายตัวราวร้อยละ 35 และผลักดันให้ตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2556 เติบโตร้อยละ 30 จากที่ขยายตัวเพียงร้อยละ 14.2 ในปี 2555

จากแรงหนุนต่างๆดังกล่าวข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า หากผู้ได้รับใบอนุญาต 3G สามารถให้บริการ 3G ได้ภายในครึ่งแรกของปี 2556 แล้ว บริการด้านข้อมูลจะยังคงเป็นตัวนำในการเติบโตของธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2556 โดยคิดเป็นสัดส่วนถึงราวร้อยละ 32.5 ของมูลค่าตลาดรวม เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 25.8 ในปี 2555 และมีอัตราเติบโตประมาณร้อยละ 35.6-44.0 โดยจะมีมูลค่า 66,000-70,000 ล้านบาท และผลักดันให้ตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวมในปี 2556 มีอัตราเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 11.5-14.2 โดยมีมูลค่าตลาดรวม 210,000-214,900 ล้านบาท เทียบกับ 188,300 ล้านบาทในปี 2555


ฐานเศรษฐกิจ
http://www.thanonline.com/index.php?
option=com_content&view=article&id=148459:3g-56-44-
21&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.