Header Ads

Screen-Shot-2561-02-24-at-11.53.29-PM.png
Breaking News
recent

27 มิถุนายน 2556 CAT เปิดแล้วระบบเคเบิลใยแก้วใต้ทะเลอ่าวไทย!! แบนด์วิธที่เพิ่มขึ้นกว่า 100 เท่า ลงทุน 2700 ลบ. ได้ทุนคืนแน่นอน เกิน 5000 ลบ.



ประเด็นหลัก



โดยโครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้างรวม 2 ปี ด้วยเงินลงทุนกว่า 2 พัน 7 ร้อยล้านบาท และเปิดใช้งานในระบบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมมา ด้วยแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้นกว่า 100 เท่า


นายสุรพล กล่าวอีกว่า ขณะนี้ CAT มีลูกค้าที่ใช้บริการเคเบิลใยแก้วใต้น้ำในประเทศไทย 2 ราย คือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และเชฟรอน ซึ่งรายได้จากเคเบิลใยแก้วใต้น้ำในอ่าวไทยอยู่ที่ 350 ล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งเป้ารายได้ในส่วนของบรอดแบรนด์ปี 2556 ที่ 5 พันล้านบาท ซึ่งลูกค้าของ กสท สัดส่วน 50% เป็นบริษัทข้ามชาติ อย่างไรก็ตามก็ยังเดินหน้าในโครงการของรัฐ และจะเน้นเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐมากขึ้น.




______________________________________






กสท.เผยความสำเร็จระบบเคเบิลใยแก้วใต้ทะเลอ่าวไทย



กสท.เผยความสำเร็จระบบเคเบิลใยแก้วใต้ทะเลอ่าวไทย
   
บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) แถลงความสำเร็จในการเปิดใช้ระบบเคเบิลใยแก้วใต้น้ำบริเวณอ่าวไทย ของบริษัทเชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ด้วยเงินลงทุนกว่า 2,700 ล้านบาท หลังเปิดใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา


นายสุรพล สงวนศิลป์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิตภัณฑ์ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กสท ได้ดำเนินโครงการวางระบบเคเบิ้ลใยแก้วใต้น้ำ บริเวณอ่าวไทย ตามเมกะโปรเจ็กต์ที่ได้รับอนุมัติมาจากคณะรัฐมนตรี  เมื่อปี 2554 เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและดำเนินการจัดหาพลังงานให้แก่ประเทศ


โดยโครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้างรวม 2 ปี ด้วยเงินลงทุนกว่า 2 พัน 7 ร้อยล้านบาท และเปิดใช้งานในระบบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมมา ด้วยแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้นกว่า 100 เท่า


โดย กสทฯ มีลูกค้า 2 รายที่ใช้บริการคือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ซึ่งทำให้ กสทฯ มีรายได้จากการให้บริการในส่วนนี้ อยู่ที่ 350 ล้านบาท พร้อมกับตั้งเป้ารายได้ในส่วนของบริการบรอดแบรนด์ปี 2556 ไว้ที่ 5 พันล้านบาท


ด้านผู้บริหารบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เชฟรอนใช้ระบบสัญญาณดาวเทียมในการสำรวจ ซึ่งมีข้อจำกัดพอสมควร  การใช้ระบบเคเบิลใยแก้วใต้น้ำ จึงช่วยให้ระบบเชื่อมต่อและการสื่อสารมีความเร็วขึ้น และทำให้การส่งข้อมูล ภาพ และเสียง มีความแม่นยำมากขึ้น ทั้งนี้ กสทฯ ได้ทำสัญญากับเชฟรอน เป็นระยะเวลา 15 ปี โดยมีค่าใช้จ่ายเฉพาะส่วนที่เป็นเคเบิลใยแก้วในบริเวณอ่าวไทยอยู่ที่ 2 พัน 7 ร้อยล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นอีก 300 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นตลอดระยะเวลาสัญญามีค่าใช้จ่ายรวม 3 พันล้านบาท


http://news.voicetv.co.th/business/73825.html

__________________________________________________________________



CAT ให้เชฟรอนเช่าเคเบิลใยแก้ว ฟุ้งเป้าบรอดแบนด์ 5 พันล.
หน้าหลัก » วิทยาการ-ไอที » IT Update

กสท ให้เชฟรอนเช่าใช้โครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำอ่าวไทย มูลค่า 2.7 พันล้านบาท ผูกสัญญา 15 ปี ฟุ้งเป้าบรอดแบนด์แตะ 5 พันล้านบาท สิ้นปี 56...

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. นายวีระวัฒน์ กีรติวิรัชการ ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า ด้วยระบบเคเบิลใยแก้วใต้น้ำใหม่นี้ สามารถติดตามและประมวลผลข้อมูลต่างๆ จากฐานปฏิบัติการทั้ง 8 แห่งกลางอ่าวไทยได้อย่างแม่นยำและฉับไว เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการดำเนินงานหรือการตัดสินใจอย่างถูกต้องและทันท่วงที โดยก่อนหน้าบริษัทได้ใช้ระบบสัญญาณดาวเทียมในการสำรวจ ซึ่งมีข้อจำกัดพอสมควร ดังนั้น การเอาระบบเคเบิลใยแก้วใต้น้ำของ CAT เข้ามาร่วมในการสำรวจจะช่วยให้ระบบเชื่อมต่อและการสื่อสารมีความเร็วขึ้น ทำให้การส่งข้อมูล ภาพ และเสียง มีความแม่นยำมากขึ้น เพราะจะเป็นการส่งข้อมูลเป็นเรียลไทม์ โดยสัญญาค่าใช้จ่ายเฉพาะส่วนที่เป็นเคเบิลใยแก้วในบริเวณอ่าวไทยอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท มีระยะเวลา 15 ปีและมีค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นอีก 300 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นตลอดระยะเวลาสัญญาอยู่ที่ 3 พันล้านบาท

นายสุรพล สงวนศิลป์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิตภัณฑ์ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ CAT กล่าวว่า สำหรับการวางโครงข่ายเพื่อการให้บริการสื่อสารข้อมูลซึ่งปีนี้ CAT  มีเป้ารายได้อยู่ที่ 5 พันกว่าล้านบาท โดยมีแผนธุรกิจรองรับทั้งการขยายโครงข่ายเพื่อการพัฒนาตลาดไปสู่ระดับภูมิภาค โดยการจัดสร้างระบบเคเบิลใต้น้ำอ่าวไทยเพื่อการให้บริการกับกลุ่มธุรกิจพลังงาน  แล้วยังเป็นการเสริมศักยภาพโครงข่ายสำหรับการส่งผ่านข้อมูลภายในประเทศ และการระหว่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการในกลุ่มประเทศอินโดไชน่าหรือประเทศเพื่อนของเราอย่าง ลาว พม่า กัมพูชา  ซึ่งยังไม่มีระบบโครงข่ายออกต่างประเทศของตนเอง  ทำให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นปีละกว่า 600 ล้านบาท  อีกส่วนคือการพัฒนาบริการเพื่อรองรับการขยายไปในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเปิดให้ไลเซนต์ดิจิตอลทีวีในปีนี้ โดยเตรียมความพร้อมโครงข่ายเพื่อรองรับ Digital TV Network ซึ่งจะเป็นการให้บริการ Facility และ Transmission แก่กลุ่ม Network Provider และ กลุ่ม Content Provider เพื่อช่วยให้โครงข่ายดิจิตอลทีวีสามารถครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศรวดได้อย่างรวดเร็วที่สุด รวมถึงการพัฒนาระบบ GPS Tracking ผ่านโครงข่ายดาวเทียม เพื่อติดตามยานพาหนะขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทั้งทางบกและทางทะเล รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน



รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิตภัณฑ์ กสท กล่าวต่อว่า บริษัทได้ดำเนินโครงการวางระบบเคเบิลใยแก้วใต้น้ำอ่าวไทย ตามเมกะโปรเจกต์ที่ได้รับอนุมัติมาจากคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2554 เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและดำเนินการจัดหาพลังงานให้แก่ประเทศ โดยโครงการนี้ได้ใช้เวลาในการจัดสร้างรวม 2 ปี ด้วยเงินลงทุนกว่า 2.7 พันล้านบาท และได้เปิดใช้งานระบบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2556 ที่ผ่านมมา ด้วยแบนด์วิธที่เพิ่มขึ้นกว่า 100 เท่า

นายสุรพล กล่าวอีกว่า ขณะนี้ CAT มีลูกค้าที่ใช้บริการเคเบิลใยแก้วใต้น้ำในประเทศไทย 2 ราย คือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และเชฟรอน ซึ่งรายได้จากเคเบิลใยแก้วใต้น้ำในอ่าวไทยอยู่ที่ 350 ล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งเป้ารายได้ในส่วนของบรอดแบรนด์ปี 2556 ที่ 5 พันล้านบาท ซึ่งลูกค้าของ กสท สัดส่วน 50% เป็นบริษัทข้ามชาติ อย่างไรก็ตามก็ยังเดินหน้าในโครงการของรัฐ และจะเน้นเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐมากขึ้น.

โดย: ไทยรัฐออนไลน์
http://m.thairath.co.th/content/tech/353903

ไม่มีความคิดเห็น:

So Magawn ( รวบรวบประวัติศาสตร์โทรคมนาคมและการสือสารไทย ). ขับเคลื่อนโดย Blogger.